ฆ่าโหดสาวปากน้ำพี่แฉฝีมืออาสาวฉุนกิ๊กอาเขย

ฆ่าโหดสาวปากน้ำวัย19กระทืบน่วม-หินทุบหน้าเละ พี่เหยื่อเผยอาสาวแท้ๆ พร้อมพวกอีก 3 ลวงขึ้นกระบะไปสังหารสุดเลือดเย็น เหตุแค้นแอบกิ๊กอาเขย ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เร่งล่าฆาตกรก่อนสรุปสำนวน

เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญ คนร้ายใช้ก้อนหินทุบหน้าสาวนิรนามเสียชีวิตในเมืองปากน้ำครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 มีนาคม ร.ต.ท.สุทิน พุ่มพวง พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งพบศพหญิงสาวในที่รกร้างบริเวณหลังหมู่บ้านบางปูนคร ซอย 10 หมู่ 9 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังชุดสืบสวนไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริชัย ครูประเสริฐวัฒนา ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.สำโรงเหนือ พ.ต.ท.ธวัธชัย แจ่มนุราช รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ประเสริฐ บัวขาว สว.สส. และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

 ที่เกิดเหตุเป็นลานกว้างประมาณ 50 ไร่ มีหญ้าขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ ที่จุดกึ่งกลางของพื้นที่พบศพหญิงสาวรูปร่างผอม ผิวขาว สูงประมาณ 165 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวมีโบสีดำติดอก ใส่กางเกงรัดรูปขายาวสีดำ ไม่สวมรองเท้า ใบหน้ามีบาดแผลถูกทุบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่จนใบหน้าเละ เหนือศีรษะผู้ตายพบก้อนหินเปื้อนเลือดขนาดใหญ่ 2 ก้อน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่วิทยาการแพทย์โรงพยาบาลสมุทรปราการเข้าชันสูตรเบื้องต้น ระบุว่าหญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ทั้งนี้ ไม่พบหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน

 จากการสอบสวน นายสอง ใจงาม อายุ 54 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ให้การว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ชายหญิงคู่หนึ่งอายุประมาณ 30-40 ปี ขอให้ช่วยตามหาญาติชื่อ น.ส.จันทิมา อายุประมาณ 25-30 ปี ที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงบ่าย

 "ทั้งสองเล่าว่า ครั้งสุดท้ายที่คุยกันทางโทรศัพท์ น.ส.จันทิมาบอกว่าอยู่แถวใต้ทางด่วนย่านถนนเทพารักษ์ เป็นลานดินกว้าง มีหญ้าอยู่เยอะ และมีก้อนหินอยู่หลายก้อน จากนั้นสายก็หลุดไป และติดต่อไม่ได้อีกเลย ผมพาพวกเขาช่วยกันออกตามหา โดยแยกกันไปคนละทาง กระทั่งมืดค่ำก็ยังไม่เจอ ส่วนหญิงชายคู่นั้นก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน ผมจึงเดินกลับบ้าน ระหว่างทางพบศพหญิงสาว นอนหงายจมกองเลือด แต่ไม่ทราบว่าเป็นคนคนเดียวกับที่ชายหญิงคู่นั้นให้ช่วยตามหาหรือไม่ จึงรีบวิ่งกลับบ้านและแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ" นายสองกล่าว

 ต่อมาเวลา 03.00 น. น.ส.ไพลิน พวงเล็ก อายุ 26 ปี พร้อมด้วยนางจำนง ชูวงษ์ ผู้เป็นแม่ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.สุทิน ยืนยันว่าผู้ตายเป็นน้องสาวชื่อ น.ส.จันทิมา พวงเล็ก อายุ 19 ปี โดย น.ส.ไพลินให้การว่า ผู้ตายเคยทำงานที่ หจก.ยิ่งเจริญค้าของเก่า ตั้งอยู่ย่านบางปู จ.สมุทรปราการ ของนายสุพจน์ พุฒิเกิด อายุ 44 ปี และนางไพรัตน์ พวงเล็ก อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นอาสาวของผู้ตาย ต่อมานายสุพจน์แอบได้เสียกับผู้ตาย กระทั่งถูกนางไพรัตน์ทำร้ายร่างกาย น.ส.จันทิมาอย่างโหดร้าย และขู่ฆ่าหากไม่หนีไปจากพื้นที่สมุทรปราการ

 "ฉันเห็นท่าไม่ดี จึงพาน้องสาวไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.บางปู จากนั้นพาน้องสาวไปเช่าห้องพักอยู่ที่ย่านงามวงศ์วาน แต่นายสุพจน์ก็มาตามจนพบ กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นางไพรัตน์ขับรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่น 4 ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียนจำได้แค่ 9018 กรุงเทพมหานคร บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ให้นั่งรถไปด้วยกัน ฉันเห็นท่าไม่ดีจึงขอไปเป็นเพื่อนน้องสาว" น.ส.ไพลินกล่าว

 พี่สาวผู้ตายเล่าอีกว่า เมื่อเข้าไปในรถเห็นนายสำเริง พวงเล็ก อายุ 37 ปี อาแท้ๆ ของผู้ตาย และนายสุทัศ พานทอง อายุ 27 ปี ลูกเขยนางไพรัตน์ และนางเข (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 38 ปี ลูกจ้างนางไพรัตน์ ทั้งหมดช่วยกันล็อกคอตนกับน้องสาวไว้ แล้วใช้มืออุดปาก ก่อนที่นางไพรัตน์จะขับรถไปยังจุดเกิดเหตุ แม้ตนพยายามดิ้นรนยกมือไหว้อ้อนวอนขอชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผล

 "เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ฉันกับน้องสาวถูกลากลงจากรถ โดยนางไพรัตน์ตบและกระทืบน้องสาว ส่วนฉันถูกนายสำเริงล็อกคอและปิดปากไว้ จากนั้นนายสุทัศและนางเขช่วยกันจับน้องสาวที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมขึงกับพื้นดิน แล้วนางไพรัตน์ก็ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ทุ่มใส่ใบหน้าน้องสาวอย่างรุนแรง คล้ายคนบ้าคลั่ง จนแน่ใจว่าเสียชีวิตแล้วพวกเขาจึงขึ้นรถไปล้างคราบเลือดในห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ สาขาเทพารักษ์ พร้อมขู่ฉันว่า ถ้าบอกเรื่องนี้กับใครจะฆ่าอีกคน พอถูกปล่อยตัวฉันได้เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งโรงพักบางปู และโทรศัพท์บอกแม่ ก่อนเดินทางมายังโรงพักสำโรงเหนือ" น.ส.ไพลินเล่านาทีชีวิต

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ตามสถานที่ต่างๆ เช่น บ้านญาติ แต่ก็ไม่พบ อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

 ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัยกล่าวว่า จากคำให้การของ น.ส.ไพลิน เจ้าหน้าที่ยังไม่น่าปักเชื่อ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพยานและหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดที่คนร้ายล้างคราบเลือดที่ปั๊มน้ำมัน หรือจุดเรียกรถแท็กซี่ไปยัง สภ.บางปู ถือว่าตรงตามคำให้การ และน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง

คมชึดลึก