จี้รัฐเร่งจับมือบึ้มแบงก์เรียกความเชื่อมั่นปชช.

กอ.รมน.เล็งปรับแผนนรับมือม็อบเสื้อแดง12มี.ค.นี้ นักวิชาการอิสระด้านสันติวิธี จี้รัฐจับมือบึ้มแบงก์เรียกความเชื่อมั่นประชาชน หวั่นป่วนซ้ำซากหลังคดียึดทรัพย์ ทำบ้านเมืองเดินสู่จุดเสี่ยงปัญหาสังคมวุ่นวายหนัก ไอซีทีเร่งนักกม.ศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องหลังศาลยึดทรัพย์ทักษิณ

 (1มี.ค.) พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกส่วน ยังติดตามเฝ้าดูสถานการณ์ความเรียบร้อย เพราะเป็นช่วงวันหยุด ส่วนการส่งทหารไปช่วยสนับสนุนตำรวจตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นการทำหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ซึ่งตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยมีความเป็นห่วงสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งเหตุระเบิดสร้างความวุ่นวายทางการเมือง ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า เป็นการกระทำของกลุ่มใด พร้อมกับเชื่อว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา

         พล.ต.ดิฏฐพร เปิดเผยว่า คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ยังไม่เรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษ และได้ประสานงานในกรอบการทำงาน 8 มาตรการ เช่น มาตรการด้านการข่าว การป้องกันการปลุกระดมในสถานศึกษา ซึ่งได้กำหนดผู้รับผิดชอบไว้ชัดเจน ขณะเดียวกันทุกฝ่ายได้ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันใกล้ประกาศชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ซึ่งอาจจะมีการปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์อีกครั้ง

นักสันติวิธีจี้รัฐเร่งจับมือบึ้มแบงก์เรียกความเชื่อมั่นปชช.

 นายฮัอหมัด สมบูรณ์บัวหลวง นักวิชาการอิสระด้านสันติวิธี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งการลอบระเบิดธนาคาร และวางวัตถุต้องสงสัยหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังผ่านคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นสัญญาณบ่งชี้ให้เห็นว่ายังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่พยายามเพิ่มกระแสความรู้สึกหวาดกลัวให้เกิดมากขึ้นในสังคมไทย และเป็นการตอกย้ำกระแสที่จะนำไปสู่กระบวนการทางปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น

 โดยสิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคงต้องเร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้สังคมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการตัดสินคดียึดทรัพย์ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ไม่มีการแทรกแซง เพื่อให้ประชาชนและสื่อทั้งในและต่างประเทศบางกลุ่มไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มที่พยายามชักนำให้คล้อยตามว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับอดีตนายกรัฐมนตรี

 เนื่องจากเป็นห่วงว่าหากปล่อยให้เกิดการสร้างสถานการณ์ต่อไปจะทำให้ความรู้สึกของประชาชนเกิดความลังเล ยิ่งส่งผลให้สถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่จะเดินเข้าสู่จุดสุกงอมของปัญหาในสังคมไทยมากขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมาได้ง่าย

 “รัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงจะต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในสังคมด้วยการจับกุมผู้กระทำผิดที่ลอบวางระเบิดธนาคารมาลงโทษโดยเร็ว และที่สำคัญต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการก่อกวนซ้ำซากในช่วงเวลานี้เพราะจะยิ่งฉุดให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลตกต่ำลงไปจากเดิมได้อีก ” นายฮัอหมัด กล่าว

ไอซีทีเร่งนักกม.ศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องหลังศาลยึดทรัพย์ทักษิณ

 ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงไอซีที บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด ในเรื่องของการแปรสัญญาสัมปทาน ภาษีสรรพสามิตและดาวเทียมไทยคม โดยขณะนี้ได้เร่งให้นักกฎหมายนำประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ผู้พิพากษาตัดสิน มาศึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบว่าแต่ละประเด็นเกี่ยวข้องในส่วนใดบ้าง เพื่อเตรียมดำเนินการกับส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปทุกประเด็น ภายในวันที่ 3 มีนาคมนี้ พร้อมชี้แจงต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

        ทั้งนี้ ตามคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินธุรกิจโทรคมนาคม ประกอบด้วย กรณีแปลงค่าสัมปทานเป็นค่าภาษีสรรพสามิต กรณีการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ให้กับเอไอเอส กรณีการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วม (โรมมิ่ง) และกรณีละเว้น อนุมัติ ส่งเสริม สนับสนุนธุรกิจดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศโดยมิชอบหลายกรณี ซึ่งล้วนเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือทั้งสิ้น