นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเห็นชอบปฏิทินแผนการดำเนินงาน โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2553/2554 ซึ่งเกษตรกรจะเพาะปลูกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และมากที่สุดเดือนสิงหาคม-ตุลาคม
โดยที่ประชุมให้ฝ่ายเลขานุการไปปรับปรุงปฏิทินเล็กน้อย เช่น การกำหนดเวลาในแต่ละช่วงให้ตรงกับความเป็นจริง ก่อนเสนอให้ที่ประชุมภายในสัปดาห์หน้า และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป โดยให้คณะอนุกรรมการด้านการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พิจารณาต้นทุนการผลิต ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ค่าเฉลี่ยจำนวนพื้นที่ปลูก เพื่อกำหนดราคาขั้นต่ำในการกำหนดราคาประกันและเพดาน และปริมาณการใช้สิทธิให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้
ส่วนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและการทำประชาคมนั้น ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน-สิงหาคม ควบคู่ไปกับการทำสัญญาประกันรายได้ที่ดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน และให้การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคาประกันเริ่มดำเนินการตั้งแต่ผลผลิตออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนสิ้นสุดโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ 2554
นายพุทธิพงษ์ ระบุว่า ที่ประชุมมีมติอนุโลมให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดสามารถใช้สิทธิในโครงการประกันรายได้ เนื่องจากประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ให้เกษตรกร จ.นครราชสีมารับเงินส่วนต่าง 1.24 บาทต่อกิโลกรัม และผู้ปลูกข้าวโพด จ.กำแพงเพชรได้รับเงินชดเชยส่วนต่าง 0.58 บาทต่อกิโลกรัม
ด้านนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า การชดเชยเงินส่วนต่างให้เกษตรกรที่ตกค้างนั้น น่าจะใช้เงินไม่เกิน 500 ล้านบาท ส่วนผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีการผลิตนี้จะไม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แม้พื้นที่ผลิตเพิ่มเพราะปัญหาภัยแล้ง สำหรับราคาประกันน่าสูงกว่า 7.10 บาทต่อกิโลกรัม เพราะต้นทุนการปลูกข้าวโพดสูงขึ้น
ส่วนอัตรากำไรที่เกษตรกรจะได้รับจะเท่ากับปีที่แล้ว คือ 25% ของราคาประกันรายได้ขั้นต่ำ ดังนั้นจึงเชื่อว่าการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปีการผลิตนี้ รัฐบาลจะใช้เงินชดเชยส่วนต่างไม่มากนัก จากปีการผลิตที่แล้ว ที่รัฐบาลต้องใช้เงินชดเชยในโครงการประมาณ 5,400 ล้านบาท
ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงข้าว ได้กำหนดราคาอ้างอิงข้าวที่จะใช้ชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกรสำหรับวันที่ 1-15 มีนาคม โดยข้าวเปลือกเจ้า 5% ราคาอ้างอิงตันละ 9,074 บาท ชดเชย 926 บาท จากราคาประกัน 1 หมื่นบาท ข้าวปทุมธานี ราคาอ้างอิงตันละ 11,313 บาท ไม่ต้องชดเชย และข้าวเหนียว ราคาอ้างอิงตันละ 10,665 บาท ไม่ต้องชดเชยเพราะสูงว่าราคาประกันที่กำหนดไว้ 9,500 บาท