วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

นาทีต่อนาทียึดทรัพย์"ทักษิณ"4.6หมื่นล้าน

คมชัดลึก : 13.40 น. ศาลฎีกาเริ่มอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ จากการอ่านคำบรรยายฟ้องของฝ่ายอัยการสูงสุด เรื่องพฤติกรรมซุกหุ้นและเส้นทางการเงิน และพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ บมจ.ชิน คอร์ป

 13.50 น. ศาลฎีกาเริ่มอ่านคำบรรยายฟ้องของอัยการสูงสุด กรณีการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินการโทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบพรีเพด เอื้อประโยชน์เอไอเอส

 14.00 น. ศาลฎีกาอ่านคำฟ้องของอัยการสูงสุด ชี้การแก้ไขสัญญาโทรศัพท์พรีเพด เอไอเอส ได้ประโยชน์กว่า 7 หมื่นล้านบาท

 14.10 น. ศาลฎีกาเริ่มอ่านคำฟ้องกรณีอนุมัติโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ เอื้อประโยชน์ชินคอร์ปโดยมิชอบ

 14.20 น. ศาลฎีกาอ่านคำฟ้องของอัยการสูงสุด ชี้ชินแซทเทลไลท์ แก้ไขสัญญาสัมปทาน ดาวเทียม “ไอพีสตาร์” เอื้อประโยชน์บริษัทชินแซทฯ 20,763 ล้านบาท

 14.30 น. คำฟ้องอัยการ ชี้ พ.ต.ท.ทักษิณใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ชินแซทฯ กรณีอนุมัติให้พม่ากู้เงิน 4,000 ล้านบาท ซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคม

 14.35 น. ศาลฎีกาอ่านคำฟ้องของอัยการสูงสุด กรณี พ.ต.ท.ทักษิณสั่งการเอ็กซิมแบงก์เพิ่มวงเงินกู้ให้สหภาพพม่า เอื้อประโยชน์บริษัทชินแซทฯ

 14.45 น. ศาลบรรยาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้แจงข้อกล่าวหาไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติ/โอนหุ้นชินคอร์ปอย่างเปิดเผย ไม่ใช่ทำนิติกรรมอำพราง

 14.50 น. ศาลฎีกาอ่านคำร้องคัดค้านคดียึดทรัพย์ โต้แย้งว่า การไต่สวนของ คตส.ไม่สมบูรณ์ ขาดการแจกแจงรายละเอียดทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่สมควร 

 15.00 น. ศาลฎีกาอ่านคำร้องคัดค้านคดียึดทรัพย์ โต้แย้ง 5 ข้อกล่าวหากำหนดนโยบายเอื้อประโยชน์ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้สั่งการโดย "พ.ต.ท.ทักษิณ"

 15.15 น. ศาลฎีกาอ่านคำร้องคัดค้านของ "คุณหญิงพจมาน" อ้าง คตส.ไม่มีสิทธิอายัดเงินฝาก 26 บัญชี เพราะมีมาก่อน พ.ต.ท.ทักษิณเข้าสู่การเมือง และไม่ได้เกิดจากความร่ำรวยผิดปกติ

 15.20 น. ศาลฎีกาอ่านคำร้องคัดค้านของ "พานทองแท้" อ้าง คตส.ไม่มีสิทธิอายัดทรัพย์สิน เพราะกระบวนการพิสูจน์ทรัพย์ยังไม่แล้วเสร็จ ขอให้ยกคำร้องและเพิกถอนการอายัดทรัพย์

 15.25 น. ศาลฎีกาอ่านคำร้องคัดค้านของ "พินทองทา" อ้าง คตส.ไม่มีสิทธิอายัดทรัพย์สิน เพราะ คำร้อง คตส.เคลือบคลุม ขอให้ยกคำร้องและเพิกถอนการอายัดทรัพย์

 15.50 น. ศาลเริ่มอ่านคำวินิจฉัยคดียึดทรัพย์ ชี้ผู้คัดค้านที่ 1-6 สัมพันธ์ใกล้ชิด "ทักษิณ" บริษัทที่ถูกร้องทั้งเอไอเอส, ดีพีซี ล้วนเกี่ยวพันกัน มีชินคอร์ปถือหุ้นอยู่

 16.00 น. ศาลฎีกาวินิจฉัยด้วยเสียงเอกฉันท์ว่า ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีร่ำรวยผิดปกติ-อายัดทรัพย์ ทั้งตามประกาศ คปค. และตามกฎหมายที่มีอยู่ ทำให้ข้อต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณนี้ตกไป

 16.15 น. ศาลฎีกาวินิจฉัยอำนาจของ คตส.ในการยื่นคำร้องยึดทรัพย์ ระบุ คตส.ใช้อำนาจตามกรอบ ประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ในกรอบเวลาที่กำหนด ข้อต่อสู้ของผู้คัดค้าน เรื่องพ้นอายุความเกิน 2 ปี ฟังไม่ขึ้น 
 
 16.45 น. ศาลฎีกายกคำคัดค้าน พ.ต.ท.ทักษิณ กรณี กล้านรงค์-แก้วสรร-บรรเจิด เป็นปรปักษ์ ชี้ไม่เข้าข่ายบุคคลต้องห้ามเป็นอนุกรรมการไต่สวน ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ทำให้ข้อต่อสู้ประเด็นนี้ตกไป

 16.50 น. ศาลฎีกาวินิจฉัย ป.ป.ช.ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบ สำนวนการสอบสวนของ คตส.และ ป.ป.ช.ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีมติเอกฉันท์ ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องได้ ข้อต่อสู้ผู้คัดค้านตกไป 

 16.55 น. ศาลฎีกาเริ่มวินิจฉัยประเด็น พ.ต.ท.ทักษิณ ถือกรรมสิทธิ์หุ้นชินคอร์ป ขณะดำรงตำแหน่งนายกฯ ทั้ง 2 สมัย แล้วซุกหุ้นไว้กับลูกและคนใกล้ชิดหรือไม่

 17.45 น. ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานยังคงถือหุ้นบริษัทชินคอร์ป 1,419 ล้านหุ้นไว้ ตลอดช่วงการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย กระทั่งมีการขายหุ้นให้เทมาเส็ก เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549

 17.50 น. ศาลฎีกาเริ่มวินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป ในการแปลงสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เป็นภาษีสรรพสามิตหรือไม่

 18.05 น. ศาลฎีกามีมติเสียงข้างมากว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอไอเอส หลังแปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต ทำให้รัฐเสียหายกว่า 6 หมื่นล้านบาท

 18.10 น. ศาลฎีกาเริ่มวินิจฉัยประเด็นการลดค่าสัมปทานส่วนแบ่งรายได้ โทรศัพท์เติมเงิน วันทูคอล จาก 25% เป็น 20% เอื้อประโยชน์บริษัทเอไอเอส

 18.35 น. มีมติเสียงข้างมากว่า "ทักษิณ" ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอไอเอส หลังปรับลดส่วนแบ่งค่าสัมปทานโทรศัพท์ระบบเติมเงิน หรือพรีเพด

 18.55 น. ศาลฎีกาเสียงข้างมากวินิจฉัย พ.ต.ท.ทักษิณได้รับประโยชน์จากการแก้สัญญาให้รัฐร่วมรับผิดชอบค่าใช้เครือข่ายร่วมกับเอไอเอส ทำให้ ทศท และ กสท ได้รับความเสียหาย

 19.00 น. ศาลฎีกากำลังวินิจฉัย กระทรวงคมนาคมละเว้น บังคับ ชินแซทฯ ยิงดาวเทียม "ไทยคม 4" เปิดช่องใช้ "ไอพีสตาร์" แทน กระทบความมั่นคงด้านการสื่อสาร

 19.20 น. ศาลฎีกาเสียงข้างมากมีคำวินิจฉัยว่า การสนับสนุนธุรกิจดาวเทียมไอพีสตาร์เอื้อประโยชน์บริษัทชินคอร์ปและไทยคม

 19.45 น. ศาลฎีกากำลังวินิจฉัยประเด็นการอนุมัติเงินกู้เอ็กซิมแบงก์ อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าทุน ให้รัฐบาลสหภาพพม่า เอื้อให้นำกลับมาซื้อสินค้าจากบริษัทชินแซทฯ  

 20.10 น. ศาลฎีกาเสียงข้างมากตัดสินว่า "ทักษิณ" สั่งให้เอ็กซิมแบงก์อนุมัติเงินกู้ให้พม่า 4,000 ล้านบาท เอื้อประโยชน์บริษัทไทยคม และชินคอร์ป

 20.25 น.ศาลฎีกาเสียงข้างมาก วินิจฉัย การดำเนินการของ "ทักษิณ" ทั้ง 5 กรณี เป็นการใช้อำนาจ ในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยมิชอบ
 
 20.50 น. ศาลฎีกาฯ มีมติเสียงข้างมากให้ยึดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานตกเป็นของแผ่นดิน รวม 46,373 ล้านบาท และมีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เหลือต่ออีก 30,247 ล้านบาท

 คาดแม้วได้เงินคืนแค่ 1.8 หมื่นล้านบาท

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณที่เป็นเงินที่ได้จากการขายหุ้นและเงินปันผล จำนวน 46,373 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน จากบัญชีเงินฝากธนาคารและหน่วยลงทุน รวม 35 บัญชี และให้คืนเงินที่เป็นราคาหุ้นเดิมจำนวน 30,247 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของนายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร ตามคำสั่งของ คตส. เพื่อนำไปชำระภาษีอากรค้างให้แก่กรมสรรพากรจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีผลทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่สามารถขอคืนเงินจากธนาคารดังกล่าวได้ในทันที

 ดังนั้นคาดว่าในท้ายที่สุด เงินที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะได้คืนประมาณ 18,247 ล้านบาท (ตัวเลขทางบัญชี )


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก