รัฐบาล-เสื้อแดงเปิดฉาก"สงครามสื่อ"ทั้งรัก-ทั้งชังในชะตากรรมของทักษิณ

ในวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากจะเป็นการต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว

 อีกด้านหนึ่งยังมีการต่อสู้กันด้วยการใช้ "สื่อ" ของทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝั่งคนเสื้อแดง เพื่อช่วงชิง "ความชอบธรรม" ในสงครามทางการเมืองกันอย่างดุเดือด

 เริ่มจากฝ่ายรัฐบาล โดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ช่อง 11 จัดรายการ "เดินหน้าสู่ความยุติธรรม" เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์

 ผู้ร่วมรายการประกอบด้วย ตัวแทนจากอัยการสูงสุด ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายอุดม เฟื่องฟุ้ง และ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ คตส. รวมทั้งนักวิชาการด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม และ ส.ว.บางส่วน

 จากนั้นเมื่อถึงช่วงการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในเวลา 13.30 น. ก็มีการถ่ายทอดเสียงคำพิพากษาผ่านทางช่อง 11 และเครือข่ายวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ อสมท และหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศ

 นอกจากนี้ หลังเสร็จสิ้นคำพิพากษาก็มีการวิเคราะห์วิจารณ์คำพิพากษา และผลของคำพิพากษาที่จะมีผลบังคับต่อทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยผู้ร่วมรายการชุดเดิมด้วย

 นายสาทิตย์ให้เหตุผลในการจัดรายการดังกล่าว ซึ่งเหมือนรัฐบาลรู้ผลล่วงหน้าว่า ไม่มีการรู้ผลล่วงหน้า ไม่ว่าจะคำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไรก็ยังมีการจัดรายการนี้อยู่ เพราะเป็นคดีสำคัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน ที่สำคัญ มีประเด็นรายละเอียดมาก

 นอกจากนี้ รัฐบาลยังมอบหมายให้ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศในกรณีที่มีข่าวกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยด้วย

 ขณะที่ความเคลื่อนไหวของสื่อเสื้อแดง โดยเฉพาะ "วิทยุชุมชน" ในต่างจังหวัด ก็ออกอากาศปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง โดยที่ จ.เชียงใหม่ สถานีวิทยุชุมชนของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ประกาศเชิญชวนคนเสื้อแดงให้มารวมตัวฟังคำตัดสินที่โรงแรมแกรนด์ วโรรส

 ส่วนแกนนำหลายคนก็กล่าวโจมตีการทำงานของ คตส.อย่างรุนแรง พร้อมทั้งโจมตีว่ามี "มือที่มองไม่เห็น" ชี้นำการตัดสินของศาล ทั้งยังกล่าวในทำนองไม่เชื่อมั่นในคำพิพากษา และระบุว่า หากมีคำพิพากษายึดทรัพย์ก็แสดงว่ามีการรวมหัวปล้นทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ

 จ.อุดรธานี ที่สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 เมกะเฮิรตซ์ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง" ย้ำว่า ไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาแบบใดก็จะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น แต่ถ้าจะเกิดขึ้นก็จะเกิดจาก 2 ส่วน คือ มือที่สาม คือ ขบวนการของรัฐบาล หรือรัฐบาลทำเอง
  จ.อุบลราชธานี ฐานที่มั่นอีกแห่งในภาคอีสาน สถานีวิทยุชุมชนตลาดวาริน 89.0 กล่าวเรียกร้องไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้สองมาตรฐานกับคนเสื้อแดง พร้อมทั้งขอให้คนเสื้อแดงสู้ต่อไปไม่ว่าผลการตัดสินคดียึดทรัพย์จะออกมาเป็นอย่างไร

 ทั้งยังเรียกร้องว่า เมื่อผ่านพ้นคดียึดทรัพย์ไปแล้ว รัฐบาลควรคืนอำนาจให้แก่ประชาชนตัดสินด้วยการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่

 จ.ขอนแก่น นับว่าคึกคักกว่าใครเพื่อน เพราะมีการประชุมแกนนำเสื้อแดง 19 จังหวัดภาคอีสานกว่า 500 คน โดยมี นายขวัญชัย ไพรพนา จากชมรมคนรักอุดร เข้าประชุมด้วย มีการรวมตัวที่สถานีวิทยุชุมชน 98.0 เมกะเฮิรตซ์

 กิจกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.ขอนแก่น มีการติดตั้งโทรทัศน์ขนาดใหญ่เพื่อติดตามคำพิพากษา สลับกับการปราศรัยผ่านวิทยุชุมชน โดยแกนนำระบุตรงกันว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อไป

 นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดสดเสียงคำพิพากษา และคำปราศรัยของแกนนำเสื้อแดงผ่านสถานีวิทยุชุมชนขนาดใหญ่ จำนวน 10 สถานี ใน จ.ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ เลย หนองคาย และมหาสารคาม

 ส่วนจังหวัดที่มีแนวร่วมเสื้อแดงหนาแน่นบางจังหวัด เช่น ชัยภูมิ ลพบุรี ปราจีนบุรี ลำปาง และเพชรบูรณ์ กลับไม่มีความเคลื่อนไหวในส่วนวิทยุชุมชน แต่มีแนวร่วมกลุ่มเสื้อแดงแยกย้ายกันรับฟังคำตัดสินผ่านโทรทัศน์ และวิทยุ ตามร้านน้ำชากาแฟต่างๆ 

 ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณทวิตข้อความในเว็บไซต์ทวิตเตอร์เพื่อยืนยันว่า เงิน 7.6 หมื่นล้านบาท หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของตนและครอบครัว ไม่เคยโกง โดยก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2537 ก็ได้แสดงบัญชีทรัพย์สินกว่า 6 หมื่นล้านบาท

 จากนั้นก็วิดีโอลิงก์มายังพรรคเพื่อไทย ย้ำว่า ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร ตนและครอบครัวก็พร้อมรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ยอมรับได้ แต่จะสู้จนกว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้น

 ส่วนความเคลื่อนไหวของ "นิวมีเดีย" หรือ "โซเชียล มีเดีย" ในอินเทอร์เน็ต ก็เป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ มีการแสดงความคิดเห็นในคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กันอย่างล้นหลามจนทำให้การโพสต์ข้อความเป็นไปอย่างยากลำบาก

 ขณะที่ห้องราชดำเนิน ซึ่งเป็นห้องสนทนาการเมืองในเว็บไซต์พันทิป ก็มีกระทู้เฉพาะวันที่ 26 กุมภาพันธ์ (ก่อนพิพากษา) ถึงกว่า 7,000 กระทู้ ทำให้เว็บล่มเป็นระยะ

 ทั้งนี้ ความคิดเห็นในเว็บไซต์มีทั้งผู้ที่เห็นอกเห็นใจ และสะใจในชะตากรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมทั้งคาดการณ์อนาคตของประเทศไทยหลังคดียึดทรัพย์ด้วยความห่วงใยว่า จะนำไปสู่การชุมนุม และการนองเลือดหรือไม่

 เช่นเดียวกับเว็บคนข่าวอย่าง WWW.OKNATION.NET ก็มีคนเข้ามาตั้งกระทู้แสดงความคิดเห็นคับคั่ง โดยกระทู้แนะนำ เช่น ของ สุทธิชัย หยุ่น มีการเสนอให้ "ประกวดหัวข่าว" ในคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการล่วงหน้า ซึ่งสามารถเรียกเรตติ้งได้ถล่มทลาย

 ด้านสื่อระดับโลกก็ติดตามข่าวดังกล่าวแบบเกาะติด เช่น บีบีซี และซีเอ็นเอ็น ขึ้นหัวเว็บไซต์ด้วยข่าวคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และให้รายละเอียดประวัติส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งข้อกล่าวหาของอดีตนายกฯที่อาจนำมาสู่การยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท

 นับว่าคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่คดีประวัติศาสตร์เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น หากแต่สื่อต่างประเทศทั่วโลกต่างเฝ้ารอผลคำพิพากษาครั้งนี้อย่างใจจดใจจ่อ เพื่อรอดูว่า โฉมหน้าของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรหลังคำพิพากษาประวัติศาสตร์ในครั้งนี้

ทีมข่าวความมั่นคง