เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2553 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีคณาจารย์ 372 คน จาก 28 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เรียกร้องให้ปรับปรุงแนวปฏิบัติของ TQF เนื่องจากสร้างภาระในทางปฏิบัติ และซ้ำซ้อนในการดำเนินการกับหน่วยงานอื่นว่า เรื่องกรอบTQF นั้น เป็นการดำเนินการกรอบมาตรฐานมาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งก่อนที่จะออกมาเป็นกรอบTQF ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้หารือกับแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัย และให้แต่ละคณะ เป็นผู้จัดทำกรอบมาตรฐานขึ้นมา โดยที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)ไมได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือกำหนด ขณะนี้ประกาศใช้ไปแล้ว 3 คณะ ได้แก่ โลจิสติกส์ คอมพิวเตอร์ และพยาบาลศาสตร์ ซึ่งทั้ง 3 ไม่ได้ออกมาเรียกร้องหรือคัดค้าน และหลักของกรอบTQF เป็นกรอบคุณภาพของบัณฑิตเป็นที่ตั้ง เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเสนอของมหาวิทยาลัยที่บอกว่ารูปแบบซ้ำซ้อนในการดำเนินการเรื่องนี้ถือเป็นข้อเสนอแนะที่จะนำไปสู่การแก้ไข แต่อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้นึกถึงเรื่องของคุณภาพเป็นหลัก เพราะหากมหาวิทยาลัยไม่ได้คุณภาพ นักศึกษาเป็นผู้ที่เดือนร้อน อีกทั้งสกอ.เป็นเพียงหน่วยงานกลางที่ดูแลเรื่องของคุณภาพเป็นที่ตั้ง ขณะที่วิธีปฎิบัติงานต่างๆ นั้น มหาวิทยาลัย แต่ละคณะเป็นผู้กำหนด
“มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีคุณภาพค่อนข้างมาก แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจน เช่น คณะ สาขาที่เรียนอยู่ผ่านการอนุมัติแล้วหรือไม่ อ.สอนเก่งจริงหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้น่าเป็นห่วง เพราะบางคณะ มหาวิทยาลัยเปิดสอนแต่ไม่ได้มาตรฐาน ” นายชัยวุฒิ กล่าว