ชัยวุฒิสั่งสกอ.ลงพื้นที่สอบม.ราชธานีเล็งหาที่เรียน

“ชัยวุฒิ”สั่งสกอ.ลงพื้นที่ตรวจสอบมหาวิทยาลัยราชธานี หลังนศ.บุกศธ.ร้องถูกหลอกเรียนพยาบาล เล็งช่วยหาที่เรียนพร้อมให้มหาวิทยาลัยแสดงความรับผิดชอบ เตรียมใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา เร่งคลอดพ.ร.บ.อุดมศึกษาคุมเข้มหลักสูตร ตั้งหน่วยติดตามหลักสูตร สธ.พร้อมช่วยนศ.พยาบาลในวิทยาลัยไม่ผ่านหลักสูตร

 เมื่อวันที่ 23 ก.พ.53 เวลา 10.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยราชธานี จ.อุบลราชธานี ประมาณ 50 คนได้เดินทางมาเข้ารับฟังการชี้แจงถึงการเยียวยาให้ความช่วยเหลือของ ศธ. จาก นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) หลังจากเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากถูกหลอกให้เข้าศึกษาต่อในคณะพยาบาลศาสตร์ แต่เมื่อเข้าเรียนจริงกลับได้เรียนในคณะศิลปศาสตร์ (การพยาบาล)

 นพ.กำจร กล่าวว่า ขณะนี้ สกอ.ได้รับข้อมูลจากนักศึกษาเพียงฝ่ายเดียว จะต้องสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้บริหารของมหาวิทยาลัยด้วย และนำข้อมูลของทั้งสองฝ่ายมาประมวลอีกครั้ง ก่อนที่จะหาทางเยียวยาช่วยเหลือต่อไป โดยในเบื้องต้นได้ให้นักศึกษากรอกใบคำร้องแล้วว่าจะให้ ศธ.ช่วยเหลือในกรณีนี้อย่างไรบ้าง แต่เท่าที่สอบถามพบว่า บางคนอยากเรียนต่อในคณะพยาบาลศาสตร์ บางคนก็อยากให้มหาวิทยาลัยชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด รวมทั้งค่าเสียโอกาส และเสียเวลา ทั้งนี้ คงต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหากับเด็กที่จะต้องเข้าศึกษาต่อในปีต่อไป เนื่องจากหากให้เด็กไปสอบแอดมิชชั่นส์ใหม่ ก็จะเป็นปัญหาเนื่องจากเด็กยังไม่ได้สอบแบบทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และแบบทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) ซึ่งจะทำให้แอดมิสชั่นส์ไม่ได้

 “ผมคิดว่านักศึกษาเป็นผู้รับกรรมอยู่ จะต้องช่วยให้รอด แต่เด็กจะได้เรียนพยาบาลต่อหรือไม่นั้นยังคงเป็นประเด็นใหญ่ที่ยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจน เพราะขณะนี้สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนคณะพยาบาลศาสตร์ส่วนใหญ่จำนวนนักศึกษาก็เต็มอัตราแล้ว ซึ่งกรณีของนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลนครราชสีมาก็ยังแก้ปัญหาไม่แล้วเสร็จ และหากมีจำนวนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชธานีเพิ่มขึ้นมาอีกเกือบ 200 คน ก็คงจะแก้ปัญหาไม่ได้ คงต้องสอบถามไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัยด้วยว่าจะช่วยเหลืออย่างไร”รองเลขาธิการกกอ. กล่าว

 นพ.กำจร กล่าวด้วยว่า ปัญหาใหญ่ของการจัดการศึกษาพยาบาลในขณะนี้มีสถาบันอุดมศึกษาประมาณ 2-3 แห่งได้ประกาศงดรับนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ในปีการศึกษา 2553 แล้ว ตามที่สภาการพยาบาลได้แนะนำไปแล้ว เนื่องจากคุณภาพการจัดการศึกษายังไม่ได้มาตรฐาน

รองเลขาธิการ กกอ. ยังกล่าวถึงความคืบหน้าถึงการเยียวยาช่วยเหลือกลุ่มนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยนครราชสีมาว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลการเทียบโอนวิชา และที่นั่งของสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งกำหนดให้ส่งมาภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นในสัปดาห์หน้าจะนำข้อมูลดังกล่าวมาหารือร่วมกับสภาการพยาบาลอีกครั้ง

 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ประสานกับสภาการพยาบาล เพื่อลงพื้นที่หารือร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพื่อหาแนวทางเยียวยานักศึกษาที่ได้รับผลกระทบโดยได้เร่งให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจะเร่งแก้ไขใน 2 กรณีคือ 1.แก้ปัญหาให้นักศึกษาในเรื่องของที่เรียน 2.มหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบในเรื่องใดบ้าง อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามเรื่องที่ร้องเรียนหรือไม่

 รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารนั้น ต้องขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะที่ผ่านมาได้เกิดกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยโดยเฉพาะนักศึกษาในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่ต้องได้รับการรับรองจากสภาการพยาบาล ดังนั้น สกอ.จึงต้องใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา หรือ TQF และเร่งดำเนินการศึกษาเพื่อออก พ.ร.บ.อุดมศึกษาในการเข้าไปควบคุมหลักสูตรและการบริหารจัดการต่างๆ ให้มีคุณภาพ รวมทั้งจะมีการตั้งหน่วยติดตามหลักสูตร เพื่อเข้าไปตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรในแต่ละมหาวิทยาลัยด้วย

 นายอนุพร นาพระพล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชธานี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจจากทางกระทรวงศึกษาธิการ ว่าจะดำเนินการช่วยเหลือพวกตนอย่างไรได้บ้าง อาจจะเป็นเพราะอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ

 ”สิ่งที่พวกผมต้องการคือ การโอนย้ายเข้าเรียนในคณะพยาบาลศาสตร์ตามที่ตั้งใจไว้ เพราะจะให้ซิลแล้วกลับไปสอบใหม่คงลำบากเนื่องจากพวกไม่ได้สอบแบบทดสอบวัดความถนัดทั่วไป (GAT) และแบบทดสอบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) จึงขอวิงวอนให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งสภาการพยาบาลให้การรับรองขยายจำนวนรับพวกผมเข้าเรียน อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ได้เข้าเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ตามที่ต้องการ ก็คงต้องฟ้องร้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัยที่ทำให้พวกผมต้องเสียเงินจำนวนถึงคนละ 130,000 บาท ในการลงทะเบียนเรียน และเสียเวลาเรียนมาแล้ว 1 ปี” นายอนุพร กล่าว

สธ.พร้อมช่วยนศ.พยาบาลในวิทยาลัยไม่ผ่านหลักสูตร

  ที่กระทรวงสาธารณสุข  เมื่อเวลา 13.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีนักเรียนพยาบาล มหาวิทยาลัยราชธานี จ.อุบลราชธานี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี กรณีที่มหาวิทยาลัยราชธานีเปิดรับนักเรียนพยาบาลเกินจำนวนที่สภาการพยาบาลให้การรับรองว่า เรื่องนี้ตนตั้งใจดูแลและให้การช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้กรณีของวิทยาลัยนครราชสีมาได้มีการหารือในที่ประชุมคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาทางออก โดยมีมติให้สถาบันพระบรมราชชนกพร้อมด้วยวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปช่วยดูว่าจะสามารถรองรับนักศึกษาพยาบาลเหล่านั้นเข้าเรียนต่อ โดยโอนถ่ายหน่วยกิตมาได้หรือไม่ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมากลับมีกรณีเช่นเดียวกับวิทยาลัยนครราชสีมาเข้ามาอีก
 
 ดังนั้นตนจึงได้มอบให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขหารือกับทางสภาการพยาบาลเพื่อตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงว่ามีวิทยาลัยที่มีปัญหากี่แห่ง เพื่อที่จะได้วางแผนที่เป็นการช่วยเหลือทั้งระบบ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขในสัปดาห์หน้า และจะเชิญสภาการพยาบาลมาให้ข้อมูลด้วย

 นายจุรินทร์ กล่าวว่า กรณีที่สถาบันการศึกษาเปิดรับสมัครนักเรียนพยาบาล ทั้งๆ ที่ทราบแล้วว่า หลักสูตรยังไม่ผ่านการรับรองจากสภาการพยาบาล ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายลักษณะ คงไม่ต้องบอกว่าลักษณะใด เพราะคงทราบดีกันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามนักศึกษาพยาบาลที่เข้าเรียนถือว่าเป็นผู้สุจริต หากต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยเหลืออย่างไรก็พร้อมเต็มที่ รวมถึงการประสานไปยังวิทยาลัยพยาบาลอื่นๆ ทั้งที่สกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับโอนย้ายนักศึกษาพยาบาล

 “แนวทางในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเห็น หากวิทยาลัยพยาบาลใดที่มีปัญหา หลักสูตรไม่ผ่านการรับรอง ก็ควรเปิดเผยรายชื่อเพื่อให้เป็นที่ทราบโดยทั่วไป” รมว.สาธารณสุข กล่าว