มหา’ลัยค้านTQF ทปอ.ถกเม.ย.นี้

“สกอ.” เข้าใจมหา’ลัยโต้กรอบ TQF ชี้มีหน่วยงานตรวจสอบเยอะ ระบุขณะนี้กกอ.กำลังปรับปรุงแก้ไข ขณะที่ ประธานทปอ.แจงปัญหา TQF แนวทางปฎิบัติส่วนทางกับเป้าหมายที่วางไว้ -สร้างภาระให้อาจารย์ เหตุต้องกรอกเอกสารจำนวนมาก ลั่นสกอ.ควรต้องหารือกับทปอ.เพื่อปรับแนวทางการนำกรอบ TQF ไปใช้ปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวถึงเรื่องที่อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวน 372 คน จาก 28 สถาบันประเทศทั่วประเทศ ได้ลงชื่อในหนังสือถึงสกอ.เรื่องขอเรียกร้องให้สกอ.ทบทวนกอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา(Thailand Qualification Framework หรือ TQF) ก่อนที่เครื่องมือดังกล่าวจะกลายเป็นชนวนแห่งวิกฤตอุดมศึกษาไทย ว่า เรื่องของกรอบTQF นั้นเป็นกรอบมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมา เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา โดยนำหลักการพัฒนาร่วมกับทางออสเตรเลีย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กล่าวถึง Learning Outcomes หรือ สิ่งที่พัฒนาขึ้นในตัวนักศึกษา ทั้งจากการเรียนในห้องเรียน กิจกรรมในและนอกหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษามีคุณสมบัติ ลักษณะที่พึงประสงค์ 5 ประการ คือด้านหลัก 1. ด้านคุณธรรม จริยธรรม 2.ด้านความรู้ 3.ด้านทักษะทางปัญญา 4.ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ5.ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อีกทั้งเพื่อให้หลักสูตรต่างของประเทศได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ

รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อว่า สกอ.เข้าใจที่อ.มหาวิทยาลัยเรียกร้อง เพราะมีหลายหน่วยงานที่เข้าไปตรวจสอบประเมิน และระบบการทำงานในแต่ละหน่วยงานซ้ำซ้อนกันในเรื่องของบทบาทหน้าที่ เช่น สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)(องค์การมหาชน) ทำการรับรองมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ทำหน้าที่ดูกระบวนการจัดการของรัฐ และสกอ. ทำหน้าที่ดูกระบวนการของสถาบันอุดมศึกษา ดังนั้น ขณะนี้ สกอ.จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอไปที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือกกอ. เพื่อทำการปรับปรุงแก้ไข เนื่องจาก ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ สำหรับสาขานำร่องที่ประกาศใช้เครื่องมือนี้ไปบ้างแล้ว ได้แก่ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ สาขาโลจิสติกส์ และสาขาคอมพิวเตอร์ ส่วนสาขาที่กำลังรอการประกาศอยู่ ณ ขณะนี้ ได้แก่ สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งหากหน่วยงานใดอยากรู้รายละเอียดข้อมูลทั้งหมด สามารถดุได้ที่ www.mua.go.th/ <http://www.mua.go.th/>

ด้านรศ. พินิติ รตะนานุกุล รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า กรอบ TQF ที่ประกาศไปแล้ว มีเพียง 3 สาขา ยังไม่ได้ครอบคลุมทุกสาขาเพราะที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ แต่เมื่อมีข้อคัดค้านจาก 372 อาจารย์ ก็นำข้อมูลมาประมวลวิเคราะห์ว่ามีข้อเสียและข้อจำกัดจริงตามนั้นหรือไม่ เพื่อนำเสนอ กกอ.พิจารณาดูในภาพรวมของกรอบ TQF ทั้งในส่วนที่กำลังจะออกประกาศ และในส่วนที่ออกประกาศไปแล้ว คิดว่าการกรอกเอกสาร จะมีความแตกต่างกันในแต่ละสาขาวิชาชีพ แต่ทั้งหมดที่ออกประกาศไป ล้วนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากผู้แทนในสาขาวิชาชีพ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เกี่ยวข้องมาร่วมคิดเรียบร้อยแล้ว

ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) กล่าวว่า ที่มาของการทำหนังสือมาจากการที่มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) นำเรื่องเข้าที่ประชุม ทปอ.ถึงปัญหาที่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ว่าด้วยกรอบ TQF ที่ได้มีการประกาศใช้ไปแล้ว และเริ่มมีผลใช้บังคับหลักสูตรที่เปิดใหม่ในปีการศึกษา 2553 หรือเดือนพ.ค.-มิ.ย.นี้ โดยเฉพาะปัญหาการกรอกเอกสารจำนวนมหาศาลที่สร้างภาระให้กับอาจารย์ ทปอ.จึงมอบหมายให้มหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ.ประมวลความคิดเห็นทั้งหมดเพื่อนำเสนอสกอ.

อย่างไรก็ตาม นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ ดูเหมือนจะทราบความอึดอัดใจของอาจารย์ เคยบอกว่ากรอบ TQF ทำขึ้น มีเป้าหมายเพื่อคัดกรองมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มุ่งเข้ามาทำธุรกิจการศึกษาโดยขาดมาตรฐาน รวมถึงสถาบันการศึกษาที่เปิดหลักสูตรเพื่อมุ่งหารายได้โดยการันตีกับผู้เรียนว่า จ่ายครบ จบแน่ ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะทำให้หลักสูตรได้มาตรฐาน แต่วิธีการในทางปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายของ TQF ควรหารือร่วมกันระหว่างสกอ.และทปอ.เพื่อปรับปรุงแนวทาง ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาต่อต้านจากอาจารย์อย่างที่เป็นอยู่

ทั้งนี้ ถ้าไม่มีการปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติ อาจส่งผลให้อาจารย์ยอมเลือกแนวทางที่จะไม่ผ่านตัวชี้วัดในเรื่องความถี่ในการปรับปรุงหลักสูตร ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เพราะการยังคงใช้หลักสูตรเดิม จะมีข้อจำกัดและสร้างปัญหาน้อยกว่าการต้องมาปฏิบัติตามกรอบ TQF ถ้าเป็นเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อหลักสูตรการเรียนการสอนที่จะไม่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ ดังนั้นสกอ.ควรต้องหารือกับทปอ.เพื่อปรับแนวทางการนำกรอบ TQF ไปใช้ปฏิบัติ ซึ่งในการประชุมทปอ.เดือนเมษายน จะหารือเรื่องนี้อีกครั้ง