ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกคืนวันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่า ออกไปเยือน "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ที่ซานซีโร ด้วยเทคคิก 4-5-1 ที่เคยบุกเอาชนะ อาร์เซนอล ขณะที่เจ้าถิ่นเน้นเกมรุกเต็มที่วางเกม 4-3-3 เข้าสู้ รวมทั้งมี เดวิด เบ็คแฮม และ อเลกซานเดร ปาโต้ ลงสนามเป็นตัวจริง ซึ่งที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยยิงประตู เอซี มิลาน ได้แม้แต่ประตูเดียวในการเล่นที่ซานซีโร
เริ่มเกมมาได้ 3 นาที มิลาน ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วเมื่อ เดวิด เบ็คแฮม เปิดฟรีคิกจากทางขวาเข้าเขตโทษ ปาทริก เอวรา สกัดบอลโด่งมาเข้าทางให้ โรนัลดินโญ่ ยิงวอลเลย์ไปโดน ไมเคิล คาร์ริก เข้าไปเป็น 1-0 ก่อนที่ มิลาน จะยังมีโอกาสได้ประตูที่ 2 อีกหลายครั้งแต่ยิงหลุดออกไปเองหรือไม่ก็ติดมือ เอ็ดวิน ฟานเดอร์ซาร์ ซะหมด จนนาทีที่ 36 แมนฯ ยูไนเต็ด ตีเสมอได้แบบมีโชคหลัง ดาร์เรน เฟลตเชอร์ เปิดบอลจากทางขวา พอล สโคลส์ เข้ายิงด้วยเท้าขวาแต่บอลไปโดนเท้าซ้ายเข้าเสาไกล จบครึ่งแรกจึงเสมอกันอยู่ 1-1
เข้าครึ่งหลัง มิลาน ยังมีลุ้นประตูอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 49 ปาโต้ ได้โขกเหน่งๆ หลุดกรอบอย่างเหลือเชื่อ และนาทีที่ 61 โรนัลดินโญ่ ยิงปั่นจะเสียบเสาแต่ ฟานเดอร์ซาร์ ปัดออกไปได้หวุดหวิด ก่อนที่ มิลาน จะเริ่มอ่อนแรงหมดความคึกคักไป จนนาทีที่ 66 แมนฯยูไนเต็ด มาได้ประตูนำง่ายๆ อันโตนิโอ บาเลนเซีย ตัวสำรองเปิดบอลจากทางขวาไปเสาสอง รูนีย์ โหม่งย้อนเข้าทางเสาแรกเป็น 2-1
ถึงนาทีที่ 74 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูที่ 3 แบบง่ายๆ เฟลตเชอร์ วางบอลเข้าเขตโทษให้ รูนีย์ โหม่งเหน่งๆ เป็น 3-1 ก่อนที่ มิลาน มีฮึดก่อนหมดเวลา 5 นาที โรนัลดินโญ่ ใส่พานให้ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ยิงไขว้เข้าไป ไล่มาเป็น 2-3 และในช่วงทดเจ็บทีมเยือนต้องเหลือ 10 คน เมื่อ คาร์ริก ไปเตะบอลทิ้งทำให้โดนใบเหลืองใบที่ 2 แต่จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ยังบุกไปชนะ 3-2
หลังจบการแข่งขัน "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าถึงจะชนะในนัดนี้ แต่โอกาสของ มิลาน ยังเปิดกว้างในนัดที่ 2 เพราะทำประตูไล่มาได้อีกประตู โดยตอนแรกนึกว่าเกมจะจบแล้วที่ 3-1 แต่เมื่อ มิลาน ยังมีหวัง ทำให้เกมนัดที่ 2 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด จะจัดทีมเล่นเพื่อชัยชนะให้ได้อีกนัด ขณะที่ เลโอนาร์โด เทรนเนอร์ของมิลาน ยืนยันว่าฟอร์มการเล่นของทีมนัดนี้ไม่สมควรแพ้ และการไปเอาชนะที่อังกฤษให้ได้ 2-0 ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ก็น่าเสียดายที่เกมนี้น่าจะนำห่างได้ถึง 3-0 ในช่วงครึ่งแรกด้วยซ้ำ
"ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ออกไปเยือน ลียง ของฝรั่งเศส โดยเกมครึ่งแรกเป็น รีล มาดริด ที่เปิดเกมรุกอยู่เกือบจะข้างเดียว แต่ยังไม่มีโอกาสจะแจ้งเท่าไรนัก และเมื่อผ่านช่วง 30 นาทีแรกไปแล้ว ลียง เริ่มจะเดินเกมรุกของตัวเองได้ นาทีที่ 38 หวุดหวิดขึ้นนำจากการยิงนอกเขตโทษของ เซซาร์ เดลกาโด้ แต่บอลชนเสาออกมา
อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 3 นาที เจ้าถิ่นก็ได้ประตูออกนำเมื่อ ฌอง มาคูน ลากบอลจากกลางสนามมายิงเสยตาข่ายเป็น 1-0 ทำให้ รีล มาดริด ต้องเน้นเกมรุกเป็นการใหญ่ นาทีที่ 62 ได้โอกาสทอง กอนซาโล อิกัวอิน ได้โอกาสยิงเหน่งๆ แต่ไปตรงตัว ฮูโก้ ยอริส และนาทีที่ 80 ทีมเยือนชวดโอกาสอย่างน่าเสียดาย กาก้า เปิดลูกเตะมุมให้ เซร์คิโอ รามอส โหม่งเต็มๆ แต่ข้ามคานไป ลียง จึงเอาชนะแชมป์ 7 สมัยไป 1-0 พร้อมรักษาสถิติไม่เสียประตูให้ รีล มาดริด ในบ้านต่อไป
โคล้ด ปูแอล กุนซือลียง จึงออกมาชมลูกทีมว่าสามารถผ่านความกดดันจากเกมนัดนี้ได้เป็นอย่างดี และถือว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่ดีของทีมอีกนัด แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือไม่สามารถทำประตูที่ 2 ได้ทั้งๆ ที่ครึ่งหลังคุมเกมได้เป็นส่วนใหญ่
ด้านศึกยูโรปา ลีก รอบ 3 นัดแรก ที่กูดิสัน ปาร์ค "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรับ สปอร์ติง ลิสบอน จากโปรตุเกส ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นที่ออกนำก่อน 2-0 จาก สตีเฟ่น พีนาร์ นาทีที่ 35 กับ ซิลแวง ดิสแตง นาทีที่ 49 แต่ก่อนหมดเวลา 3 นาที สปอร์ติง กลับมาลุ้นได้ในนัดที่ 2 เมื่อ มิเกล เวโลโซ ยิงจุดโทษตีไข่แตกให้ทีมเยือน เอฟเวอร์ตัน จึงชนะไปแค่ 2-1