(11ก.พ.) บรรดาหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาในทวีปอเมริกาพากันระบุเมื่อวันพุธว่า สภาพอากาศผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทวีป อเมริกา รวมทั้งพายุหิมะในสหรัฐฯ คลื่นความร้อนในบราซิลอุทกภัยที่เม็กซิโก และความแห้งแล้งหนักที่เอกวาดอร์ ล้วนเกิดจากปรากฎการณ์เอลนีโญ่
ปรากฏการณ์ดังกล่าวซึ่งทำให้เกิดความร้อนผิดปกติที่พื้นผิวมหาสมุทรตลอดช่วงกลางของมหาสมุทรแปซิฟิค ได้ทำให้เกิดพายุทั่วทั้งทวีปและเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในหลายๆรูปแบบ โดยในขณะที่นิวยอร์ค และกรุงวอชิงตัน ดีซีของสหรัฐฯกำลังเจอพายุหิมะถล่มหนัก จนต้องปิดโรงเรียน ที่ทำการรัฐบาลกลาง และสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ กับต้องยกเลิกเที่ยวบินในนครนิวยอร์คนั้น ที่อีกปลายสุดของทวีป กลับเกิดปรากฏการณ์ตรงกันข้าม
นครริโอ เดอจาไนโรของบราซิล ถูกถล่มด้วยคลื่นความร้อนร้ายแรงสุดในรอบ 50 ปี ทำให้เมื่อวันอังคาร อุณหุภูมิอยู่ที่ 46 .3 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าในทะเลทรายซาฮาร่า และสูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก เป็นรองแค่เมืองอาดา ทางตะวันออกของกาน่าของแอฟริกาซึ่งอุณหุภูมิสูงกว่านั้น 2 องศาเซลเซียส ในวันจันทร์กับอังคาร มีคนชรา 32 คนเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนที่เมืองซานโตส ทางใต้ของบราซิล แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตที่ริโอ เดอจาไนโร
ขณะเดียวกัน เกิดน้ำท่วมหนักคร่าชีวิตผู้คนในหลายส่วนของทวีป รวมทั้งที่รัฐเซาเปาโลของบราซิล ที่อยู่ติดกับริโอ เดอจาไนโร มีฝนตกหนักมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 70 คน ส่วนที่เม็กซิโกก็เกิดฝนตกหนักแบบไม่คาดฝันถล่มครึ่งประเทศ พบ 42 ศพในบ้านที่ถูกน้ำท่วมในภาคตะวันตก ขณะที่ระบบระบายน้ำเสียใช้การไม่ได้ไปช่วงหนึ่ง ขณะลอยฟ่องจนต้องออกหลายมาตรการฉุกเฉิน
มีคนตายเพราะน้ำท่วมอีก 10 คนที่โบลิเวีย และส่งผลกระทบหนักต่อ 22,000 ครอบครัวและพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก ส่วนที่เปรูก็กำลังรับมือกับน้ำท่วมและแผ่นดินถล่ม ที่ทำให้โบราณสถานมาจู พิคจูถูกตัดขาด ต้องทำการอพยพทางอากาศนักท่องเที่ยวที่ติดค้าง 2,200 คนเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ขณะที่ในอาร์เจนติน่า มีการประกาศภาวะฉุกเฉินที่กรุงบัวโนสไอเรส เพราะวิตกว่าน้ำกำลังจะเอ่อท้นจากแม่น้ำพาราน่าซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่
แต่ในพื้นที่แถบอีเควเตอร์ของทวีปอเมริกา กำลังเจอปัญหาจากความแห้งแล้ง เอกวาดอร์ กำลังเจอความแห้งแล้งเลวร้ายสุดในรอบ 40 ปี ส่วนเวเนซูเอล่ามีระดับน้ำในเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำต่ำจนเมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีฮูโก้ ชาเวซต้องประกาศมาตรการฉุกเฉินด้านไฟฟ้า
ศูนย์ศึกษาสภาพอากาศและพยากรณ์อากาศของบราซิลคาดว่า เอลนีโญ่จะยังส่งผลกระทบไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้ภาคเหนือของตนมีสภาพอากาศแห้งแล้งขณะที่เว๊ปไซต์ของสำนักงานมหาสมุทรและสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐ โพสต์ภาพเทอร์โมกราฟฟิค ที่เต็มไปด้วยสีแดงแสดงถึงอุณหุภูมิสูงเหนือมหาสมุทรแปซิฟิค ครอบคลุมตั้งแต่ทวีปออสเตรเลียไปจนถึงอเมริกากลาง
เคาลส์ วอลเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศมหาวิทยาลัยโคโลราโด คาดการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ปรากฏการณ์พายุหิมะหนักผิดปกติในสหรัฐ อาจเป็นผลจากเอลนีโญ่ โดยเขากล่าวว่า มีตัวเล่นสำคัญ 2 ตัวในปรากฎการณ์นี้ คือเอลนีโญ่ กับสภาพอากาศแถบแอตแลนติคเหนือ และยกตัวอย่างว่ามหาสมุทรในอีกซีกหนึ่งของทวีปอเมริกา สามารถทำให้เกิดสภาพอากาศหนาวเย็นแบบอาร์คติกในทวีปยุโรปได้