วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

“พัลลภ"ลั่น”ผมยุติแล้ว”ยันไม่ได้เคลียร์จตุพร

คมชัดลึก : “พัลลภ” ยันไม่ได้เคลียร์ "จตุพร" ชี้ปัญหาที่เกิดขึ้นจิ๊บจ้อย ลั่น ”ผมยุติแล้ว” เสื้อแดงแสดงจุดยืน ไม่เกี่ยวข้องการเคลื่อนไหวของ “ พัลลภ - เสธ.แดง ” ด้าน “ จตุพร ” เหน็บ ความรุนแรงไม่ทำให้ชนะพฤษภาทมิฬ แต่เป็นเหตุให้ล้อมปราบประชาชน

 เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 9 ก.พ.ภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้เดินลงจากมาบริเวณชั้น 1 ของที่อาคารที่ทำการพรรค ก่อนรีบเดินไปขึ้นรถ โดยตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ระบุว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างพล.อ.พัลลภ และนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มเสื้อแดงว่า “สำหรับตัวผมๆ ยุติแล้ว” เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ยุติความเคลื่อนไหวกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือยุติความขัดแย้งกับนายจตุพร พล.อ.พัลลภไม่ตอบคำถามก่อนปิดประตูรถและนั่งออกไปทันที

ยันไม่ได้เคลียร์"จตุพร"ชี้ปัญหาที่เกิดขึ้นจิ๊บจ้อย

 พล.อ.พัลลภได้ให้สัมภาษณ์อีกในเวลาต่อมาว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นกันแต่อย่างใด อีกทั้งวันนี้ที่ตนเข้าพรรคยังไม่เจอและยังไม่คุยกับนายจุตพร ทั้งนี้ตนยังยืนยันจุดเดิม ที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแเดง ตนเป็นนายพลของจริง ไม่ใช่ของปลอม ที่ผ่านมาตนไม่เคยอารมณ์เสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตนผ่านมางานมาเยอะ เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าจิ๊บจ้อยมาก

 เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โทรศัพท์มาเคลียร์ปัญาคาใจระหว่างตนกับนายจุตพร กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ และวันนี้ตนเดินทางไปพรรคก็ไม่ได้เจอนายจตุพร แต่ตนยังพร้อมที่จะช่วยเหลือพรรคเพื่อไทยอยู่ ซึ่งเมื่อวานนี้ตนได้เดินทางไปหาพล.อ.ชวลิต ประธานพรรคเพื่อไทย ที่บ้านพัก ซึ่งพล.อ.ชวลิต ก็ไม่ได้ว่าอะไร และให้กำลังใจในการทำงานต่อไป พร้อมกับบอกว่าให้ตนใจเย็นๆ ตอนนี้ไม่มีอะไร ให้เราอยู่เงียบๆกันไปก่อน แล้วคอยติดตามดูสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไรต่อไป  

 พล.อ.พัลลภ ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของพล.ต.ขัตติยะว่า การเคลื่อนไหวของพล.ต.ขัตติยะจะต้องแยกให้ออก ซึ่งพล.ต.ขัตติยะ ไม่ได้เดินไปกลับคนเสื้อแดง เพียงแต่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย จึงเข้าไปช่วยดูแลเท่านั้น พล.ต.ขัตติยะเขาดำเนินการของเขาเอง ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ดังนั้นต้องเข้าใจด้วย เพราะไม่อยากให้เข้าใจผิด

เสื้อแดงแสดงจุดยืนไม่เกี่ยวข้อง“พัลลภ-เสธ.แดง”

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนายวีระ มุสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำร่วมกว่า 10 คนได้ร่วมกันแถลงถึงจุดยืนของกลุ่ม โดย นายวีระกล่าวว่าในวันนี้แกนนำ นปช. ทุกคนได้เข้าร่วมประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าขณะนี้ขบวนการคนเสื้อแดงยังอยู่ครบถ้วน อุดมการณ์ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยจะต่อสู้กับเผด็จการเพื่อสร้างสรรค์ประชาธิปไตย ในแนวทางสันติวิธี อหิงสาไม่มีทางอื่นมาเจือปน และไม่มีใครมาบิดเบือนได้ โดยเราเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งพร้อมที่จะเดินหน้าต่อสู้เช่นเดิมตามที่เคยประกาศไว้ ส่วนใครที่ห่วงใยว่า กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังมีปัญหา และอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินไปสู่สงครามครั้งใหญ่นั้น ก็ขอให้คลายความกังวลได้ หากเรามีกองทัพก็จะเป็นเหมือน กองทัพธรรม เป็นกองทัพประชาชนที่ต่อสู้อย่างสงบ ส่วนสงครามที่จะทำนั้นก็เป็นสงครามทางความคิดระหว่างประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการความยุติธรรมและสองมาตรฐาน

 นายวีระ กล่าวต่อว่า ท่าทีของรัฐบาลในวันนี้เป็นท่าทีที่มองคนเสื้อแดงเป็นศัตรู เป็นการมองอย่างประสงค์ร้าย เป็นแนวคิดเก่าตกค้างตั้งยุด 6 ต.ค. 2519 ที่มองประชาชนด้วยความหวาดระแวง และพร้อมที่จะทำลาย และวันนี้รัฐบาลกำลังใช้สื่อของรัฐ รวมทั้งโฆษกและรองโฆษกรัฐบาล สร้างภาพลวงตาว่าคนเสื้อแดงก่อความรุนแรง เพื่อเป็นการสร้างความชอบธรรมในการปราบปราม นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อของรัฐออกมาชี้แจงเรื่องความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อจะนำไปสู่การยึดทรัพย ประหนึ่งกับว่ารัฐบาลรู้ผลการตัดสินแล้ว ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการหมิ่นเหม่ต่อการก้าวก่ายอำนาจศาล

 ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า แกนนำเสื้อแดงก็มีเท่าที่เห็นในวันนี้ ส่วนบุคคลอื่นหรือองค์กรอื่นที่จะมีความเคลื่อนไหวอย่างไรก็ถือเป็นเสรีภาพ ที่ต้องรับผิดชอบสิ่งที่กำลังดำเนินการ ไม่เกี่ยวกับกลุ่มนปช. การเคลื่อนไหวของพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี หรือพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ก็เป็นเรื่องของบุคคลอื่นองค์กรอื่นไม่เกี่ยวกับ นปช. เพราะทั้งสองไม่เคยมาร่วมหารือ หรือดำเนินการร่วมกัน

 ขณะที่นายจตุพร กล่าวว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงจะเป็นไปตามแนวทางสันติวิธี เพราะเราไม่อยากย้อนไปเป็นเหมือนช่วงเมษายนที่ผ่านมา ที่รัฐบาลหาเรื่องและโยนความผิดว่าว่าเราเป็นคนก่อความวุ่นวาย เราจึงต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่าไม่มีความรุนแรง หรืออย่างเหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่มีการกล่าวอ้างว่าความรุนแรงทำให้ได้รับชัยชนะ ซึ่งจริงๆไม่ใช่ สิ่งที่ทำให้ได้รับชัยชนะคือชีวิตของวีรชน ส่วนการเผา สน.นางเลิ้งนั้นกลับเป็นเหตุให้มีการล้อมปราบประชาชน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.พัลลภ และ พล.ต.ขัตติยะ จะเข้ามาร่วมเป็นแกนนำนปช.หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เขาไม่ได้แสดงความจำนงที่จะสมัครเข้ามา เรื่องนี้เป็นเรื่องของทั้งสองคน เราก็ไม่ได้ทาบทามไป หากเขาแสดงความจำนงมาก็จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ

"สุริยะใส"ฟันธงแดงร้าวเพราะช่วงชิงการนำไม่เชื่อยึดสันติวิธี

 นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเหตุที่นายจตุพร ออกมาขวาง พล.อ.พัลลภ กับ พล.ต.ขัตติยะ อาจต้องการรักษาการผูกขาดการนำมวลชนเสื้อแดงโดย 3 เกลอ นปช. เพราะบทบาทของนายพลทหารทั้ง 2 เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในพรรคเพื่อไทยและในขบวน นปช.ชิงกระแสความนิยมจากมวลชนได้มากทีเดียว นอกจากนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าแกนนำ นปช.หลายจังหวัดเริ่มสถาปนาตัวเองเพื่อต่อสายตรงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากขึ้น โดยเฉพาะบรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วนที่

 ส่วนข้ออ้างของแกนนำ นปช.ที่ระบุว่าออกมาขวาง 2 นายพล เพราะ นปช.ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีและไม่เห็นด้วยกับการประกาศตั้งกองทัพประชาชน แต่ทำไมตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปลุกระดมให้มวลชนคนเสื้อแดงลุกฮือช่วงสงกรานต์เลือดปิดถนนทั่ว กทม. ล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา และเผชิญหน้ากับประชาชนในหลายพื้นที่ หรือแม้แต่การไล่ทุบตีพันธมิตรในจังหวัดต่างๆ กระทั่งกรณีที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง สั่งให้มวลชนเสื้อแดงเตรียมน้ำมันคนละลิตรเพื่อเผาบ้านเผาเมืองนั้น ไม่เห็นแกนนำ นปช.คนใดออกมาท้วงติงหรือปฏิเสธแต่อย่างใด

 "ฉะนั้นความขัดแย้งครั้งนี้จึงเป็นประเด็นการช่วงชิงการนำมากกว่าเรื่องอื่น เพราะใครนำมวลชนได้ก็ต่อสายตรงพ.ต.ท.ทักษิณได้ซึ่งก็คงมีผลประโยชน์อื่นๆ ตามมา และไม่แปลกใจที่ เสธ.แดง กับ พล.อ.พัลลภ เล่นบทเงียบไม่ตอบโต้ คนละเรื่องกับที่ตอบโต้ ผบ.ทบ.และคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ เพราะนายพล 2 คน อาจเป็นพวกวัวสันหลังหวะที่ฝ่ายแกนนำ นปช.กุมความลับไว้จึงเลือกที่จะนิ่งเงียบดีกว่า" นายสุริยะใส กล่าว

 นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า รอยร้าวครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามตัวแทนในพรรคเพื่อไทยระหว่างขั้วอดีตนายพลที่ทยอยเข้าพรรคจำนวนมาก ภายใต้การชักชวนของ พล.อ.พัลลภ กับปีกนักเลือกตั้งในพรรคที่กลัวสูญเสียบทบาทการนำ และแกนนำ นปช. ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะนายใหญ่ จะต้องออกแรงเหนื่อยเพื่อกำกับควบคุมและสั่งการให้ขุมกำลังทั้ง 3 ส่วนทั้งกลุ่มการเมือง กลุ่มทหาร และ นปช.อยู่ด้วยกันให้ได้ เพราะจากนี้ไปการต่อรองของขั้วอำนาจทั้ง 3 ส่วนจะรุนแรงขึ้น และ พ.ต.ท.ทักษิณก็ต้องมีราคาที่ต้องจ่ายมากขึ้นเพื่อกุมกำลังทั้ง 3 ส่วนไว้ใต้ปีกตัวเองให้ได้นานที่สุด หากไกล่เกลี่ยผลประโยชน์ไม่ได้ระบอบทักษิณก็อาจสะดุดขาตัวเองหรือพังจากข้างในก็เป็นไปได้

ทหารมณฑลทหารบกที่12ค่ายจักรพงษ์เสวนารักชาติ

 พล.ต.สุรพันธ์ พวงเพ็ชร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12ค่ายจักรพงษ์ ต.ดงพระราม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็นประธานเปิดงานการเสวนาเรื่องความรักชาติ ที่สโมสรนายทหารค่ายจักรพงษ์ โดยเชิญชุมชนภายในค่ายฯ ชุมชนรอบค่ายฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นักเรียน นักศึกษา และสื่อมวลชนกว่า 500 คนร่วมเสวนา พร้อมวิทยากรร่วมเสวนาประกอบด้วย พระครูภาวนาธรรมธารีเจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟ นายสมศักดิ์ อิทธิวรกุล นายอำเภอเมืองปราจีนบุรี   พ.อ.บัญชา ทองวิลัย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 และนายชัยวัฒน์ จันทร์แก้ว รองผู้อำนวยการโรงเรียนปราจีนบุรีกัลยาณี

 พล.ต.สุรพันธ์ กล่าวว่า  ปัญหาการขาดความปรองดองความสมานฉันท์ของคนในชาติ ทำให้เกิดความแตกแยก กองทัพภาคที่ 1 จึงได้มอบให้มณฑลทหารบกที่ 12  จัดกิจกรรมการเสวนาเรื่องความรักชาติตามโครงการรณรงค์เสริมสร้างความรักชาติของกองทัพภาค 1 ในวันนี้ เพื่อที่จะก่อให้เกิดความรัก ความผูกพัน ความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจให้เกิดในสังคมไทยกันอย่างทั่วถึงในการรับฟังและแลกเปลี่ยนทัศนคติความคิดเห็นรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนต่อไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก