ชิงการนำกลุ่มคนเสื้อแดง และการติดต่อกับ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี
วงในกระซิบดังๆ ว่า ที่ผ่านมา "สามเกลอ" ติดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณผ่านทาง "จักรภพ เพ็ญแข" ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขณะที่ "พล.อ.พัลลภ" ติดต่อและไปมาหาสู่กับ "ทักษิณ" โดยตรง
นอกจากนี้ "กลุ่มสามเกลอ" และ "พัลลภ" มี "ยุทธวิธี" ในการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน โดย "พัลลภ" ต้องการให้ทุกอย่าง "จบเร็ว" อาจมีลักษณะใช้ "พฤษภาทมิฬ" เป็น "โมเดล"
เกิดจลาจล สร้างความวุ่นวาย จนรัฐบาลต้องยอมเปิดให้มีการเจรจา
ขณะที่ "ยุทธวิธีของสามเกลอ" และอดีตแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีแนวโน้มว่าต้องการต่อสู้แบบยืดเยื้อ ส่วนจะพัฒนาไปจนถึงขั้นเกิดจลาจล นำไปสู่สงครามกองโจร สงครามกลางเมือง หรือไม่ ไม่รู้
รู้แต่ว่า เป้าหมาย "สงครามประชาชน" หรือ "ปฏิวัติประชาชน" เพื่อล้มอำมาตยาธิปไตย สู้กันระหว่างชนชั้นสูงกับชาวรากหญ้านั้น เป็นเรื่องราวที่ พคท.เก่าๆ เขาวางกันเอาไว้
การต่อสู้ของ "สามเกลอ" นักปลุกม็อบ มุ่งไปที่ยั่วยุให้รัฐบาลตบะแตกและทำร้ายผู้ชุมนุม ขณะที่ "พัลลภ" จะคิดแบบทหาร มักใช้วิธีซุ่มโจมตีฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล
เพราะทั้ง "พัลลภ" และ "เสธ.แดง" เชื่อว่า ม็อบหรือบรรดาแม่ยกทั้งหลายไม่สามารถทำให้การเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น หากจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง "ต้องรบ" และกำลังหลักต้องพึ่งพาจาก "พัลลภ" และ "เสธ.แดง" เท่านั้น
แกนนำบนเวทีส่วนใหญ่ อาทิ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง สุพร อัตถาวงศ์ วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ส่วนใหญ่จะเห็นอยู่ข้าง "พัลลภ" เพราะรู้ว่าเมื่อถึงเวลารบอยู่กับใครถึงจะปลอดภัย
มีเรื่องเล่าเมื่อเดือนเมษา "แกนนำเสื้อแดงบางคน" เมื่อเกิดเหตุรุนแรงมักอ้างไปตรวจแถวรอบทำเนียบรัฐบาล และไปตรวจแถวไกลถึง จ.กาฬสินธุ์
บางคนตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมาสามเกลอสร้างมวลชนจนเป็นปึกแผ่นการเคลื่อนไหวน่าจะสำเร็จ มากกว่า "พัลลภ" และ "เสธ.แดง" ที่ไม่มีมวลชนอยู่ในมือ แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า การรบแบบทหารไม่ต้องมีเวที เพราะไม่ได้รบแบบม็อบ
มีการวิเคราะห์กันว่า การต่อสู้ตามแนวทางของ "กลุ่มสามเกลอ" ต้องการเปลี่ยนแปลง "การเมืองทั้งระบบ" ซึ่งอาจทำให้เกิดสงคราม ซึ่งหลังเปลี่ยนแปลงต้องดูว่า "ใครปกครอง" ถ้าเป็นการปกครองแบบเผด็จการโดยคนกลุ่มเดียว ประชาชนก็จะไม่ได้ประโยชน์ จะเหมือนกับการปกครองในอดีตที่ผ่านมา ที่มี "พรรคไทยรักไทย" เป็นรัฐบาลพรรคเดียว
ส่วนยุทธวิธีของ "กลุ่มของพัลลภ" ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง "อำนาจการปกครอง" จาก "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" และเครือข่าย ไปเป็นคนอื่น เช่น "พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ" ประธานพรรคเพื่อไทย "ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์" หรือคนกลาง ตามแนวคิดของ พล.อ.ชวลิต กับ ดร.เอนก ที่ต้องการให้เกิด "รัฐบาลแห่งชาติ" มาร่วมบริหารประเทศ
ความขัดแย้งของ "กลุ่มสามเกลอ" กับ "กลุ่มพัลลภ" มีคำถามตามมาว่า สุดท้ายทั้งสองกลุ่มจะมาร่วมกันทำงานได้หรือไม่?
คนให้คำตอบไม่ใช่คนทั้งสองกลุ่ม แต่ "ทักษิณ" จะเป็นคนให้คำตอบ เพราะอำนาจการตัดสินทั้งหมดขึ้นอยู่กับ "ทักษิณ" หากประกาศไม่เอากลุ่มไหน กลุ่มนั้นต้องหยุดการเคลื่อนไหวทันที
ดังนั้นจากนี้ไปต้องดูเป้าหมายของ "ทักษิณ" ว่า ต้องการเปลี่ยน "อำนาจการปกครอง" หรือเปลี่ยน "การเมืองทั้งระบบ" อย่างไหนมีโอกาสทำได้มากที่สุดและเกิดประโยชน์กับ "ทักษิณ" มากที่สุดเช่นกัน
และมีความเป็นไปได้ว่าอาจใช้ทั้งสองวิธี หากยุทธวิธี "พัลลภ" พลาดก็อาจเปลี่ยนไปใช้วิธีของ "สามเกลอ" อีกก็เป็นได้
สังเกตได้จากข้อความใน "ทวิตเตอร์" ของ "ทักษิณ" ไม่ได้คัดค้านแนวคิดของ "พัลลภ" ในการตั้ง "กองทัพประชาชน" และยังมองว่า การที่ "จตุพร" และ "พัลลภ" ขัดแย้ง "เกิดจากคนเหล่านี้แย่งกันรักตัวเอง ต่างคนต่างก็เป็นห่วงทักษิณ และเห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีเจตนาดีทุกฝ่าย"
แสดงให้เห็นว่า "ทักษิณ" ไม่รู้สึกซีเรียสที่คนของตัวเองทั้งสองกลุ่มมีความขัดแย้งกัน เพราะทั้งสองกลุ่มทำประโยชน์ให้
จากนั้นไปคงต้องมาจับตาดูว่า "วาทะ" ของคนทั้งสองกลุ่มจะเป็นเพียง "ละครลิง" เพื่อกลบข่าวใหญ่ในช่วงที่ใกล้พิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของ "ทักษิณ" หรือไม่
เพราะทั้ง "กลุ่มสามเกลอ" หรือ "กลุ่มพัลลภ" ต่อให้พูดจากระแหนะกระแหนเปรียบเทียบเป็น "หมาเน่า" แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ "สู้เพื่อนาย"
สมถวิล เทพสวัสดิ์