'ฮุนเซน'แช่ง'มาร์ค'ให้ถูกยิง-ผีหักคอ

นายกรัฐมนตรีฮุน เซน สาปแช่ง "อภิสิทธิ์" นายกรัฐมนตรีของไทยให้มีอันเป็นไปขอให้ถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หักคอ ขอให้ถูกยิง กรณีไม่ยอมรับว่าทหารไทยบุกรุกดินแดนกัมพูชา พร้อมวิจารณ์ถูกบ้านปาอึ

 ความเคลื่อนไหวของผู้นำกัมพูชาในการเยือนพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-เขมร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมด้วยคุณหญิงบุน รานี ภริยา เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปเปิดที่ทำการกองพันทหารราบที่ 422 ตั้งอยู่ที่บ้านโอรรูมจอง ต.โคกมอญ อ.บันเตียอำบึล จ.อุดรมีชัย ห่างจากปราสาทตาเมือนธม บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ประมาณ 6 กิโลเมตร และเปิดป้ายหมู่บ้านตาเมือน ห่างจากปราสาทตาเมือน 4 กิโลเมตร โดยมี พ.อ.เนี้ยวง รองผู้บังคับการกองพลน้อยที่ 42 และทหารกว่า 100 นาย ติดอาวุธหนักและรถถังรักษาความปลอดภัย หลังร่วมงานประมาณ 30 นาที สมเด็จฮุน เซน จึงเดินทางกลับ โดยไม่ไปที่ปราสาทตาเมือนธมตามหมายกำหนดการเดิม

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังเปิดป้ายหมู่บ้าน สมเด็จฮุน เซน กำชับกับทหารว่า "ขอให้ทหารทุกนายมีความสัมพันธ์อันดีที่สุดกับประเทศเพื่อนบ้าน" ขณะที่ฝ่ายไทย พล.ต.ชวลิต ชุณประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี สั่งให้ชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 23 และกองร้อยทหารพรานจู่โจมที่ 960 กรมทหารพรานที่ 26 นำกำลังพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ เข้าตรึงพื้นที่ทั้งในและนอกปราสาทตาเมือนธมอย่างเข้มงวดขั้นสูงสุด เพื่อไม่ให้กัมพูชารุกล้ำพื้นที่

 แหล่งข่าวจากกรมทหารพราน กองกำลังสุรนารี ตั้งข้อสังเกตว่า สมเด็จฮุน เซน ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่น้อยผิดปกติ จากที่คาดว่าจะอยู่ 1-2 ชั่วโมง อาจจะห่วงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำโดยนายวีระ สมความคิด และภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหาร พร้อมตัวแทนคนรักชาติ รวมตัวกันอ่านแถลงการณ์ต่อต้าน

 ด้าน พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ทหารกัมพูชาภูมิภาคทหารที่ 1 ประมาณ 20 นาย ติดต่อขอเข้าพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ โดยใช้ความสัมพันธ์ทางทหารและยอมปลดอาวุธ ฝ่ายไทยชี้แจงว่าขณะนี้สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด อีกทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอาจยังชุมนุมอยู่ในพื้นที่ หากทหารกัมพูชาเข้าไปบริเวณดังกล่าวอาจทำให้สถานการณ์บานปลายได้ ทหารกัมพูชาจึงถอนกำลังกลับ

"ฮุน เซน" แช่ง "มาร์ค"

 วันเดียวกัน เว็บไซต์เคไอ มีเดีย ดอต บล็อคสปอต ดอตคอม รายงานถอดความคำพูดของสมเด็จฮุน เซน ระหว่างเป็นประธานเปิดที่ทำการกองพันทหารราบชายแดนที่ 422 เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา โดยแปลจากรายงานภาษาเขมรในดีเอพี นิวส์ ของกัมพูชาเป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า หากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่พูดความจริงเรื่องที่ทหารไทยรุกรานเข้าไปในฝั่งกัมพูชาเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ขอให้ถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หักคอ ขอให้ถูกยิง ถูกรถชน หรือถูกไฟช็อต และท้าให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สาบานให้ครอบครัวมีอันเป็นไปในอุบัติเหตุเครื่องบินตก หากยังยืนยันว่าทหารไทยไม่ได้บุกรุกเข้าไปในดินแดนกัมพูชา

 นอกจากนี้ผู้นำกัมพูชาย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้แค่รุกรานกัมพูชา แต่ยังโกงประวัติศาสตร์ด้วยการเปลี่ยนชื่อปราสาทเปรี๊ยะวิเฮีย เป็นพระวิหาร และหากทหารไทยไม่ได้บุกรุกวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระจริง ก็ขอให้ตัวเองมีอันเป็นไปเช่นกัน รวมทั้งบอกว่าตราบใดที่ไทยยังไม่ถอนทหารจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ก็จะถือว่าทหารไทยเป็นผู้บุกรุก

 สมเด็จฮุน เซน บอกด้วยว่า ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่สังคมไทยแตกแยกกันเท่ากับในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ และความสัมพันธ์กับต่างประเทศก็แย่มากๆ และกล่าวถึงกรณีที่มีคนร้ายปาอุจจาระเข้าไปในบ้านของนายอภิสิทธิ์เมื่อเร็วๆ นี้ ด้วยว่า อุจจาระในประเทศไทยราคาแพงมาก เพราะคนไทยใช้เป็นของขวัญมอบให้นายกฯ อภิสิทธิ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมลาออก รวมทั้งบอกด้วยว่านายอภิสิทธิ์เป็นหัวขโมยอำนาจตัวจริง และถ้าจัดการเลือกตั้งตอนนี้ก็จะแพ้แน่นอน

ยันผู้นำเขมรไม่ไปตาเหมือน

 น.ส.วิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน เตรียมเดินทางมาปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าสมเด็จฮุน เซน ประสานขอเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว ขอย้ำว่าการเดินทางมาพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารของสมเด็จฮุน เซน ทั้ง 2 วันที่ผ่านมา ไม่มีสิ่งใดมากระทบสิทธิของไทย ส่วนกรณีปัญหาที่ระบุว่ามีการรุกรานพื้นที่ระหว่างกัน เห็นว่าเป็นเรื่องต้องวิเคราะห์ข้อมูล อย่าตีความคำพูดว่าเป็นอย่างไร ที่ผ่านมามีความชัดเจนในสิ่งที่ได้พูดคุยและแจ้งอย่างเป็นทางการมาตลอด

 ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้รับคำยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าสมเด็จฮุน เซน ไม่เดินทางไปเยี่ยมชมปราสาทตาเมือนธม โดยได้นั่งเฮลิคอปเตอร์เดินทางกลับไปแล้ว

ชี้สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาฟื้นยาก

 ส่วนที่สมเด็จฮุน เซน กล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชาชาชีวะ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจไปยังประชาชนชาวกัมพูชา ต่อเรื่องดังกล่าวเนื่องจากประเทศไทยและประชาชนไทยทุกคนมีความต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน สังคมกับกัมพูชา แต่การต่อว่าเช่นนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน ซึ่งมีผลให้การปรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นเหมือนเดิมคงยากขึ้นไปอีก

 นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า คำพูดที่ระบุถึงรัฐบาลไทยว่ามาจากการรัฐประหาร ยึดสนามบิน หรือทหารอุ้มขึ้นมา เป็นนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันว่าทุกขั้นตอนของนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มาตามระบอบประชาธิปไตย ผ่านขั้นตอนรัฐสภาที่ถูกต้อง และอยากขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลไทยไม่มีเจตนาร้ายต่อประชาชนชาวกัมพูชาแม้แต่คนเดียว แต่เหตุการณ์ไม่ให้เกียรติที่เกิดขึ้น จึงเป็นการลำบากแน่นอนในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ต่อเรื่องที่ได้ดำเนินการไปแล้วและมีความคืบหน้า เช่น กรณีปราสาทพระวิหาร การเจรจาเขตแดน นอกจากนี้สิ่งใดที่อยู่ในอธิปไตยของไทย รัฐบาลจะเดินหน้าในการทวงสิทธิทวงความเป็นเจ้าของในสิ่งที่ถูกต้องตลอดแนวชายแดน

เผยไม่น่าออกจากปากนายกฯ

 “ถ้อยคำที่รุนแรงหยาบคายที่ได้รับรายงาน เป็นคำที่ไม่น่าจะออกจากปากนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ซึ่งเรารับไม่ได้ หากจะให้กลับไปร่วมมือฟื้นความสัมพันธ์โดยที่ไม่ให้เกียรติกันคงเป็นไปไม่ได้ แต่อยากเรียนว่าต่อไปแม้จะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม จะไม่นำเรื่องนี้เข้ามาเป็นชนวนก่อให้เกิดความไม่สบายใจกับประชาชนสองประเทศ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องนำมาพิจารณในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชาต่อไป” นายชวนนท์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่อจากนี้ไปในการพบปะระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศในเวทีระดับภูมิภาค จะทำให้เกิดความกินแหนงแคลงใจหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ต้องถามกัมพูชา เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาเราไม่ได้ติดใจอะไร เพราะไม่อยากให้ถูกขยายเรื่องในวงกว้าง แต่ก็กลับถูกว่ากลับมาด้วยถ้อยคำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลายครั้ง

 เมื่อถามว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้นจะยกเลิกความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับกัมพูชาหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เชื่อว่าเกิดจากความคิดของคนคนเดียว และเราจะไม่ทำอะไรให้เกิดผลกระทบต่อชาวกัมพูชา