วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

คาด"ฮุนเซน"ฉุนไม่ได้ชมตาเมือนธม

คมชัดลึก :“สุเทพ” เผย "ฮุนเซน"โกรธ"อภิสิทธิ์"เหตุไม่ได้เข้าชมตาเมือนธม เพื่อสร้างภาพตามที่ต้องการ

(9ก.พ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาแช่งและด่า นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยว่า ได้ติดตามข่าวจากสื่อมวลชนแล้ว และได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติด้วยความระมัดระวังและพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในการดูแลของแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งได้มอบหมายให้เป็นคนดำเนินการก็เกิดความสงบเรียบร้อย รัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเกิดความกลัวและเกิดความลำบาก ทุกอย่างต้องดำเนินการให้เกิดความรัดกุมและที่นายฮุนเซนโกรธเพราะไม่สามารถเดินทางเข้ามาชมปราสาทตาเมือนธม เพื่อให้เกิดภาพอย่างที่ต้องการได้จึงรู้สึกโกรธ

 อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แม้ฮุนเซนจะมีการออกมาตอบโต้นายกรัฐมนตรีของไทยอย่างรุนแรงบ่อยครั้งและเชื่อว่า แนวทางการดำเนินนโยบายทางการทูตกับทางกัมพูชาของนายกรัฐมนตรีไทยเดินมาถูกต้องแล้ว

 ต่อข้อถามที่ว่า ประเมินสถานการณ์กรณีที่นายฮุนเซน พยายามเข้ามาเคลื่อนไหวตามตะเข็บชายแดนในช่วงที่สถานการณ์การเมืองภายในประเทศของไทยกำลังคุกรุ่น นายสุเทพ กล่าวว่า ก็มีความพยายามหลายฝ่ายที่จะประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ แต่ตนไม่ขอให้ความเห็นเพิ่มเติม เพื่อที่จะทำให้เห็นว่ามีความต้องการเป็นอย่างนั้น แต่รัฐบาลจะพยายามเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทั้งสองประเทศ

ส่วนที่ฮุนเซนอ้างว่า ประเทศไทยรุกล้ำดินแดนมาโดยตลอดนั้น ยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยรุกรานใคร และไม่จำเป็นต้องชี้แจงกับประชาคม เพราะทุกคนรู้และเข้าใจสถานการณ์ระหว่างสองประเทศดี

ก่อนหน้านั้นวานนี้(8ก.พ.) สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา คุณหญิงบุนรานี ฮุน เซน ภริยา เดินทางโดยเฮลิปคอปเตอร์มาเปิดที่ทำการกองพันทหารราบที่ 422  ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านโอรรูมจอง ต.โคกมอญ อ.บันเตียอำบึล จ.อุดรมีชัย ห่างจากปราสาทตาเมือนธม เข้าไปฝั่งกัมพูชา ประมาณ 6 กิโลเมตร และเปิดป้ายหมู่บ้านตาเมือน ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนไปฝั่งกัมพูชา 4 กิโลเมตร โดยใช้เวลาในการเปิดงานประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ ซึ่งมีพ.อ.เนี๊ยวง รองผบ.พลน้อยที่ 42 และกองกำลังทหารจำนวนมากติดอาวุธหนักและรถถัง คอยคุมกันตลอดเวลาที่สมเด็จฮุนเซนเดินทางมาเปิดป้าย โดยไม่ได้เดินทางมาที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ แต่อย่างใด

 แหล่งข่าวจากทหารพราน กรมทหารพราน กกล.สุรนารี อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า การเดินทางมาของสมเด็จฮุนเซนและภรรยาครั้งนี้ใช้เวลาน้อยมาก ซึ่งปกติแล้วสมเด็จฮุนเซนจะใช้เวลานาน 1-2 ชม. แต่เกรงว่าจะมีประชาชนคนไทยเดินทางมาประท้วง และเกรงจะไม่ปลอดภัยจึงได้เดินทางกลับทันที ซึ่งก่อนที่สมเด็จฮุนเซนจะเดินทางมาเปิดป้ายและค่ายทหาร 3-4 วัน ได้มีกองกำลังทหารกัมพูชาเดินทางมาเคลียร์เส้นทางเพื่อเตรียมการรักษาความปลอดภัย ก่อนที่จะมีรถถัง และอาวุธหนักเข้ามาสมทบเพื่อเตรียมการป้องกันอันตรายให้กับสมเด็จฮุนเซนอย่างเต็มที่

 ขณะที่สมเด็จฮุนเซนเดินทางมาเปิดที่ทำการการกองพันทหารราบที่ 422  และเปิดป้ายหมู่บ้านตาเมือน มีการใช้กำลังทหารกว่า 100 นาย ติดอาวุธหนัก คอยคุมกันตลอดเส้นทางที่เดินทางมาเปิดงาน โดยสมเด็จฮุนเซนใช้เวลา 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายเนื่องจากสถานการระหว่างชายแดนไม่ปกติ เพราะกลุ่มคนไทยรักชาตินำโดยนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น และภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหาร พร้อมตัวแทนคนรักชาติ เดินทางมาที่ปราสาทตาเมือนธม เพื่ออ่านแถลงการณ์ด้วย

 ขณะที่สมเด็จฮุนเซนเปิดป้ายหมู่บ้านแล้วเสร็จได้พูดกำชับทหารกัมพูชาว่า "ขอให้ทหารทุกนายมีความสัมพันธ์อันดีที่สุดกับประเทศเพื่อนบ้าน" จากนั้นจึงรีบเดินทางกลับโดยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ไม่มีการใช้รถยนต์เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์ไม่ปกติ

ด้านพล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาค 2 กล่าวกรณีสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อาจเดินทางไปปราสาทตาเมือนธม ว่า ทางกองทัพภาค 2 ยังไม่ทราบกำหนดการเดินทางของสมเด็จฮุนเซนที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร เพียงแต่ได้ทราบข่าวว่าตั้งแต่เวลา 08.30 น.วันนี้เป็นต้นไป จนถึงเวลา 12.00 น. สมเด็จฮุนเซน จะเดินทางไปเปิดกองพัน ปชด.402 และการเดินทางไปเปิดหมู่บ้านสีหราชเดโช และการเปิดเส้นทาง 612 ภายในฝั่งของประเทศกัมพูชา

 ส่วนการจะขึ้นมาปราสาทตาเมือนธมนั้น ยังไม่มีการติดต่อผ่านทางการทูตหรือความสัมพันธ์ทางทหารเพื่อขอเข้าพื้นที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เวลา 09.00 น.มีกำลังทหารกัมพูชาภูมิภาคทหารที่ 1 ประมาณ 20 นายพยายามที่จะขอเข้าพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม โดยใช้ความสัมพันธ์ทางทหารและยอมปลดอาวุธ แต่กองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงว่าขณะนี้สถานการณ์ที่ปราสาทตาเมือนธมค่อนข้างตรึงเครียด และอาจจะมีกลุ่มพันธมิตรฯไปอยู่ใกล้พื้นที่ด้วย เกรงว่าหากทางทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่อาจเกิดการขยายตัวของผู้ชุมนุมและทำให้สถาน การณ์ตรึงเครียดขึ้นอีก จึงยังไม่อยากที่จะให้ทางกัมพูชาเข้าพื้นที่ตอนนี้ ซึ่งกลุ่มทหารดังกล่าวก็มีความเข้าใจและได้ถอนกำลังกลับไปแล้ว

 พล.ท.วีร์วลิต  กล่าวว่า ปราสาทตาเมือนธมนั้นเป็นของไทย ซึ่งกองทัพได้มีการดูแลและแสดงความเป็นเจ้าของมาตลอดแม้แต่การบูรณะโดยกรมศิลปากร ฉะนั้นยืนยันว่าปราสาทตาเมือนธมเป็นของไทย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ในเรื่องเส้นเขตแดนตอนนี้มันไม่มีความขัดเจน ในเรื่องพรหมแดนตามแผนที่ทั้งสองฝ่ายมีปัญหาอยู่หลายจุด ไล่ตั้งแต่น้ำยืนมาไปจนถึงช่องบันละแงะ ตอนนี้ยังคลาดเคลื่อน ฉะนั้นความเข้าใจสิ่งต่างๆเหล่านี้ถ้าฝั่งกัมพูชาหากว่ายืนยันว่าเป็นของเขา ไทยก็อาจจะใช้วิธีการเหมือนกรณีเขาพระวิหารก็ได้ ต่างคนต่างอ้างก็ใช้หลักฐานมาพูดคุยกันมาประกอบกันได้

 ส่วนหมู่บ้านที่ชาวกัมพูชามาสร้างใกล้ตาเมือนไม่ได้อยู่ในพื้นที่พิพาท แต่เป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากชายแดนจากปราสาทตาเมือนลงไปประมาณ 4 กม. ส่วนที่มีการทำถนนมาจ่อบริเวณชายแดนนั้น ขณะนี้มีถนนอยู่ 2 เส้นคือเส้นเชื่อม 612 เขาก็ทำมา แต่เป็นการทำที่ขาดอยู่โดยยังไม่ได้เข้าที่ปราสาทตาเมือนธมประมาณ 400 เมตร ซึ่งอยู่ในเขตเขาและเราก็ประท้วงไปตลอดว่า เขาไม่ควรมากระทำใดๆที่บริเวณชายแดน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบตามบันทึกข้อตกลงที่เรามีกันอยู่

 ส่วนกรณีที่ทางสมเด็จฮุนเซนออกมาพูดว่าไทยเป็นฝ่ายรุกรานกัมพูชาก่อนตลอด นั้น พล.ท.วีร์วลิตฯ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าทหารไทยไม่เคยไปรุกรานใดๆ เราดูแลพื้นที่ที่เรามีสิทธิของเรามาโดยตลอด เราไม่เคยจัดกำลังไปรุกรานหรืออะไรทั้งสิ้น แม้แต่การที่จะก่อให้เกิดการปะทะเราก็มีกฎในการปะทะของเราอยู่ในทุกขั้นตอน เราไม่เคยเป็นฝ่ายกระทำใดๆก่อนเลย ส่วนหลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาให้ข่าวออกมาแล้วการจะทำให้สถานการณ์ชายแดนตรึงเครียดมากขึ้นนั้น ในชั้นต้นอาจจะมีสถานการณ์บ้าง แต่คิดว่าในขณะนี้ระดับผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ทั้งสองฝ่ายก็พยายามที่จะพูดคุยกัน ซึ่งเมื่อวันก่อนตนเองได้ต้อนรับนายกฮุนเซนที่ปราสาทพระวิหารและได้พูดคุยกับ พล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหมของกัมพูชา โดยทาง รมว.กลาโหมกัมพูชา ยืนยันว่า อยากจะให้ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน อยากให้กลับไปสู่สภาพเมื่อก่อนวันที่ 15 ก.ค.2551

 ทั้งนี้เพื่อประโยชน์และความผาสุกของประชาชนทั้งสองประเทศ ส่วนการให้ข่าวของสมเด็จฮุนเซนฯที่มักกล่าวหาฝ่ายไทยนั้น เรื่องนี้ถ้าหากเราติดมาตลอดก็เหมือนกับเป็นธรรมชาติที่ทางฝ่ายกัมพูชาก็พยายามที่จะสร้างลักษณะ พูดในเชิงเพื่อให้ได้เปรียบหรือพูดให้ฝ่ายไทยติดลบไปตลอด แต่ในข้อเท็จจริงทุกครั้งที่เราพูดเราก็ได้ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงที่มันเป็นอยู่ไม่ได้เกินเลยกว่านั้นเลย ฉะนั้นยืนยันได้ว่า ขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังคงรักษาอธิปไตยตามเขตแดนได้ ทั้งสามจุดที่ฝ่ายกัมพูชาได้ขอมานั้นเราก็ได้ปฏิบัติตามร่วมกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก