หลังจากโค่นล้มรัฐบาลทรราชดูวาลิเยร์แล้ว ชาวเฮติได้ยื่นเรื่องต่อรัฐบาลสวิสขอเงินคืน แต่ทางการสวิส ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความตืดและความงกถึงขนาดเคยไฟเขียวให้ธนาคารใหญ่น้อยในประเทศอมเงินของเหยื่อนาซีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นับร้อยรายเป็นเวลานานกว่าครึ่งศตวรรษ กว่าทายาทของเหยื่อนาซีเหล่านั้นจะทวงคืนได้สำเร็จพร้อมกับดอกเบี้ยก้อนใหญ่ กลับดื้อด้านอายัดเงินก้อนนั้นไว้ไม่ยอมคืนให้ อ้างว่าเฮติไม่ได้ดำเนินคดีกับดูวาลิเยร์เอง เมื่อจนแต้มเข้าจริงๆ รัฐบาลสวิสก็ผ่าทางตันด้วยการจะนำเงินก้อนนั้นให้องค์กรเพื่อการกุศลที่กำลังช่วยเหลือเฮติแทน แต่แล้วก็ถูกศาลสูงสุดสั่งเบรกอีกจนได้
ตอนนี้ รัฐบาลสวิสก็หาทางออกด้วยการอายัดเงินก้อนนี้ไว้ต่อไปจนกว่าจะผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่แล้วอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เงินปลิวว่อนไปที่ไหนๆ และต้องการให้เงินก้อนนี้กลับคืนสู่ชาวเฮติเท่านั้น แต่หลายคนบอกว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น
''คุณมีผู้นำที่มีกองทัพลับของตัวเองคอยทรมานประชาชนที่มีความเห็นไม่ลงรอย ในช่วงเดียวกันนั้นผู้นำผู้นั้นก็ทำให้เงินคงคลังว่างเปล่า โดยประชาชนไม่สามารถขัดขวางได้ เป็นการปล้นจากประชาชนชัดๆ" มาร์ก เพียธ แย้งก่อนจะชี้ว่าดูวาลิเยร์และบริวารว่านเครือที่ร่วมกันก่ออาชญากรรมได้ผันเงินกองทุนสาธารณะผ่านมูลนิธิในลิกเตนสไตน์ แล้วนำไปฝากในธนาคารยูบีเอส แต่ธนาคารนี้กลับปิดปากเงียบ แถมยังป่าวร้องเอาดีใส่ตัวว่าได้บริจาคเงินให้เฮติ 3 ล้านดอลลาร์
อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ทางการสวิสได้ยอมโอนเงินของเผด็จการที่ฝากไว้ในบัญชีลับคืนให้เจ้าของประเทศหลายรายด้วยกัน อาทิ เงินก้อนใหญ่เกือบ 730 ล้านดอลลาร์ที่ฝากไว้ในบัญชีลับในนามของอดีตทรราช ซานี อาบาชา แห่งไนจีเรียและเครือญาติ ซึ่งมีการโอนกลับคืนให้ไนจีเรียแล้ว ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ก็ทยอยถอนเงินฝากหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่อดีตเผด็จการ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส แอบฝากไว้ในธนาคารหลายแห่ง
อย่างไรก็ดี เมื่อปีที่แล้ว ทายาทของอดีตทรราช โมบูตู เซเซ เซโก แห่งคองโกได้เงินคืน 7.4 ล้านดอลลาร์ ทั้งๆ ที่กระทรวงต่างประเทศสวิสเพิ่งให้สัญญาว่าจะคืนเงินสดให้รัฐบาลคองโกก็ตาม
ทำให้เกิดข้อกังขาไปทั่วว่ามีมาตรฐานอะไรบ้างในการตัดสินว่าจะคืนให้ใคร
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์