(6ก.พ.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาลงพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ชายแดนไทยกัมพูชาว่า ยืนยันว่าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยู่เมืองดูไบ และไม่มีแผนในการเดินทางไปไหน ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณได้ปฎิเสธแล้วว่าจะไม่มาลงพื้นที่ร่วมกับสมเด็จฮุนเซน และขณะนี้ฮุนเซนเดินทางมาแล้ว
ดังนั้นกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยว่าทางการกัมพูชาให้สัญชาติกัมพูชากับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น เป็นเรื่องเท็จซึ่งล่าสุดทางการกัมพูชาก็ได้ออกมาปฎิเสธเรื่องดังกล่าวแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณได้ฝากมายืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณเกิดประเทศไทย เป็นคนไทย รักประเทศไทย จึงไม่เคยคิดหรือดำเนินการยื่นเรื่องไปเปลี่ยนสัญชาติ ส่วนสื่อในกัมพูชาที่ออกมารายงานก็คาดว่าจะเป็นสื่อที่อยู่ฝั่งเดียวกับนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชา จึงทำให้มีการรายงานออกมาในลักษณะนั้น
ก่อนหน้านี้รัฐบาลประชาธิปัตย์ทำทุกอย่างเพื่อไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งทำให้พ.ต.ท.ทักษิณได้ถือหนังสือเดินทางของประเทศมอนเตนิโกรและนิคารากัว โดยประเทศทั้งสองไม่ได้ให้สัญชาต แต่เป็นออกหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะประชาชนกิติมศักดิ์ ซึ่งส่วนใหญ่ได้ใช้หนังสือเดินทางของประเทศมอนเตนิโกร
ดังนั้นการปล่อยข่าวของพรรคประชาธิปัตย์น่าจะเป็นการสร้างประเด็นการเมืองปลุกกระแสว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่รักชาติ ไปถือสัญชาติกัมพูชา เพื่อทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องซึ่งชัดเจนว่าเป็นพวกเดียวกัน
อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ส่วนกรณีการลงพื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหารของสมเด็จฮุนเซนนั้น มองว่าเรื่องนี้รัฐบาลควรหาทางออกคือต้องไปเจรจาหาทางออกร่วมกันกับกัมพูชาและสั่งให้ทหารออกมาจากพื้นที่ทับซ้อน รวมทั้งช่วยกันกอบกู้ระเบิดเพื่อป้องกันชีวิตทหาร ซึ่งที่ผ่านมาในการแก้ปัญหาของตนในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯได้ช่วยปกป้องพื้นที่ทับซ้อนใต้ปราสาทพระวิหาร และยืนยันว่าได้ดำเนินการทำตามแผนที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ร่างไว้ในปี 2541 ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ตอนประกาศเขตอุทยานปราสาทพระวิหาร ซึ่งในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์เองก็เป็นฝ่ายตัดพื้นที่ทับซ้อนออกไป จนกระทั่งมีการนำปราสาทพระวิหารขึ้นทะบียนเป็นมรดกโลกในที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่า การเดินทางมาครั้งนี้ของสมเด็จฮุนเซนมาทำให้ไทยเสียสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อน นายนพดลกล่าวว่า ไม่น่าจะทำให้ไทยเสียสิทธิ์ เพราะพื้นที่ทับซ้อนเป็นของไทยแต่ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา การอ้างอธิปไตยใดในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างประเทศ ก็ต้องเป็นการดำเนินการทางการทหาร ส่วนเรื่องของเหมาะสมหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่งแต่มองว่าไม่ทำให้ไทยเสียสิทธิแน่นอน เพราะการเสียสิทธิ์มี2 ลักษณะ คือ เสียสิทธิ์ตามกฎหมายและเสียสิทธิ์ตามความเป็นจริงคือ มีการสู้รบทางทหารเกิดขึ้น ซึ่งขอฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า ต้องอย่ากลัวเสียหน้า เพราะเคยด่าตนในสภาไว้ แต่นายกฯควรไปสั่งให้นายกษิตย์ ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศไปตั้งทีมไปเจรจาแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนโดยฟังข้อมูลจากกองทัพและข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ อีกทั้งไทยควรนำพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์บริเวณปราสาทพระวิหารเช่น แหล่งตัดหิน สระตาว สถูปคู่ ไปจดทะเบียนข้ามเขตแดนของแต่ละฝ่ายให้ทั้ง 2 ประเทศเพราะจะทำให้ต่างฝ่ายจต่างชนะแบบวินๆทั้งคู่ ไม่มีใครเสียเปรียบใคร
ขอให้จับตาว่าหลังจากนี้ จะมีขบวนการปล่อยข่าวทำลายทักษิณมากขึ้น ทั้งจากรัฐบาลปชป. รวมทั้งสื่อของรัฐจะถูกใช้อย่างไม่ละอาย ทั้งเนื้อข่าว และรายการของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นตั้น ซึ่งจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายพ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์
ส่วนเรื่องกองทัพประชาชนฯที่พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทยเสนอมา มอว่าเป็นเพียงความคิดของพล.อ.พัลลภ กับพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ไปปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณว่าจะมีการจัดตั้งองค์กรอย่างไร ประกอบกับมีการใช้ศัพท์คำพูดหวือหวา จนทำให้คนคิดว่ามีการใช้กำลังติดอาวุธ แต่ส่วนตัวมองว่าหากใช้ความรุนแรงจะตกหลุมพรางของรัฐบาล
ด้านโฆษกรัฐบาลกัมพูชา นายเขียว กัณหฤทธิ์ ออกมาปฏิเสธเมื่อวานนี้ว่า รายงานข่าวที่ปรากฏออกมาเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ในเว็บไซต์ Khmer Intelligence News ซึ่งเป็นเว็บไซต์ต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาเป็นเรื่องที่ไม่จริง พร้อมกับยืนยันว่ากัมพูชาไม่เคยให้สัญชาติกัมพูชากับทักษิณ และแม้ว่ากัมพูชาจะเสนอให้สัญชาติ เขาก็คิดว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณก็คงไม่รับ
การออกมาปฏิเสธของกัมพูชามีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ บอกว่า กฏหมายไทยระบุว่าคนไทยต้องถือสัญชาติเดียว หากทักษิณต้องการจะใช้สัญชาติกัมพูชา ก็จะต้องสละสัญชาติไทยก่อน
ข่าวนี้ถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซ็น ของกัมพูชาจะเดินทางเข้ามาพื้นที่กรณีพิพาททางด้านดินแดนใกล้กับปราสาทพระวิหารในวันนี้และเมื่อวาน กัมพูชาก็ได้ทำจดหมายประท้วงไปยังกูเกิ้ล กรณีที่แผนที่ในบริการกูเกิ้ล เอิร์ธ ระบุรายละเอียดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องเส้นพรมแดนใกล้พื้นที่ที่เป็นกรณีพิพาทกับไทย เนื่องจากกูเกิ้ลระบุเส้นเขตแดนสนับสนุนตามข้ออ้างของฝ่ายไทย ซึ่งกัมพูชาก็ได้ขอให้กูเกิ้ลจัดการถอนข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่ที่ผิดอย่างมาก และนานาชาติไม่ยอมรับนี้ออกไปจากฐานข้อมูล
Khmer Intelligence News รายงานว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้รับสัญชาติกัมพูชาตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมปีที่แล้ว โดยพระบรมราชโองการที่ให้สัญชาติกับทักษิณลงนามโดยนายเจีย ซิม ประธานพรรค CPP และประธานวุฒิสภา ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระมหากษัตริย์ ซึ่งในช่วงนั้นกษัตริย์นโรดม สีหมุนี องค์ประมุขกัมพูชา ก็ได้รับคำแนะนำให้เสด็จไปฝรั่งเศสอย่างกระทันหัน
และทรงออกจากประเทศไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่ว่าพรรค CPP จะสามารถเก็บเรื่องการให้สัญชาติกัมพูชากับทักษิณไว้เป็นความลับ