วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

พัลลภน้อยใจ3แกนนำนปช.ยุติไม่ยุ่งม็อบแดง

คมชัดลึก : “พัลลภ”น้อยใจ 3 แกนนำนปช.ด่า ลั่นขอยุติบทบาทไม่ยุ่งม็อบเสื้อแดง ชี้เป็นรุ่นพ่อ ผ่านประสบการณ์มาเยอะ แต่ถูกหยามเกียรติ ย้ำหากม็อบแดงชุมนุมเดือนปลายก.พ.นี้กระเจิงเหมือน “เมษาวิปโยค” อย่ามาเรียกให้ช่วย พร้อมเผย “ทักษิณ” อยากกลับไทย ระบุทางเดียวกลับบ้านเกิดได้ต้องออกกม.นิรโทษกรรม

 (5ก.พ.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บ้านพักซอยโชคชัย 4 พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดใจหลังเดินทางกลับจากการพบ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะประเด็นการจัดตั้งกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กปช.) ที่ถูกแกนนำเสื้อแดง และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธแนวความคิดนี้ว่า จากเหตุการณ์เมื่อเดือนเม.ย. ที่กองทัพแดง และกลุ่มคนเสื้อแดง ต้องถูกล้อมป่าแบบแตกกระเจิงไม่เป็นขบวน

 วันนั้นมีผู้ใหญ่หลายท่านรวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหาตน 2 ครั้ง เพื่อขอให้เข้ามาช่วยหน่อย ซึ่งตนก็บอกท่านไปว่า คงช่วยไม่ได้ เพราะแตกแบบไม่เป็นรูปขบวน และไม่ได้เตรียมการเอาไว้สำหรับการช่วยเหลือในการป้องกัน แนวความคิดของตน ในวันนี้เมื่อแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่า ภายเดือน ก.พ. หรือ ต้นเดือน มี.ค.จะใช้มวลชนคนเป็นล้านเข้ามาในกทม. ตนมองว่าจะหลีกเลี่ยงจากความรุนแรงไปไม่ได้

 ตนยืนยันว่าไม่อยากเห็นคนไทยฆ่าคนไทย เพราะในชีวิตผ่านมาเยอะ ซึ่งก่อนที่เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศดูไบ ก็ได้เดินทางไปพบ พล.อ.ชวลิต ที่บ้าน ซึ่งตนมองว่าคนที่จะแก้ปัญหาประเทศได้ในเวลานี้ที่จะไม่ให้คนไทยฆ่าคนไทยมีเพียง พล.อ. ชวลิต คนเดียวเท่านั้น เพราะท่านมีบารมี และเป็นคนที่มีลักษระประนีประนอม จึงคิดว่าท่านสามารถพูดกับมวลชน และกองทัพเสื้อแดงได้จึงไปหาท่าน และได้พูดคุยถึงแนวความคิดนี้

 “ผมขอให้พล.อ.ชวลิต หากสถานการณ์เป็นลักษณะแบบนี้จะต้องมีผู้นำ 1 คน ก็เห็นว่าพล.อ.ชวลิต ควรออกมาเป็นผู้นำประชาชนในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ซึ่ง พล.อ.ชวลิต ก็บอกว่าไม่ดีมั้ง ขอเป็นแค่ที่ปรึกษา ซึ่งผมมองว่าการที่เป็นแค่ที่ปรึกษามันไม่สมาร์ท ต้องออกมาเป็นผู้นำ พล.อ.ชวลิต ก็ไม่ได้ให้คำตอบ แต่ได้พยักหน้าแบบแบ่งรับแบ่งสู้ และก่อนที่ไปดูไบเพียง 2 วัน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ได้โทรศัพท์มาหาผม และบอกว่ามีคณะทัวร์ไปเที่ยวดูไบอยากจะไปด้วย และจะขอเข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งผมอยากจะไปอยู่แล้ว เพราะเคยนัดกับพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่แล้วว่าจะไป แต่ถ้าไปคนเดียวก็คงจะไม่ไปเพราะไปไม่ถูก เพราะในชีวิตไม่เคยไปต่างประเทศเพียงคนเดียว พล.ต.ขัตติยะ มาชวนร่วมกับคณะอีก 10 คน ก็เดินทางไปด้วย ” พล.อ.พัลลภ กล่าว

 พล.อ.พัลลภ กล่าวต่อว่า เมื่อไปถึงก็ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่บ้านพักในตอนเย็น โดยมีนักธุรกิจอยู่ด้วย ผมจึงขายไอเดียเรื่องนี้ขึ้นมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็อยากเห็นสันติ ไม่อยากเห็นคนไทยต้องมารบลาฆ่าฟันเอง ผมจึงบอกกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า ได้พบกับ พล.อ.ชวลิต แล้ว โดยขอให้ท่านเป็นผู้นำกองทัพประชาชน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็บอกว่าดี และเห็นด้วย ทั้งนี้ผมยอมรับผิด แทนที่จะใช้กองกำลังประชาชน แต่กลับไปใช้ว่ากองทัพประชาชน เพราะคนเสื้อแดงเขาใช้คำว่ากองทัพเสื้อแดงอยู่แล้ว แต่ที่ผมใช้กองทัพประชาชน เพราะเวลานี้มีประชาชนที่เป็นกลางวางเฉยอยู่เยอะหากไปจำกัดคนเสื้อแดงก็จะได้แค่คนจำนวนเท่านั้น แต่หากเป็นประชาชนคนที่ลังเลอยากเห็นบ้านเมืองสงบก็อาจจะไหลเข้ามารวมกัน จึงอยากใช้คำว่ากองทัพประชาชนเพื่อประชาชนแห่งชาติ เมื่อเป็นกองทัพประชาชน พล.อ.ชวลิต ก็จะต้องเป็นผู้นำสูงสุด แต่มีคนโทรศัพท์มาหาตน และมีการสื่อสารผิดเนื่องจากห้องมันกว้าง ทำให้มีการสื่อสารผิดจากผู้นำสูงสุดกลายเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็กลายเป็นเรื่องขึ้นมา

 เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วใช่หรือไม่ที่จะให้ พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำสูงสุด พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นด้วย เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไร เมื่อ พล.อ.ชวลิต ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่ง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ท่านปฏิเสธตำแหน่งผู้นำสูงสุด แต่ไม่ได้ปฏิเสธผู้นำประชาชน

 เมื่อถามว่า แกนนำเสื้อแดงปฏิเสธที่จะรับแนวคิดดังกล่าว แม้ว่าจะได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วก็ตาม พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า นายจตุพร พรมหพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาพูดคล้ายๆ ว่า พวกพล.อ. พัลลภ ไม่เกี่ยว ซึ่งก็หมายถึงตัวพ.ต.ท.ทักษิณ และหมายถึงตัวพล.อ.ชวลิต ด้วยว่าไม่เกี่ยว ทั้ง ๆ ที่ตนได้พูดคุยกับ นายจตุพร ที่พรรคเพื่อไทย 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับ นายวีระ มุสิกพงษ์ ทั้งนี้ตน นายวีระ และนาย จตุพร เคยร่วมทำงาน โดยใช้บ้านของ นายวีระ ที่ดอนเมืองเป็นที่ประชุม ซึ่งตนคิดว่ากลับจากพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ และท่านยอมรับแนวคิดนี้ ตนก็จะมาพูดคุยกับ นายวีระ นาย จตุพร อีกครั้ง แต่ปรากฎว่าเมื่อวานนี้ แกนนำออกมาในลักษณะตัดรอน เมื่อเขาประกาศว่าพ.ต.ท. ทักษิณ ไม่เกี่ยวก็จบ

 “ ผมนอนคิดทั้งคืนว่าเมื่อเขาเป็นแบบนี้ ในฐานะที่ผมเป็นรุ่นพ่อของเขา และงานแบบนี้ผมทำมาก่อน ทั้งงานสนามรบในประเทศ และนอกประเทศ หรืองานมวลชนในกทม. ผมเล่นมาก่อน ดังนั้นเมื่อเขาออกมาตัดรอน และเขาไม่ได้ว่าผมคนเดียว แต่ว่าไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณ และพล.อ.ชวลิต ด้วย ดังนั้นเมื่อผมนอนคิดทั้งคืนแล้ว จึงตัดสินใจว่าวันนี้ผมจะอยู่เฉย ๆ ผมจะดูเขา และปล่อยให้เขาดำเนินการไปเลย ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยว ถ้ามันเกิดเหตุเหมือนช่วงเดือนเม.ย.ปีที่ผ่านมา ก็อย่ามาเรียกกัน เพราะผมช่วยอะไรไม่ได้ ส่วนสถานะภาพในพรรคเพื่อไทยก็ยังคงทำหน้าที่ไม่เกี่ยวกัน ทั้งนี้ผมไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน ถ้าให้ผมเดาคือว่าวันนี้เขาคิดว่าเขาเป็นแกนนำในการจัดตั้งมวลชน ที่เป็นกองทัพเสื้อแดง และกลัวผมจะมาชิงการนำของเขา แต่ผมไม่เคยคิดเลย และได้มีการพูดคุยกันมาแล้ว ว่าคุณก็ว่างานมวลชนของคุณไป แต่ผมจะดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ ผมกับพล.อ.ชวลิต และพล.ต.ขัตติยะ จะดูแลให้ ” พล.อ.พัลลภ กล่าว

 เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าเป้าหมายมีความแตกต่างกัน เพราะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการให้เกิดการแตกหัก และรุนแรง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า เขาประกาศอยู่ทุกวันว่าเขาต้องการความสันติ แต่ตนก็เดาใจเขาไม่ถูก แต่ว่าในจิตลึกๆ เมื่อตนเป็นแบบนี้ และพ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.ชวลิต ไม่ต้องการใช้ความรุนแรง เมื่อถามต่อว่า พล.ต.ขัตติยะ จะหยุดการเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ถ้าตนหยุด พล.ต.ขัตติยะ ก็จะต้องหยุด ซึ่งพล.ต.ขัตติยะ เชื่อฟังตน ตนจะนั่งดูการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้ง 3 คนจะเดินไปอย่างไร แต่ตนจะนั่งดูเหมือนช่วงเดือนเม.ย.ปีที่ผ่านมา เมื่อถามว่า เป้าหมายของกลุ่มเสื้อแดงเปลี่ยนไปแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พยายามช่วยเหลือ พ.ต.ทักษิณ มาโดยตลอด พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ใช่ เขาประกาศแบบนั้น

 เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นการตอกย้ำรอยร้าวของคนในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมาตนไม่เคยไปร่วมเวทีกับกลุ่มคนเสื้อแดง ตนเพิ่งเคยพูดกับกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งแรกตอนที่เดินทางไปกับพล.ต.ขัตติยะ เพื่อมอบตัวกับกองปราบปราม

 เมื่อถามว่า การตัดสินใจหยุดร่วมสังฆกรรมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ทางพ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดอะไรหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดกับใครเลย ตนนอนคิดทั้งคืน และก็ตัดสินใจด้วยตัวเอง ตนคิดว่าอายุ 73 ปีแล้ว ผ่านการรบมาเยอะทั้งใน และนอกประเทศ ส่วนคนอื่นว่าอย่างไรตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า แสดงว่าการตัดสินใจไม่ยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นเพราะ 3 เกลอไม่ให้เกียรติ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ให้เกียรติ แต่ไม่รับมาเป็นพวกเลย ทั้งนี้หากตนคิดว่าจะไม่ว่าอะไร แต่เขาพูดไปถึงพล.อ.ชวลิต และ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย

 เมื่อถามว่าน้อยใจหรือไม่ ทั้งๆ ที่อาสาเข้ามาช่วย แต่กลับเจอเรื่องแบบนี้ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า คนแก่ความน้อยใจมีเยอะไปตามวัย แต่ว่าคนอื่น มาด่า โดยเฉพาะคอลัมม์ต่าง ๆ ตนไม่สนใจ เพราะหนักแน่ แต่พวกเดียวกันและคุยกันแล้วมาด่ากันมันไม่ได้ ตนถือ

 เมื่อถามว่า การตัดสินใจหยุดครั้งนี้ได้พูดคุยกัน พล.อ.ชวลิต หรือยัง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ยังครับ เพราะเพิ่งตัดสินใจ และนอนคิดทั้งคืน ตนคิดว่า 1 - 2 วันจะโทรศัพท์ไปหา ทั้งนี้หากเจอหรือได้พูดคุยจะบอกกับพล.อ. ชวลิต ว่า ตนจะนั่งดูเฉย ๆ แต่ถ้าแกนนำคนเสื้อแดงมาขอโทษก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จะให้ตนโทรไปคงไม่โทร ตนถือว่าตนเป็นรุ่นพ่อเขาแล้ว แต่หากโทรมาก็พูดคุยกัน

 เมื่อถามว่า ก่อนที่จะถึงวันชุมนุมใหญ่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแนวคิดที่เลิกยุ่งเกี่ยวหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ก็จะต้องคุยกัน แต่เขาจะต้องเป็นฝ่ายริเริ่มพูดคุยกับตน ตนถือว่าตนออกมาครั้งนี้เพื่อสันติ ต้องการป้องกันเขา เพราะเห็นเหตุการณ์เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาแตกกันแบบไม่เป็นขบวนเลย เราต้องการที่จะเข้ามาปกป้องเขา แต่ในเมื่อเขาไม่ต้องการ และเขาคิดว่าคนเสื้อแดงทั้งหมดเป็นของเขาไม่เกี่ยวกับตนก็ตามใจเขา

 เมื่อถามว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการให้การชุมนุมแตกหัก พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า เขาประกาศแล้วว่าจะไม่แตกหัก ตนก็ไม่แตกหัก ทั้งการที่ตนเข้ามาก็เพราะกลัวจะเกิดเหมือนช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา จึงหาคนกลางที่จะสามารถประนีประนอมได้ ซึ่งวันนี้ก็มีคนเดียวคือ พล.อ.ชวลิต ที่ท่านมีบารมีคนอื่นไม่มี มีเพียงท่านคนเดียว และตรงใจกับพ.ต.ท.ทักษิณ ตนประกาศแล้วก็จะนั่งดูจริงๆ ถ้าจะให้ตนช่วยก็จะต้องเตรียมลูกน้อง และแผนต่างๆ จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดการปะทะกัน ถ้าทำอย่างเดิมเดี๋ยวก็ปะทะกัน

 เมื่อถามว่า ประเมินการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนับจากวันนี้จนถึงปลายเดือนก.พ. พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ถ้าเขามาเป็นล้านคนตามที่เขาพูดคงหนีความรุนแรงไมได้ คนเข้ามาเป็นล้านคน วันนี้คนในกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงก็มีเยอะ เขาปัญหาก็มีเยอะ ทั้งที่กิน ที่นอน และห้องน้ำ ดังนั้นจะอยู่กันนาน ๆ เป็นไปไม่ได้ หากมาหลายหน และถอย คนก็ไม่อยากจะมา วันนี้คนที่จะมาร่วมกันมาก เพราะเห็นว่ามี พล.อ. ชวลิต ตน และ พล.ต.ขัตติยะ ซึ่งคิดว่าจะสามารถทำให้การต่อสู้ยุติได้

 “ ประเด็นการต่อสู้ได้มองข้ามขั้นเรื่องยึดทรัพย์ไปแล้ว แต่เขามองถึงเรื่อง 2 มาตรฐาน ความไม่ยุติธรรม คนไทยสามารถทนได้ทุกอย่าง แต่สิ่งเดียวที่ทนไม่ได้คือความอยุติธรรม ดังนั้น คนที่มาชุมนุมอยากจะเรียกร้องคือให้รัฐบาลลาออกเกิดการเลือกตั้งใหม่ต้องการแค่นั้น เพราะวันนี้รัฐบาลเข้ามาไม่ถูกต้อง และไม่เคยมีรัฐบาลไปตั้งในค่ายทหาร ผมพูดคุยกับน้องๆ ว่าผมทำปฏิวัติรัฐประหารมาหลายหน มีทั้งแพ้ ชนะ หลายหน ต้องลี้ภัยไปต่างหลายปี แต่สิ่งที่ผมทำเหมือนเป็นกรรมการฟุตบอล เพราะคุณเล่นออฟไซด์เล่นผิดกติกา ผมก็เป่านกหวีดให้หยุด และเขี่ยลูกให้คุณเล่น ” พล.อ.พัลลภ กล่าว

 เมื่อถามว่า การชุมนุมคนเสื้อแดงนับจากวันนี้จนถึงปลายเดือน ก.พ. นี้เป็นอย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ถ้าเขามาเป็นล้านคนตามที่เขาพูดให้คุณเล่นต่อ และก็เอากำลังพลเข้านอนในกรม กอง ไม่เคยออกมาตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ไม่ใช่มาอุ้มรัฐบาลแบบนี้ วันนี้น้องผมที่อยู่ในอำนาจกองทัพ เอาทหารมาเล่นการเมืองทำให้เกิดการแตกแยก ไม่ใช่ประชาชน แต่ในกองทัพก็แตกแยก

 เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าการยุติบทบาทกับกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่มีผลประโยชน์อะไร เพราะตนไปพูดคุยกัน พล.อ.ชวลิต ก็ท่านถามว่าตนจะเป็นอะไร ตนก็บอกไปว่าตนไม่เป็นอะไร ก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง แต่พี่ (พล.อ.ชวลิต) สามารถใช้งานตนได้ตลอด ตนพร้อมที่จะรับใช้พี่ แม้แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถามว่า พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำสูงสุดแล้ว และตนจะเป็นอะไร ตนก็บอกว่าตนไม่เป็นอะไรแต่จะเป็นประชาชนคอยช่วย พล.อ. ชวลิต อีกทีหนึ่ง ถ้าสั่งอะไรมาตนก็จะทำ

 “ในชีวิตไม่เคยมีผลประโยชน์ไปดูประวัติเคยปฏิวัติมา 3 ครั้ง ชนะ 2 แพ้ 1 ผมได้สิ่งของจากพล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อดีตนายกรัฐมนตรี หลวงพ่อฟั่นเหลี่ยมเงินสลึงเดียวองค์เดียว และที่ทำปฏิวัติไม่เคยเบิกเงินหลวง ไม่เหมือนครั้งที่แล้วใช้เงินจากรัฐบาล 4,000 ล้านบาท อย่างดีก็มีสปอร์นเซอร์จากนักธุรกิจ” พล.อ.พัลลภ กล่าว

 เมื่อถามว่า มองสถานการณ์การเมืองในขณะนี้จะมีการปฏิวัติรัฐประหารอีกหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า การรัฐประหารมันประกันไม่ได้ ถ้าบอกว่ามันไม่เกิดมันก็เกิด มันเกิดมาหลายครั้งแล้ว หากผู้ที่อยู่ในอำนาจในขณะนี้เขาจนมุมกลัวสูญเสียอำนาจก็เป็นได้ที่จะเกิดปฏิวัติรัฐประหาร แต่ตนเตือนเลยว่าหากเกิดขึ้นไม่ง่ายเหมือน 19 ก.ย.49 จะมีการต่อสู้กันระหว่างทหารกับทหาร และทหารกับประชาชน

 เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับพ.ต.ท. ทักษิณ อย่างไรบ้าง นอกเหนือสถานการณ์บ้านเมือง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บ่นน้อยใจกรณีที่จะถูกยึดทรัพย์ จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาท เพราะเงินก้อนดังกล่าวหามาตั้งแต่ก่อนที่จะมาเล่นการเมือง จึงเห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ท่านก็จะต้องต่อสู้ ทั้งนี้พ.ต.ท. ทักษิณ อยากกลับประเทศไทย แต่ต้องให้คดีจบสิ้นเสียก่อน ซึ่งกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาได้ก็ต้องนิรโทษกรรมเท่านั้น โดยบุคคลในครอบครัวต้องเป็นคนทำเรื่องเสนอ ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงเป็นคนยื่นเสนอ แต่พ.ต.ท.ทักษิณ เล่าให้ฟังว่าที่ไปลงทุนในเหมืองทอง และอีกหลายโครงการ ต้องขอยืมเงินเพื่อน ๆ นักธุรกิจไปลงทุนหลายพันล้านบาท แต่ธุรกิจของท่านไม่ถึง 2 ปี จะมีผลกำไรเป็นแสนล้านบาท ซึ่งท่านบอกว่าหากท่านมาอยู่ในประเทศก็สามารถหาวิธีใช้หนี้ให้ประเทศไทยได้ ที่ขณะนี้ติดหนี้เป็นล้านล้านบาทได้

 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาที่ปราสาทพระวิหารกับคณะของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ถ้ามาจริง น่าจะเป็นในลักษณะที่มาดูว่าจะสามารถพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชาได้อย่างไร และไม่เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะเปลี่ยนสัญชาติกัมพูชา เพราะเป็นคนไทยดีอยู่แล้ว และขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยให้เงินสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเลย

อภิสิทธิ์ยันรบ.หนักแน่นไม่โดดเล่นเกมแบ่งสี

 เมื่อเวลา 19.30 น. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเปิดงานและกล่าวสุนทรพจน์ รวมทั้งตอบคำถามในงาน Thomson Reuters’s FX Award Ceremony 2010 ถึงมาตรการในการดำเนินการการเล่นกีฬาสีในเมืองไทยที่มีหลายสีว่า รัฐบาลจะไม่เข้าไปแข่งกีฬาสี แต่รัฐบาลมีหน้าที่เป็นกรรมการที่จะทำให้ทุกคนทำตามกฎกติกามรรยาทโดยรัฐบาลจะทำให้ทุกสิ่งอยู่ภายใต้กฎหมาย ส่วนที่ขณะนี้มีข่าวแปลกๆออกมามากนั้น ตนก็ยังเจอข่าวแปลกๆเช่นกันแต่รัฐบาลก็หนักแน่นชัดเจนกับภารกิจที่จะทำให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชน จึงขอให้ทุกคนหนักแน่นและชัดเจนกับภารกิจของตัวเอง หากหนักแน่นก็เชื่อว่าบ้านเมืองจะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้  

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก