(5ก.พ.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะมาเยือนชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า พรรคในฐานะแกนนำรัฐบาลยืนยันว่า หน้าที่พื้นฐานคือการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยจะรักษาระดับความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ และไม่ให้กระทบกับประชาชนคนไทย จากเหตุการณ์ความขัดแย้งกรณีชายแดน แต่เรื่องดังกล่าว ทางพรรควิเคราะห์ว่าหากมีการเยือนพื้นที่ชายแดนฝั่งเขมรนั้น ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์อันชอบที่สมเด็จ ฮุนเซน กระทำได้ แต่การเข้าเยี่ยมพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิ์ ซึ่งไม่ว่าฝ่ายใดจะเดินทางเข้าไป จะต้องมีการแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่มีคณะรัฐมนตรีของไทยเดินทางไป และทางรัฐบาลกัมพูชาก็ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาต้อนรับ
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนบริเวณที่มีการอ้างสิทธิ์ในฝ่ายกัมพูชา แต่มีการยืนยันในฝ่ายไทยว่า พื้นที่ดังกล่าว เช่น ตาเมือนธม ไทยเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ เพราะมีการปักหมุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มีการปรากฏข่าวจากประธานเครือข่ายติดตามสถานการณ์ที่เขาพระวิหาร ที่มีการรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งขณะนี้พรรคในฐานะแกนนำรัฐบาล ได้มีการตรวจสอบ พบว่ายังไม่มีข่าวแต่อย่างใด แต่ข่าวที่ได้รับทราบในช่วงเดียวกัน คือ ได้มีการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “ เขมรอินเทอรีเจนท์นิวส์ ” เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้รับสัญชาติเขมร เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับพาสปอร์ตในการเดินทาง และทางพรรคได้นำหลักฐานดังกล่าว ส่งให้มอบเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบในข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการมอบสัญชาติให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคนหนึ่งคนสามารถถือได้สัญชาติเดียว จะเกิดปัญหาหรือไม่ เพราะไม่ใช่คนไทยแล้ว นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะเรื่องดังกล่าวไทยเพิ่งได้รับรายงานมา และอยู่ในขั้นตอนของการยืนยันอยู่ ส่วนสถานะจะเป็น 1 หรือ 2 สัญชาตินั้น ก็ต้องดูในข้อกฎหมายต่อไป