อ่านใจ"จิ๋ว"ชิ่งผบ.กองทัพประชาชน

เรียกเรตติ้งได้กระฉูดจริงๆ กับคิวที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย

 แต่เพียงชั่วข้ามวัน การประกาศชักธงรบก็กลายเป็นเรื่อง "โจ๊ก" เพราะบรรดานายทหารคนสนิท (ทส.) ของบิ๊กจิ๋วต่างปฏิเสธแทนนายกันยกใหญ่ โดยมองว่า เป็นเรื่องตลก ที่สำคัญนายยังไม่รู้เรื่อง และที่ผ่านมาก็ยึดแนวทางสันติวิธีมาตลอด

 ส่วน พล.อ.ชวลิต ก็ปฏิเสธทันควัน โดยเมื่อถูกถามว่า จะรับตำแหน่ง ผบ.สส.กองทัพประชาชนหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ก็ตอบว่า "เรียกอย่างนั้นน่าเกลียด และอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งๆ ที่ผู้พูดอาจจะไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น

 อันนี้ก็ต้องขอปฏิเสธที่จะใช้คำนี้ แต่ก็โอเคถ้าเป็นส่วนหนึ่งของพี่น้องประชาชนที่รักบ้านรักเมืองและใฝ่สันตินั้นได้อยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำ เพราะมีอยู่แล้ว"

 หากใครใกล้ชิดติดตามพ่อใหญ่จิ๋วจะรู้ว่า นี่เป็นลีลาเฉพาะตัว บอกปัดแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้นำกองทัพประชาชน หรือผู้นำเสื้อแดง

 "เขามีผู้นำอยู่แล้ว วันนี้ขอเป็นมิตร และสหายที่รู้ใจ เพราะมีแนวทางการทำงานตรงกัน"

 เป็นการตอบแบบคลุมเครือ แบบให้ตีความเอาเองตามสไตล์ "ขงเบ้งจิ๋ว" ที่คล้ายว่า พร้อมจะร่วมทัพ แต่คงจะไม่ถือธงนำ ซึ่งถ้าตีขลุมเอาตามนี้แสดงว่า บิ๊กจิ๋วไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมในกองทัพคนเสื้อแดงเสียทีเดียว

 ขณะที่หัวขบวนในระบอบทักษิณก็ต่างออก "ชิ่ง" กันพัลวัน เริ่มตั้งแต่ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่รีบทวิต ปฏิเสธว่า

 "อย่าตกใจกับข่าวว่าจะมีอะไรรุนแรง ผมบอกทุกคนที่มาหาว่าเราจะต่อสู้ด้วยความจริงโดยสันติวิธี การพูดของเสธ.แดงเป็นการเตือนรัฐบาลไม่ให้ปราบประชาชน”

 ส่วน นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ย้ำว่า เช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ตนได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว ซึ่งข่าวที่เกิดขึ้นนั้นมีความเข้าใจผิดนิดหน่อย การเคลื่อนไหวของประชาชนจะไม่มีกองกำลังติดอาวุธ เพราะมันทำไม่ได้อยู่แล้ว ผิดกฎหมาย

 "จะมีเพียงการผนึกกำลังให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยด้วยแนวทางสันติ อหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง ถ้ามีพลังประชาชนมากเท่าไหร่กองทัพก็จะไม่กล้าปราบปราม ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายแน่นอน"

 ขณะที่ระดับหัวส่งสัญญาณ "ไอ้เสือถอย" ก็มีเพียงลูกกระจ๊อกอย่าง เสธ.แดง ที่ออกมาแก้เกี้ยวแทน พล.อ.พัลลภ ว่า ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบเรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำกองทัพประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง

 เสธ.แดง อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นด้วยอย่างมาก เนื่องจาก พล.อ.ชวลิต มีประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับจึงน่าจะสามารถรวบรวมกองกำลังคนเสื้อแดงได้เป็นจำนวนมาก

 "เรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำกองทัพประชาชน พล.อ.พัลลภ ได้คุยกับ พล.อ.ชวลิต เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง พล.อ.ชวลิต ได้รับปากเป็นผู้นำกองทัพประชาชนแล้ว"

 ขณะที่ พล.อ.พัลลภ ก็ออกมาแก้ต่างว่า เป็นความผิดของตนที่พูดว่าเป็นกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แล้วให้ พล.อ.ชวลิต เป็น ผบ.สส.

 "เป็นการใช้คำที่ผิดเอง แต่ความจริงสมาชิกเสื้อแดงเขาเรียกตัวเองว่าเป็นกองทัพประชาชนอยู่แล้ว ผมจึงใช้คำนี้ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิต ท่านปฏิเสธที่จะเป็น ผบ.สส. แต่ท่านพร้อมที่จะเป็นผู้นำประชาชน" พล.อ.พัลลภ กล่าว

 ทั้งหมดทั้งมวล คือ ท่าทีของขบวนการทักษิณที่รีบออกมาปฏิเสธกันจ้าละหวั่น หลังมีข่าวการตั้ง "กองทัพเถื่อน" ออกมาท้าสู้กับ "กองทัพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่มีความชอบธรรมประทับตราไว้อย่างชัดเจน

 โดยเฉพาะตัว พล.อ.ชวลิต ยิ่งต้องออกมาปฏิเสธกว่าใคร เพราะภาพลักษณ์ของจิ๋วหวานเจี๊ยบนั้นนิยม "ช่อดอกไม้" มากกว่า "ปลายกระบอกปืน" มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

 ครั้งที่ยังอยู่ในกองทัพก็อาศัยงานด้านการข่าวเชิงการทูตไปปฏิบัติภารกิจลับทั้งประเทศเพื่อนบ้าน หรือกระทั่งในจีน มาอย่างโชกโชน

 ส่วนครั้งที่ยังอยู่ข้างกาย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ สมัยที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังใช้ความสงบสยบลูกพยศของ "กบฏยังเติร์ก" ได้อยู่หมัดถึง 2 ครั้ง 2 ครา

 เมื่อเร็วๆ นี้ ก่อนเข้าร่วมต่อสู้กับขบวนการทักษิณก็เคยเสนอทฤษฎี "โซ่ข้อกลาง" และ "รัฐบาลแห่งชาติ" ชวนทุกฝ่ายมาตั้งรัฐบาลร่วมกันเพื่อยุติความขัดแย้งมาแล้ว

 ดังนั้น โดยธรรมชาติของบิ๊กจิ๋ว ซึ่งเป็น "ทหารสื่อสาร" จะให้ความสำคัญกับการทูตก่อนการทหารเสมอ (หากสามารถหลีกเลี่ยงได้)

 แต่นั่นก็อาจมิใช่เหตุผลที่แท้จริงที่บิ๊กจิ๋วออกมาปฏิเสธทั้งหมดก็ได้ เพราะอย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดร้ายแรงกรณีเป็นผู้ออกคำสั่งให้สลายม็อบกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ชุมนุมหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

 บางที...บิ๊กจิ๋วอาจแค่ไม่ต้องการให้ตัวเองตกเป็น "จำเลยอันดับ 1" เหมือนครั้งนั้นก็เป็นได้ !?!?


ทีมข่าวความมั่นคง