ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงเมื่อบ่ายวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ หลังจากเปิดศึกถล่ม "เจ๊หน่อย" สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไปเพียงแค่ข้ามคืน
ถึงแม้ ร.ต.อ.เฉลิม จะยืนยันว่า จบ และส.ส.ในพรรคจะเลือกกลับเข้ามาทำหน้าที่ประธาน ส.ส.อีกครั้ง แต่ภายในพรรคนั้น ร้อนระอุ และรู้ด้วยว่า เรื่องราวระหว่าง "สารวัตรเหลิม" กับ "เจ๊หน่อย" นั้น ยาวนานและฝังใจ
ถึงแม้ว่า ในความเป็นจริงแล้วภายในพรรคเพื่อไทย พวกพ้องของสารวัตรเหลิมจะมีไม่มากมายนัก ไล่เรียงกันไปก็พอจะกล้อมแกล้มได้ ก็มี ประชา ประสพดี ไพจิต ศรีวรขาน และอีกไม่กี่คนในพรรค ที่เลือกจะเป็น "ขาจร" เสียมากกว่า
แต่ก็ใช่ว่า เอาเข้าจริงคนเหล่านั้นก็ไม่ได้ลงหลักปักฐานว่าจะยืนเคียงข้างกับสารวัตรเหลิม ในทุกเรื่องไป
ส่วนพวกพ้องน้องพี่ใน กทม.ที่ "เจ๊หน่อย" ถูกมอบหมายให้ดูแล และเอื้ออาทรกันมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทยนั้น ยาวนานตั้งแต่ก่อน สารวัตรเหลิม จะมาร่วมชายคา
สายสัมพันธ์จึงได้แนบแน่นกว่า ร.ต.อ.เฉลิม ที่ถูกเหยียดว่ามีแค่ลีลาการปราศรัย และอภิปรายในสภา
ว่ากันว่า เรื่องราวที่ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ต้องกลืนเลือดก็เมื่อครั้งที่ไปขอ ทักษิณ ชินวัตร ให้อนุญาต ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนลงสมัครรับเลือกตั้ง และทักษิณ ก็อนุญาต แต่กลับมาถูกหักด้วยเสียงโหวตของภาค กทม.ที่เจ๊หน่อย ยังมีบารมีคับไปทั้งบางนั่นแหละ
แม้ว่า เจ๊หน่อย จะถูกจับขังบ้านเลขที่ 111 แต่ก็เสมือนมีเงาดำมาทอทับ
ศึกครั้งนั้นจึงกลายเป็นศึกระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม กับ "นอมินี" ที่เหมือนถูกเงาดำเข้าสิง
แม้กระทั่ง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ถูกวางตัวให้เป็นขุนพลเศรษฐกิจ ก็ยังต้องถอยกรูด เพราะเกรงจะถูกรังสีอำมหิตกรีดทำร้าย
แต่ศึกระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ไม่ได้สิ้นสุดยุติ นอมินีที่ถูกเงาดำเข้าสิงยังคงปล่อยข่าว และแรงถึงขั้นว่า "เสียเพราะลูก ต้นทุนต่ำ ชอบพูดจาหาว่าถูกกีดกัน"
จนมาถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ร.ต.อ.เฉลิม ได้ระเบิดอารมณ์ที่ข่มกลั้นไม่ให้ออกสู่สาธารณะ
ถึงขั้นขึ้นมึง ขึ้นกู และเรียกสรรพนามว่า "อี" อย่างเต็มปากเต็มคำ
แต่ช้าก่อน...
ถามว่าคนอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม จะนอตหลุด ฟิวส์ขาดได้ง่ายดายขนาดนั้นหรือ ?
เรื่องราวที่เป็นของมันอยู่มานาน แต่จู่ๆ กลับเอามาพูดราวกับเป็นเรื่องราวปกตินั้น ระดับ "สารวัตรดาวเทียม" ผู้ฉับไวต่อปฏิกิริยาการเมืองแล้ว จะพลาดเอาง่ายๆ อย่างนั้นหรือ ?
ที่สำคัญ รู้อยู่เต็มอกว่า เมื่อพูดไป ความขัดแย้งภายในพรรคจะต้องเกิดขึ้น ซึ่งความขัดแย้งนั้นจะเป็นที่โปรดปรานของ ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่
ถึง ร.ต.อ.เฉลิม จะบอกว่า ทักษิณ ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้แจ้งให้ทราบ ก็ตามที
ถึงจะถูกกล่าวหาว่า "ต้นทุนต่ำ" แต่หมากที่เดินครั้งนี้ น่าเชื่อว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้ "บุ่มบ่าม" อย่างแน่นอน
กระแสข่าวที่มีมาในก่อนหน้านี้พักใหญ่ๆ มีมาเป็นระยะๆ ว่า "เจ๊ใหญ่" ในกทม.ดอดไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ เพื่อรองรับกลุ่มกทม.และบางส่วนที่อาจจะแตกทัพจากพรรคเพื่อไทย
เพราะเริ่มเห็นสัญญาณค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า บั้นปลายของ "นายใหญ่" เป็นอย่างไร ซึ่งก็เป็นธรรมดา เมื่อนายใหญ่ เปิดศึก ทั้งที่ต้นทุนน้อยนิด
ยิ่งนานวันก็เห็นไปว่า "เจ๊ใหญ่ กทม." พยายามประคองเกมเพื่อเกาะเกี่ยวกลุ่มก๊วนให้เหนียวแน่น และรอวันเวลาที่จะเปลี่ยนแปลง
เมื่อกระแสข่าวมาบรรจบกับเรื่องราวแต่หนหลัง และตรวจสอบแล้วว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยแล้ว อย่างไรเสีย สำหรับ ร.ต.อ.เฉลิม แล้วก็ยังเป็นต่อ เพราะเพื่อไทยในวันนี้ เฉลิม รู้ดีว่า "ขาดฉันแล้วเธอจะขาดใจ"
ถึงอย่างไร ยี่ห้อ เฉลิม ก็ยังเป็นโลโก้ให้พรรคในยามศึกเลือกตั้ง หรือแม้กระทั่งในยามอภิปรายในสภา
นี่อาจเป็นจังหวะที่ ร.ต.อ.เฉลิม เลือกที่จะก้าวเดิน
เดินเพื่อให้รู้ว่า เมื่อใกล้กำหนดวันเสียงปืนแตก จำต้องแยกมิตร-ศัตรูให้ชัด !
ณ ยา ใจกาวัง