เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ปาอุจจาระใส่บ้านพักนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า เท่าที่ประเมินเป็นความสร้างสงครามประสาทของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เพราะมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ก่อเหตุน่าจะรู้ว่าเวลาดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ไม่อยู่ที่บ้าน แต่ต้องการสร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวมากกว่า เพราะรู้ดีว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนรักครอบครัวมาก การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเปลี่ยนยุทธศาสตร์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวบุคคลสำคัญ เหตุการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับการยิงกระสุนเอ็ม 79 เข้าไปในกองทัพบก เพื่อสร้างความหวาดกลัว ให้กับบุคคลเป้าหมายคือนายกฯ ผู้นำเหล่าทัพ และผู้กุมอำนาจ โดยมีเป้าหมายเหลาสถานการณ์ให้แหลมคนจนทหารทนไม่ไหวปะทะกับผู้ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีจะเปลี่ยนที่นอนหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยความมั่นคงกำลังประเมินอยู่ เพราะในช่วงเดือน เม.ย.ปี 2552 ที่กลุ่มเสื้อไล่ล่าตัวนายกฯนั้นท่านก็สลับที่นอนไม่พำนักอยู่ในบ้านเดิม แต่ในครั้งนั้นเมื่อเสื้อแดงรู้เขาก็ไม่ไป แต่ครั้งนี้แม้จะรู้ว่านายกฯไม่อยู่บ้านก็ยังปาสิ่งของเข้าไปแสดงว่าจงใจจะสร้างให้เกิดความหวาดกลัวเพื่อกดดันบุคคลรอบข้างนายกรัฐมนตรี
นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งแดงเถือกซึ่งเป็นกลุ่มอุดมการณ์ แดงฮาร์ดคอร์ และแดงกระแสนิยม เคลื่อนไหวสอดคล้องกัน เห็นได้จากการดาวกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเร่งเร้าสถานการณ์และรวบรวมมวลชนให้เหมือนกับช่วงเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งสามารถระดมคนได้เป็นแสน และจากการประเมินครั้งนี้น่าจะมีจำนวนใกล้เคียงกัน ขณะเดียวกันจะมีการปลุกระดมจุดกระแสเรื่องไม่ได้รับความยุติธรรม และสองมาตรฐาน โดยวัดพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท 26 ก.พ.ถือเป็นวันเป็นดีเดย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ในภาวะ “หลังชนฝา” เป้าหมายคือต้องล้มรัฐบาลให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายข่าวกำลังจับตากองกำลังติดอาวุธ เพราะได้รับการแจ้งเบาะแสว่ามีการซ่องสุมคน และอาจมีการซ่องสุมอาวุธได้ ซึ่งหากพบว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวเคลื่อนไหว อาจมีการเสนอให้ครม.ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงเพื่อควบคุมสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลประเมินความเป็นไปได้ในการปฏิวัติหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เท่าที่ประเมินคือกลุ่มคนเสื้อแดงจะเล่นเกมแรงให้เกิดการปะทะ จนทำให้ต้องมีคนออกมาเจรจาไกล่เกลี่ยโดยคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้รับการยกโทษให้ ทั้งเขาจะทำก่อนวันที่ 26 ก.พ.นี้ โดยขณะนี้การเคลื่อนไหวคนเสื้อแดงทั้ง 3 กลุ่ม ได้เชื่อมโยงเป็นระบบโดยมีกลุ่มอดีตนักการเมืองใหญ่ระดับพี่เบิ้มที่เรียกกันว่า “พ่อ” หรือ “ป๋า” เป็นผู้คอยประสานงาน เป็นผู้จัดการความรุนแรง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทหารมีกฎระเบียบไม่มีใครออกมาปฏิวัติเพราะไม่เป็นผลดีต่อประเทศ ที่สำคัญจุดอ่อนหลักของกลุ่มคนเสื้อแดง คือ ยังไม่มีระบบการส่งบำรุงกำลังทำให้ชุมนุมยืดเยื้อเหมือนคนเสื้อเหลืองไม่ได้
เมื่อถามว่า พี่เบิ้มที่ชี้นิ้วสั่งการเคลื่อนไหวคนเสื้อแดงคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ใช่หรือไม่ นายปณิธานไม่ตอบคำถาม บอกเพียงว่า เรื่องนี้คุณพูดเอง แต่คนพวกนี้เมื่อเกิดความขัดแย้งหนักๆก็จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเอง ซึ่งบุคคลดังกล่าวย่อมไม่เกี่ยวกับแกนนำคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวตอนนี้ เพราะคนเหล่านั้นสังคมไม่ยอมรับ
เมื่อถามว่าระหว่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางไปต่างประเทศ ถือเป็นช่วงเวลาสุ่มเสี่ยงหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ ถือเป็นฝ่ายกำหนดนโยบายในกองทัพ เหมือนหัวหน้าเสนาธิการเท่านั้น เวลาอยู่ก็เป็นขวัญกำลังใจ แต่ถึงไม่อยู่ก็เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากได้มอบนโยบายไว้หมดแล้ว กรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามยั่วยุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ.ไม่น่าจะมีผลอะไร นอกจากนี้ความเคลื่อนไหวของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ช่วงเวลาที่ผ่านมา ยังส่งผลตรงกันข้ามกับที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องการ คือแทนที่จะทำให้เกิดความแตกแยกในกองทัพ กลับทำให้บรรดาผู้คุมกำลังตบเท้าแสดงความสามัคคี
“กลุ่มเสื้อแดงรู้จุดอ่อนขอทหารเป็นอย่างดี ว่าถ้าไปแหย่มากๆก็จะมีการตอบโต้กลับมา เหมือนเสือนอนหลับอยู่ หากไปกระตุกหนวดมากๆ ก็อาจออกมาตะปบซักที พอกองทัพใช้กำลัง เสื้อแดงก็จะออกมาต่อต้าน ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้แล้ว รัฐบาลจึงบอกให้กองทัพอดทนต่อการยั่วยุ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะนำความขัดแย้งกลับเข้าสู่สภา ทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงการปรับครม.ที่จะสามารถลดแรงกดดันได้ อย่างไรก็ตามที่เห็นว่ารถถัง หรือยุทโธปกรณ์ เคลื่อนที่มากในช่วงนี้ ก็เพื่อเตรียมกำลังรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงช่วงกลางถึงปลายเดือนอก.พ. ซึ่งเป็นช่วงที่ประเมินว่าจะมีการเคลื่อนไหวรุนแรงที่สุด” นายปณิธาน กล่าว
"เฉลิม"ปัดเสื้อแดงก่อม็อบกดดันการตัดสินคดียึดทรัพย์
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่เป็นความจริงที่จะมีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเพื่อกดดันการตัดสินคดียึดทรัพย์ รัฐบาลต้องระวังเพราะคดีใกล้ตัดสิน ตนไม่ได้พูดแก้ตัวให้พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก (เสธแดง) เพราะไม่มีใครกดดันศาลได้ ที่ผ่านมาเสธแดงพูดเพียงว่าคดีดังกล่าวมีรางวัลสินบน คนเยอะก็แบ่งเยอะ คนเหลือน้อยส่วนแบ่งก็มาก จึงให้ระวังกินกันเอง แต่ประเด็นดังกล่าวถูกโยงไปเป็นการข่มขู่ ปองร้าย ถ้าคนไทยคิดอย่างรัฐบาลทุกคน คงไม่มีศาลเหลืออยู่ เพราะศาลตัดสินประหารชีวิตและลงโทษจำคุกตลอดชีวิตทุกวัน
ยัน "เพื่อไทย" ชักฟอก "อภิสิทธิ์- กษิต - ชวรัตน์"
ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทย จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจของตนเพื่อต้องการยุบพรรคประชาธิปัตย์และวันนี้มีดก็ยังปักอกอยู่ การอภิปรายจะเป็นก๊อก 2 อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่ามีความหนักใจเรื่องการคัดเลือกผู้อภิปราย เพราะเบื้องต้นมีผู้เสนอตัวกว่า 30 คน แต่ก็ต้องคัดให้เหลือน้อยที่สุด และอีกเรื่องที่ทำให้ตนหงุดหงิดรำคาญ ก็คือ บ้าน 111 บางคน ที่มันเฮงซวยชอบทำให้พรรคปั่นป่วน ไม่มีบทบาทเอาแต่ออกข่าวซุบซิบ ถ้าไม่มีบารมีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตำแหน่งภารโรงกระทรวงยังเป็นไม่ได้ บอกได้เลยว่าพรรคไม่แคร์
ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า สวนที่มีรายงานว่าจะให้ตนเป็นหัวหน้าพรรคเชื่อว่าเป็นการออกข่าวเพื่อทำลายตน ขอยืนยันว่าตนไม่พร้อม ศักยภาพไม่พอ พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างมาตรฐานไว้สูง ใครขึ้นมาก็เหมือนฆ่าตัวตาย เอาใครมาก็สู้ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ การเลือกตั้งครั้งหน้าต้องชูพ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น
พรรคร่วมฯลงชื่อหนุนแก้รธน.110คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 5 พรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้มีส.ส.ที่ร่วมลงชื่อทั้งหมด 110 คน โดยแบ่งเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา 25 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 28 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 คน พรรคกิจสังคม 5 คน และพรรคภูมิใจไทย 31 คน ไม่รวมนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และพรรคฝ่ายค้าน 11 คน