(1ก.พ.) นางประทิน เวคะวากยานนท์ ที่ปรึกษาเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวถึงการปรับภูมิทัศน์สนามหลวง ว่า กทม.ไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการดูแลหรือแก้ปัญหากลุ่มคนเร่ร่อนที่ท้องสนามหลวง คิดแต่จะปิดสนามหลวงเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์แล้วคิดง่ายๆว่าจะจัดศูนย์ที่พักให้พวกเขาทั้งหมดจะย้ายไปอยู่ ซึ่งยืนยันได้เลยว่าแก้ปัญหาไม่ได้ จากการสัมผัสคนเหล่านี้ที่นอนอยู่ที่สนามหลวงคืนละกว่า 100 คน สามารถแยกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน แต่ละกลุ่มก็มีแนวทางแก้ปัญหาไม่เหมือนกัน ประกอบด้วย 1.กลุ่มที่มาจากต่างจังหวัดต้องการทำมาหากินในกทม. แต่ยังหางานทำจริงจังไม่ได้และไม่มีที่พักในกทม. 2.กลุ่มที่มีบ้านอยู่แล้วในกทม.อาจจะมีปัญหาครอบครัว หรือออกมาพบกับเพื่อนๆดื่มเหล้า ทำงานเล็กๆน้อยๆ เช่น เก็บขยะขาย บางทีก็อยู่ทั้งผัวทั้งเมีย เวลามีม็อบก็รับจ้างชุมนุม หรือบางทีก็มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างมาจ้างงานหรือแจกใบปลิว และ 3.เป็นกลุ่มที่มาจากทั้งต่างจังหวัดและในกทม.ไม่สนใจที่จะทำมาหากินหาเงินมาได้เล็กน้อยก็กินเหล้า แม้พวกเราพยายามโน้มนำให้เปลี่ยนวิถีชีวิตก็ไม่ยอมพัฒนา
นางประทิน กล่าวด้วยว่า ทั้ง 3 กลุ่มนี้จะมีวิธีแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งกทม.ไม่เคยแยกแยะออกมาให้ชัดเจน อย่างกรณีกลุ่มที่ 1 นั้นไม่มีปัญหาพร้อมที่จะพัฒนาได้ ถ้าให้ไปอยู่ที่ศูนย์และมีงานทำก็แก้ได้ ส่วนกลุ่มที่ 2 ถึงจะย้ายเขาไปที่อื่นเขาก็ไม่ไป เพราะจะมีบริษัทมาหาคนงานที่นั่น และพบปะเพื่อนฝูงบริเวณนั้น แม้จะปิดไม่ให้อยู่ในสนามหลวง ก็จะไปอยู่บริเวณรอบๆ เช่น คลองหลอด ถ.ราชดำเนิน อยู่ดี ส่วนกลุ่มที่ 3 ยากที่สุดต้องใช้จูงใจให้เปลี่ยนวิถีชีวิตให้ได้
“จากการทำงานพบว่าคนเร่ร่อนไร้ที่พักในกทม.มีราวๆ 2 พันคน ทั้งที่หมอชิต หัวลำโพง ส่วนที่สนามหลวงอยู่ในหลักร้อยกว่าคน โดยจำนวนจะไม่นิ่ง ซึ่งกทม.ต้องจัดกลุ่มคนที่สนามหลวงออกมาให้ได้ก่อนว่ามีกี่ประเภท เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่นึกจะปิดก็ปิด บังคับให้เขาย้าย เอาไปขังไว้ที่อื่น ซึ่งเขาก็ไม่ไป แต่จะเปลี่ยนที่นอนไปอยู่รอบๆสนามหลวง ดังนั้นก่อนจะมีปรับภูมิทัศน์สนามหลวงกทม.ต้องศึกษาปัญหาของคนเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อน ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะเลื่อนการปิดสนามหลวงออกไปหรือไม่ก็ปรับปรุงภูมิทัศน์ไปพร้อมๆ กับแยกแยะกลุ่มปัญหาให้ชัดเจนเพื่อแก้ตรงจุด ไม่ใช่ทำแบบไม่มีความรู้เช่นนี้ เพราะจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ซุกปัญหาไว้ใต้พรม” นางประทิน กล่าว
กทม.เริ่มปิดสนามหลวงจับนกพิราบผู้ค้าอาหารนกยิงประทัดต้าน
ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.30 น. กรุงเทพมหานคร(กทม.) นำโดยนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ และนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ท้องสนามหลวงเพื่อแถลงข่าวโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวง โดยตั้งแต่วันนี้( 1 ก.พ.) เป็นต้นไป กทม.เริ่มห้ามไม่ให้มีการจอดรถทุกชนิดในบริเวณสนามหลวง
โดยนายธีระชน กล่าวว่า กทม.จะเริ่มปฏิบัติการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สนามหลวง โดยเริ่มจากการดักจับนกพิราบในพื้นที่ที่มีกว่า 10,000 ตัว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคในพื้นที่ เบื้องต้นทางเครือข่ายนกพิราบที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมพัฒนานกพิราบสื่อสารไทย สมาคมมิตรกีฬาแข่งนกฯ จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการดักจับนกพิราบ และจะนำนกพิราบที่จับได้ไปทำการฆ่าเชื้อโรค เช่น ฆ่าตัวไร และถ่ายพยาธิ ก่อนที่จะนำไปเลี้ยงในกรมทหารช่าง จ.ราชบุรี และปราจีนบุรี ทั้งนี้ตนอยากขอความร่วมมือประชาชนงดซื้อและให้อาหารนกพิราบด้วย
ด้านนายเนติ ตันติมนตรี นายกสมาคมมิตรภาพกีฬาแข่งนกฯ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่จะใช้เวลา 10 วัน ในการทำความคุ้นเคยกับนกพิราบ ด้วยการให้อาหารเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. ซึ่งอาหารที่ให้ ได้แก่ เมล็ดทานตะวันรัสเซีย , เมล็ดคานาวิสซานติว่า ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศและเมล็ดข้าวโพด โดยจะให้อาหารช่วงเวลา 12.00-15.00 น. ทุกวัน ก่อนที่จะจับไปตรวจหาโรคที่ ซ.ลาดพร้าว 87 และส่งต่อไปยังพื้นที่เลี้ยงใน จ.ปราจีนบุรี และ จ.ราชบุรี ต่อไป ส่วนการขัดขวางการจับนกของผู้ค้าอาหารนก ที่นำประทัดมาจุดต่อต้าน หรือ ส่งเสียงดังนั้น ตนมองว่าจะเป็นอุปสรรคในการทำโครงการดังกล่าวอย่างมาก เบื้องต้นอยากขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ กทม. ช่วยดูแลไม่ให้ผู้ต่อต้านทำการขัดขวาง
สำหรับการแก้ไขปัญหาสนามหลวงในด้านอื่นๆ นั้น มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค. เวลา 20.00 น. ที่ผ่านมา ตัวแทนของมูลนิธิอิสระชน จำนวน 3 คน ได้เข้าหารือกับนายสมลักษณ์ บุญยอ ตัวแทนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่ปักหลักตั้งเต็นท์อยู่ในสนามหลวง เพื่อรับหนังสือขอความอนุเคราะห์และผ่อนผันให้กลุ่มคนเสื้อแดง ผู้ค้าตลอดจนคนเร่ร่อนเข้าพักในพื้นที่เดิมได้อีกประมาณ 1 เดือน เบื้องต้นตัวแทนมูลอิสสระชนได้รับข้อเสนอ และขอร้องขอให้กลุ่มเสื้อแดงหยุดความเคลื่อนไหวในวันที่ 1 ก.พ. เพื่อให้การแถลงข่าวเปิดตัวโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้กลุ่มคนเสื้อแดงขู่จะนัดชุมชนเพื่อต่อต้านการปิดสนามหลวงของ กทม.
นายพรเทพ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กทม.ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องชุมนุม หรือตั้งใจกลั่นแกล้งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขณะเดียวกัน กทม.ก็ไม่ได้ให้สิทธิ์ใครในการพักพื้นที่สนามหลวง แต่เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายคงต้องใช้วิธีเจรจากัน เบื้องต้น กทม.จะผ่อนผันให้กลุ่มคนเสื้อแดงตั้งเต็นท์ในสนามหลวงต่ออีก 1 เดือน จากนั้นจะเริ่มส่งมอบพื้นที่สนามหลวงให้กับหน่วยงานทหารให้เข้ามาพัฒนาในวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งหลังจากนั้นคงต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะเริ่มปิดพื้นที่ฝั่งเหนือ หรือใต้ของสนามหลวงก่อน และต้องพิจารณาว่าจะยอมให้กลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้หรือไม่
นายพรเทพ กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ค้าขณะนี้ กทม.ได้เตรียมพื้นที่ริมคลองหลอดเป็นพื้นที่ค้าขาย เบื้องต้นได้ขอให้สำนักงานเขตพระนคร เป็นตัวกลางประสานไปยังผู้ค้าที่ต้องการ ซึ่งหากพื้นที่ริมคลองหลอดมีไม่เพียงพอ หรือต้องเสียค่าเช่า กทม.จะเป็นผู้ที่ดูแลให้
ขณะที่นางทยา กล่าวถึงการแก้ปัญหาคนเร่ร่อนว่า ตนอยู่ระหว่างเร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการหาบ้านพักอาศัยชั่วคราวให้ เบื้องต้นอาจจะต้องมีการผ่อนปรนกฎระเบียบให้มีความเป็นอยู่อิสระขึ้น สำหรับคนเร่ร่อนที่ต้องการที่พักนั้น กทม.จะใช้เวลา 28 วันในการให้กลุ่มคนดังกล่าวได้รับที่อยู่อาศัยชั่วคราว ส่วนคนเร่ร่อนที่ต้องการหาอาชีพใหม่ทำนั้น ตนจะให้โรงเรียนฝึกอาชีพของ กทม. เข้ามาแจกแผ่นประชาสัมพันธ์และเชิญชวนผู้ค้าที่ต้องการเข้าไปเรียน เพื่อสร้างแหล่งหารายได้และอาชีพในอนาคตต่อไป
ชาวราชบุรีต้านรับนกพิราบหวั่นบุกนาข้าว-แพร่เชื้อหวัด
นางปารีณา ไกรคุปต์ ปาจรียางกูร ส.ส.ราชบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา แถลงข่าวต่อต้านกรณีที่ กทม.มีนโยบายปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณท้องสนามหลวง โดยจะจับนกพิราบไปปล่อยที่ จ.ราชบุรี ว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านจำนวนมาก ตลอดจนพระสงฆ์ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ว่าไม่เห็นด้วยที่จะนำนกพิราบไปปล่อยในพื้นที่ จ.ราชบุรี เพราะจะส่งผลกระทบ เพราะมีการปลูกข้าวแล้วนกจะลงมากินเมล็ดข้าว และในพื้นที่ยังมีการเลี้ยงหมู ซึ่งมูลนกอาจส่งผลกระทบแพร่เชื้อโรคเป็นไข้หวัดนก
นางปารีณา กล่าวว่า หาก กทม.ยังเพิกเฉยไม่มีการทบทวน ตนและชาวบ้าน จะออกมาต่อต้านและตอบโต้ กทม. ต่อไป ซึ่งในวันที่ 2 กพ.นี้ ทาง อบต.รางบัว จะมีการประชุมด่วนเพื่อหามาตรการแก้ไขต่อไป
เมื่อถามว่า จะมีการเสนอแนะทางออกให้ไปปล่อยในพื้นที่ใดแทนจ.ราชบุรี นางปารีณา กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มีจังหวัดไหนยอม ที่แน่ๆ จ.ราชบุรีไม่เอาแน่ๆ ขอให้ กทม.ทบทวนมติดังกล่าวเพราะหากยังเพิกเฉย ตนเชื่อว่าชาวราชบุรีจะมีมาตรการต่อต้านที่รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อถามย้ำว่า หาก กทม.ไม่มีการทบทวน วันที่ไปปล่อยนกพิราบ จะมีการล้อมรถหรือไม่ ส.ส.ราชบุรี กล่าวว่า ยังไม่รู้ต้องดูก่อน