นายนิทัศน์ ภู่วัฒนกุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า มลภาวะทางด้านขยะทะเลในปัจจุบันได้สร้างปัญหาระดับโลก เนื่องจากทะเลเป็นเขตต่อเนื่องกันทำให้ขยะจากที่หนึ่งสามารถถูกพัดพาไปยังอีกที่หนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก โฟม กระป๋องน้ำ เครื่องมือประมง หรือแม้แต่เครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งขยะทะเลเหล่านี้ได้สร้างความเสียหายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
ดังนั้น ปี 2552 ทช.โดยส่วนส่งเสริมและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงเข้าร่วมเป็นหน่วยงานประสานงานหลักโครงการทำความสะอาดชายหาดทะเลระดับโลก (International Coastal Clean-Up: ICC) วัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนร่วมกันเก็บขยะจากชายหาดและทะเลทั่วโลกเพื่อหาที่มาของขยะเหล่านั้น รวมทั้งให้ทราบถึงพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุของการเกิดขยะทะเล
ทั้งนี้ ทุกประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมโครงการจะจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดทุกวันเสาร์ที่ 3 เดือนกันยายนของทุกปี และจากการดำเนินการรวบรวมข้อมูลการเก็บขยะชายหาดท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2552 มีอาสาสมัครภาครัฐ เอกชน เข้าร่วม 3,572 คน เก็บขยะจาก 9 ชายหาดในพื้นที่ จ.ระยอง จันทบุรี ตรัง และภูเก็ต คิดเป็นระยะทางรวม 22.85 กม. เก็บขยะได้น้ำหนักรวม 13,770 กิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการเก็บขยะทะเลนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมมาบตาพุด (ไออีเอที) บริษัท โคคา โคล่า ประเทศไทย จำกัด ที่สนับสนุนกิจกรรมไอซีซีมาเป็นเวลากว่า 5 ปี