อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่18ม.ค.

** "พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย" รองอธิบดีดีเอสไอ มีโอกาสร่วมงานกับกระทรวงไอซีทีหลายครั้ง พอจังหวะเหมาะไอซีทีประกาศรับสมัครผู้ตรวจราชการ โดยไม่ได้ล็อกสเปกให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไฮเทคโนโลยี แต่เปิดกว้างให้ผู้ชำนาญการงานสืบสวนสอบสวน รองฯ ตู่จึงกรอกใบสมัครลงสนามประลองวิสัยทัศน์กับเขาบ้าง เผื่อฟลุกได้ขยับขึ้นซี 10 แล้วสไลด์ไปเป็นอธิบดีกรมใด กระทรวงใดก็ไม่ใช่เรื่องยาก

** เรียกว่าเดินตามรอยนายตำรวจรุ่นพี่อย่าง "พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ" อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่ง "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" เจ้ากระทรวงตาชั่ง ตบรางวัลให้ด้วยเก้าอี้ผู้ตรวจราชการยุติธรรม แถมมอบภารกิจพิเศษให้ประกบติดงานของ ป.ป.ส. เพราะหลังจากย้าย "ชาติชาย สุทธิกลม" ออกมาเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทำให้งานจืดลงไปเยอะ

** เมื่อถูกถามถึงกลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องให้ตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดิน 400 ไร่ บนเขาสอยดาว จ.จันทบุรี บรรดาผู้บริหารดีเอสไอพากันตะลึงงัน แหยงกันจนไปต่อไม่เป็น เอาเป็นว่าระหว่างนี้ขอให้กรมป่าไม้ตรวจสอบไปพลางก่อน เพราะแค่หลักร้อยไร่ ระดับดีเอสไอขอลุยตั้งแต่พันไร่ขึ้นไป แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ขอขึ้นเขาสอยดาวหลังเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ถ้าไปตอนนี้คงยากจะห้ามใจไม่ให้ใส่เสื้อสีแดง

** เรื่องแบบนี้ว่ากันไปตามเนื้อผ้า คดีบุกรุกป่าสงวนหรือฮุบที่สาธารณประโยชน์ เริ่มต้นด้วยเล่ห์นำ ส.ค.หรือ น.ส.3 ก.บินจากที่แปลงอื่นมาสวมทับออกเอกสารสิทธิกลางแนวป่า ยอดเขาสูง หรือริมชายฝั่งทะเล ไม่ว่าจะซื้อต่อกี่ทอดก็ต้องยึดคืนหลวง หากผิดเพี้ยนไปจากนี้ป่าไม้เมืองไทยคงเหี้ยน

** ฎีกาแดงเป็นเรื่องร้อนขึ้นมาอีก เมื่อ นปช.ประกาศแจ้งความดำเนินคดีกับบิ๊กตุ๋ยเจ้ากระทรวงตาชั่ง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการถ่วงรั้งฎีกาให้ล่าช้า ทำให้อธิบดีคุก "ชาติชาย สุทธิกลม" ต้องพาทัวร์ศูนย์บันทึกและตรวจสอบรายชื่อผู้ร่วมลงชื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาแดง ทำงานกันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เช้าถึงสองทุ่ม ใครได้ใครเสีย คุ้มไม่คุ้มไม่รู้ แต่ที่เสียแน่ๆ งบประมาณค่าน้ำค่าไฟและค่าจ้างพนักงานบันทึกข้อมูลวันละ 280 บาท 100 คนต่อวัน ลองคำนวณดูแล้วกันว่า ตั้งแต่รับฎีกามาเมื่อ 1 ตุลา 52 จนเสร็จสิ้นภารกิจอย่างน้อยก็อีก 2-3 เดือนจะหมดไปเท่าไร แต่รัฐบาลคงไม่ติดใจอะไร เพราะมองเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ไทยเข้มแข็งกระมัง ? **