เนื่องจากมีลักษณะเลียนแบบบริเวณที่มีกองหินใต้น้ำ ซากเรืออับปาง หรือแนวปะการังตามธรรมชาติ โดยใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน มีช่องหลืบเพื่อให้สัตว์น้ำสามารถกำบังหรือหลบซ่อนตัวได้ โดยนำไปวางรวมกลุ่มกันในบริเวณต่างๆ ตามแนวชายฝั่งที่เหมาะสม วัสดุที่นิยมใช้สร้างปะการังเทียมในปัจจุบันมักทำจากคอนกรีตที่สามารถทนความเค็มได้สูง เรียกว่า “มารีนไทด์”
ในภาพการประมง ปะการังเทียมจัดเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการด้านการประมงที่มีประสิทธิภาพชนิดหนึ่ง (Fisheries Management Tool) ซึ่งจะช่วยป้องกันการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย สร้างสมดุลในธรรมชาติ และสามารถนำมาเป็นมาตรการเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรประมงชายฝั่งได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันเรืออวนลาก อวนรุนที่เข้ามารุกล้ำพื้นที่ทำการประมงชายฝั่งได้ อีกทั้งยังสามารถดึงดูดสัตว์น้ำให้เข้ามาอยู่อาศัยบริเวณชายฝั่งได้มากขึ้น เพราะมีที่หลบซ่อนและมีอาหารเพียงพอที่จะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ จึงนับว่าการยื่นมือเข้าไปดำเนินการของมนุษย์นั้นสามารถสร้างห่วงโซ่อาหารทางธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง เผยถึงการดำเนินการจัดวางปะการังเทียมในปี 2553 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงกำหนดให้มีการจัดวางปะการังเทียมแท่งคอนกรีตเสริมเหล็กรูปลูกบาศก์ ขนาด 1.5x1.5x1.5 เมตร ในพื้นที่ทั้งบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน จำนวนกว่า 10 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนทรัพยากรสัตว์น้ำให้ชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก ซึ่งทำการประมงบริเวณชายฝั่งใช้ทำมาหากินได้มากยิ่งขึ้น ช่วยลดภาระค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายที่เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนทำให้มีรายได้จากการจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงผลดีของการจัดสร้างปะการังเทียม ซึ่งมีส่วนช่วยในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิมด้วย
ในวันศุกร์ที่ 15 มกราคมนี้ กรมประมงจะจัดงานเสวนาเรื่อง “สืบสานตำนานปะการังเทียม เพื่อชาวประมง" เพื่อระดมความรู้ ความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสร้างปะการังเทียมซึ่งจะทำให้มีแนวทางในการจัดทำแผนการพัฒนา และเกิดความชัดเจนในการวางปะการังเทียมเพื่อการประมงอย่างยั่งยืน พร้อมการบรรยายพิเศษเรื่อง “โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” โดยที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ และการเสวนาหัวข้อ “ประวัติความเป็นมาและผลของการสร้างปะการังเทียมในประเทศไทย”