ก.เกษตรฯเร่งแผนพัฒนาลุ่มน้ำตาวแก้สารแคดเมียม

ก.เกษตรฯ เร่งรัดแผนพัฒนาที่ดินลุ่มแม่น้ำตาว กว่า 1.3 หมื่นไร่ เปลี่ยนระบบการปลูกพืช ตัดห่วงโซ่อาหาร มุ่งป้องกันแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของแคดเมียม

 น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการจัดทำแผนพัฒนาการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนสารแคดเมียมที่เหมาะสมว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมพัฒนาที่ดินได้เร่งรัดการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของดินในบริเวณลุ่มแม่น้ำตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแคดเมียมไม่ให้มีการปนเปื้อนเพิ่มขึ้นและรักษาสมดุลระบบนิเวศของพื้นที่ในลุ่มน้ำ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ กระทรวงเกษตรฯ ได้ยกร่างกรอบแนวทางการบูรณาการงานตามแผนพัฒนาการทำเกษตรกรรรมในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนสารแคดเมียมที่เหมาะสม ปี พ.ศ.2553-2555 ประกอบด้วย 8 แผนงาน/โครงการ พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อติดตามงานและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิดในระดับพื้นที่อีกด้วย

  นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเสริมว่าสำหรับโครงการปี 2553 กระทรวงเกษตรฯ จะมีการปรับโครงสร้างด้านชลประทานเพื่อระบายน้ำออกรวมทั้งปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งให้เกษตรกรลดพื้นที่การปลูกข้าว โดยให้หันมาปลูกอ้อยเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เกษตรกรได้ลดพื้นที่การปลูกข้าวไปแล้วกว่า 7,000 ไร่ จากพื้นที่ที่มีการตรวจพบการปนเปื้อนของสารแคดเมียม จำนวน 13,200 ไร่ โดยตั้งเป้าทั้งด้านชลประทานและการลดพื้นที่ปลูกข้าว ให้แล้วเสร็จภายในปี 2553-2554 เพื่อเป็นการป้องกันความรุนแรงและความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตพืชให้ออกห่างห่วงโซ่อาหารและได้ประสานความร่วมมือภาคเอกชนเข้ามาลงทุนการใช้ผลผลิตอ้อยในการผลิตเอทานอลเพื่อเป็นเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาวอีกด้วย