กรณีจอมถีบ “การุณ โหสกุล” ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ไปเรี่ยไรเงินจาก ส.ส.เพื่อไทยงานสังสรรค์ปีใหม่พลพรรค "เสี่ยแม้ว" ทักษิณ ชินวัตร คืนวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมเอส ซี ปาร์ค
หลังกลายเป็นข่าวครึกโครมที่ถูกด่าทั้ง "คนให้” และ "คนรับ” ทำให้ “เสี่ยเก่ง” ก็ออกมาแถลงมุมมิบ อ้างว่าเป็นเงินที่จะพานักข่าวไปอาบน้ำ (ตก) มากกว่าไปอาบ อบ นวด ยันเจตนาดีและยังมีเงินก้อนนั้นอยู่
ยังตกเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึง “สำนึกของสื่อ” ไม่หยุด แถมทำท่าจะลามไปดูสัมพันธ์ของนักการเมืองกับสื่อพรรคอื่นๆ ด้วย
แต่ที่แน่ๆ มีควันหลงงาน “รายการแจกไม่อั้น” ในระหว่างงานเมื่อ "นายใหญ่” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงก์เข้ามาที่ห้องจัดงานเลี้ยง แฮปปี้นิวเยียร์
ก็มีพระเอกจอมถีบเจ้าเก่า มีบทบาทตามเคย โดย “เสี่ยเก่ง” ได้เดินไปที่ไมโครโฟนแล้วพูดกับพ.ต.ท.ทักษิณว่า “หัวหน้าครับ งานวันปีใหม่ปีก่อนๆ ท่านเคยนำนาฬิกามาแจกพวกเรา แต่วันนี้ท่านไม่อยู่ ผมจะขออนุญาต ขอนาฬิกาของท่านสมชาย (วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี) มาแจกได้ไหมครับ”
ทำให้ "เสี่ยแม้ว” ถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนเลี่ยงตอบว่า "เมื่อกี้ ภาพในจอ ผมเห็นคุณแดง (นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยานายสมชาย) เดินอยู่ในงาน จะไปเบิ๊ดหัวใครก็ไม่ทราบ”
ก่อนที่พิธีกรจะมาตัดบท เลี่ยงบรรยากาศเครียดสุ่มเสี่ยงจะถูกเขียนข่าวด่า อันเนื่องมาจากพฤติกรรมขอดะของ "เสี่ยเก่ง”
เปลี่ยนเป็นคิวมอบรางวัลคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้ส.ส. ของพรรคที่ขาดประชุมน้อยที่สุด ซึ่งมีส.ส.ได้รับจำนวน 14 คน ตามด้วย ช่วงไฮไลท์ที่นายใหญ่แสดงความใจป้ำ คือ แจกรางวัลใหญ่ "รถกระบะโตโยต้า วีโก้”
แต่ที่เด็ดสุดก็คิวที่พอเริ่มดึกขึ้น ส.ส. และผู้ร่วมงานก็ได้เริ่มทยอยกลับ แต่ก็ยังมี ส.ส. และผู้ใหญ่ของพรรคอยู่ไม่ถึง 100 คน “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” แจกนาฬิกา ปาเต๊ะ ฟิลิป ที่แพงลิบลิ่วเรือนละล้านกว่า ที่ปรากฏว่าส.ส.ที่ได้ไปคือ “นฤมล ธารดำรงค์" ส.ส.สมุทรปราการ และ "เรืองเดช สุวรรณฝ่าย" ส.ส.ขอนแก่น
แต่ "ป๋ามือใหม่” ขอแปะโป้งไว้ก่อน โดยยืนยันว่า "นาฬิกาของจริง” จะมอบให้ในวันที่30 ธันวาคม ซึ่งผมจะจัดงานเลี้ยงอีกครั้งหนึ่งที่จ.เชียงใหม่และขอนแก่น
งานนี้เชื่อใจได้ เพราะ "นายใหญ่แม้ว" นั่งเป็นพยานขนาดนี้ ถ้ามีรายการเบี้ยวก็ไปทวงได้ที่ "ดูไบ” แทนอ่ะแหละ หุหุ !!!
พอกันทั้งคู่
ว่าด้วยเรื่องของนักข่าวกับแหล่งข่าวในช่วงเทศกาลใกล้ถึงวันปีใหม่ คงไม่มีประเด็นไหนฮอตเท่ากับกรณีพรรคเพื่อไทยลงขัน ร่วมกันทอดกฐิน 8 หมื่นบาท ช่วยนักข่าวที่ไม่ได้อาบน้ำมาเป็นแรมปี จนกลายเป็นกระแสให้สมาคมนักข่าวออกมาเต้น วิ่งแจ้นให้ต้นสังกัดของสื่อและค่ายเร่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบพฤติกรรมฉาว
จะว่าไปแล้วหากนักข่าวไม่รับกฐินช่วยชาติกองนี้... ซะอย่าง ปัญหามันก็คงไม่เกิดขึ้นให้กลายเป็นขี้ปากชาวบ้าน
แต่ความจริงแล้ว ยังมีเส้นบางๆ ระหว่างจริยธรรมและจรรยาบรรณของสื่อขั้นอยู่ตรงกลาง
ว่าไปแล้วจะโทษแหล่งข่าวเพียงอย่างเดียวคงไม่ถูกต้อง เพราะเรื่องนี้ ถ้าไม่มีการขอ คงไม่มีการทอดกฐินร่วมกันให้ เพราะอย่างว่า เรื่องแบบนี้เข้าข่ายด้านได้อาย อด เมื่อนักข่าวขอมามีหรือจะแหล่งข่าวจะปฏิเสธได้
ไม่ใช่รับไปแล้ว มาเขียนแฉที่หลัง แบบนี้เขาเรียกว่า “มือถือสากปากถือศีล-เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น”
นี่ยังไม่รวมของฝากที่แหล่งข่าวติดไม้ติดมือมาจากในและต่างประเทศ
และการเชิญนักข่าวไปทำข่าวนอกสถานที่ โดยมีแพ็กเกจฟรีแบบฟลูออปชั่น ทั้งตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พักโรงแรมหรู กินอาหารเชลล์ชวนชิมทุกมื้อ
ของแบบนี้เขาเรียกว่า “ตบมือข้างเดียวไม่ดัง” ต่อให้สมาคมออกแถลงการณ์ประณามไม่รู้กี่ร้อยฉบับก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะทั้งหมดอยู่ที่สำนึกของแต่ละคน ที่อ้างตัวว่าเป็นวิชาชีพ แล้วทำปากว่าตาขยิบ
เล่นจนลืมอายุ!
๐๐๐ เมื่อวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการจัดงานแข่งขัน "กีฬาวุฒิสภาสัมพันธ์" ถือเป็นงานสังสรรค์ส่งท้ายก่อนสิ้นปี ที่สนามกีฬา ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง "วุฒิสภา" แม้ส่วนใหญ่จะค่อนข้างเป็น "ส.ว.สูงวัย" แต่ใจสู้ มาถึงสนามแข่งขันก่อนเวลา
โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอล ที่นำโดย "ดิเรก ถึงฝั่ง" รองประธานวุฒิสภา ที่พาลูกทีมมาถึงสนามก่อนการแข่งขันตั้งแต่ไก่โห่
ด้านกระจอกข่าวชายนายหนึ่งลองไปเดินสอดแนมการวางแผนของ "ทีมส.ว." ส่วนใหญ่ดูฟิตพร้อมร่างกายกันอย่างเต็มที่
แต่เผอิญเหลือบไปเห็น "ส.ว." ประสาร มฤคพิทักษ์ ที่ไม่ยอมเปลี่ยนชุดเหมือนคนอื่นที่พากันฟิตซ้อมรับส่งลูกฟุตบอลกันอย่างคึกคัก เมื่อสอบถามจึงได้ความว่าที่ไม่ยอมเปลี่ยนชุด เพราะเมื่อ 7 ปีที่แล้วเคยเดินร่วงลงจากคาน ระหว่างฝึกพลังจิต ทำให้ขาส้น
แต่เมื่อกระจอกข่าวชายถามถึงเคล็ดลับ "คงความหนุ่ม" แม้ว่าวัยจะล่วงเข้า 62 ปี แล้วก็ตาม "ประสาร" เผยเคล็ดแบบไม่ลับให้ฟังว่า จะว่ายน้ำทุกวันอย่างน้อยเป็นเวลา 45 นาที นอกจากนี้ยังแกว่งแขนไปมาอีก 1,200 รอบ
ส่วนบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้ดูเหมือนว่าบรรดา "สูงวัย" ทั้งหลายเล่นแบบ "ปล่อยแก่" เพราะมีบรรดากองเชียร์สาวๆ มายืนให้กำลังใจถึงขอบสนามเรียกว่าเล่นเอา "ลืมอายุ" กันเลย...