เปรี้ยวอย่างมีสไตล์...กับสาวเพิร์ลลี่

ทุกปีที่บริษัทห้างร้านต้องเตรียมของขวัญหรือปฏิทินเก๋ๆ ไว้แจกจ่ายขอบคุณลูกค้า โดยเฉพาะบรรดาโรงแรมต่างๆ ที่ถ่ายภาพมุมสวยๆ ของโรงแรมมาอวดลงในปฏิทินเป็นประจำทุกปี อย่างโรงแรมมิราเคิลที่ปีนี้ "อัศวิน อิงคะกุล" นึกไม่ออกว่าจะใช้นางแบบนายแบบคนไหนมาเป็นแบบโพสท่าสวยในมุมเลิศๆ ของโรงแรม

 ว่าไปหันซ้ายขวาเจอหน้าลูกสาว "เพิร์ลลี่" ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ที่มาช่วยงานคุณพ่ออยู่ทุกวัน ก็ดีดนิ้วเปาะสั่งการฉับไว "เป็นนางแบบลงปฏิทินปี 2010 ด่วน" เมื่อคุณพ่อสั่ง ลูกสาวคนสวยก็ต้องสนองรับ พร้อมเรียกเพื่อนผองที่สนิทชิดเชื้อในแวดวงแฟชั่นมาเลือกสรรเสื้อผ้าที่ขนมาจากทั้งตู้ของเธอเอง และจัดหามาเพิ่มเติมตามสเต็ปที่วางกันไว้ และก็รู้ๆ กันอยู่ว่าสาวคนนี้เธอเปรี้ยวเข็ดฟันและมั่นใจสุดๆ กับการแต่งตัว ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นสาวเพิร์ลลี่ก็ขอออกตัวก่อนว่า "ถึงจะสั้นแค่ไหนก็ดูกาลเทศะนะคะ"

 เมื่อถามถึงสไตล์การแต่งตัวในวันสบายๆ สาวเพิร์ลลี่ก็ตอบอย่างมั่นใจว่า ต้องสั้นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงหรือกางเกงก็ต้องขอสั้นไว้ก่อน และมาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวบ้าง สีดำบ้าง แอบใส่ลูกเล่นด้วยลายกราฟฟิกนิดๆ แขนเสื้อก็ต้องพับขึ้นหน่อยๆ เพื่อให้ดูเปรี้ยว เฉี่ยว เท่ แต่แอบชิว ตามคอนเซ็ปต์ เปรี้ยวแอบชิล

 "ที่แต่งแบบเปรี้ยวๆ ชิลชิล เพราะอยากให้คนอื่นดูเหมือนเราไม่ได้ตั้งใจแต่งมากเกินไป ทั้งๆ ที่ความจริงก็ตั้งใจและพิถีพิถันในเรื่องการแต่งตัวมาก ส่วนเสื้อผ้าก็ไม่ได้เจาะจงว่าต้องใส่แบรนด์อะไร ถ้าเห็นแบบไหนเข้ากับสไตล์ของเราก็ซื้อ แต่ตอนนี้กำลังปันใจให้แบรนด์ บายมาร์ลีน บิ๊กเกอร์ (By Marlene Bigger) ที่มาจากเดนมาร์กตามแบบเจ้าแม่แฟชั่นอย่างปารีส ฮิลตัน 

 ส่วนถ้าออกงานกลางคืนก็มักจะแต่งโทนสีคลาสสิกอย่าง ดำ น้ำตาล เทา และจะตัดด้วยรองเท้าสีฉูดฉาดเพื่อให้ดูเด่นขึ้นมา แต่ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบใส่รองเท้าส้นสูงสักเท่าไหร่ เพราะเพิร์ลลี่มีปัญหาเรื่องหลังและเป็นคนตัวสูงอยู่แล้ว จึงชอบใส่พวกรองเท้าสไตล์บัลเลต์ เช่น แฟลตชู ของพราด้า (Prada Flat shoe)"  

 ในส่วนของแอคเซสเซอรี่นั้น สาวเพิร์ลลี่กลับไม่ค่อยชอบใส่อะไรให้รุงรังนัก นอกเสียจากนาฬิกาที่เจ้าตัวสะสมมาตั้งแต่สมัยยังเด็ก ทั้งที่มาจากของขวัญที่คุณพ่อซื้อให้ และจากการเลือกซื้อด้วยตัวเอง  และที่สาวเปรี้ยวเพิร์ลลี่กำลังหลงใหลอยู่นั้นคือนาฬิกาของปาเต๊ก ฟิลลิป (Patek Philippe)

 "กระเป๋าที่ใช้ส่วนใหญ่ก็ของหลุยส์วิตตอง แต่ตอนนี้แอบเทใจให้ชาเนลบ้างแล้วค่ะ  ที่ซื้อของแพงแบบนี้ไม่ได้ต้องการจะโอ้อวดนะคะ แต่มองว่ามันเป็นของที่ใช้แล้วคุ้มมากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่เพิร์ลลี่ก็จะซื้อจากยุโรป บางครั้งก็บินไปซื้อที่ฮ่องกงไปเช้าเย็นกลับ ประมาณ 2-3 เดือนครั้ง หรือไม่ก็เดินช็อปแถวพารากอนและเกษรบ้างเป็นครั้งคราว"

 แม้ตอนนี้สาวเพิร์ลลี่จะไม่ค่อยได้มีโอกาสใส่เสื้อผ้าสไตล์วินเทอร์เหมือนเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์แล้ว แต่เชื่อว่าด้วยความเปรี้ยวและมั่นใจอย่างมีสไตล์ของเธอคงทำให้เพิร์ลลี่ได้ขึ้นแท่นเป็นเจ้าแม่แฟชั่นแห่งเมืองร้อน น้องๆ ปารีสได้อีกไม่นานจ้า...

เรื่อง ประณีต วรรณวิภูษิต