นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพตาม 5 มาตรการช่วยเหลือประชาชนออกไปอีก 3 เดือน จากเดือนมกราคม-มีนาคม 2553 โดยในส่วนของมาตรการค่าน้ำประปาที่ให้สิทธิ์ผู้ใช้น้ำประเภทที่อยู่อาศัยและผู้เช่าที่อยู่อาศัยมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมต้องไม่เกินเดือนละ 0-30 ลูกบาศก์เมตร จึงจะได้ใช้น้ำฟรี มาเป็น 0-20 ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าไฟฟ้าหากใช้ไม่เกินเดือนละ 90 หน่วยจะได้สิทธิ์ใช้ฟรีตามเดิม
ขณะที่รถเมล์ฟรีและรถไฟชั้น 3 ฟรียังมีต่อเนื่องไปอีก 3 เดือน รวมถึงการชะลอการปรับราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนโดยยืนยันว่าการอนุมัติการต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพนั้นจะมีการนำงบประมาณปี 2554 ไปใช้ชดเชยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวงเงินที่ค้างชำระทั้งหมดจนถึงอีก 3 เดือนข้างหน้า รวมเป็นเงินกว่า 25,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการรักษาระเบียบวินัยทางการเงินการคลัง พร้อมย้ำว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะจัดหารถโดยสารประจำทางฟรี โดยจะเสริมโบกี้รถไฟฟรีทุกขบวนช่วงเทศกาลให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ทั้งนี้ นายกรณ์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ใช้บริการรถโดยสารประจำทางฟรี จากโรงพยาบาลศิริราชมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการรถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบาย 5 มาตรการ 3 เดือน ที่ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอไป
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมติ ครม.กรณีการขยายโครงการ 5 มาตรการ ออกไปอีก 3 เดือนว่า การคงมาตรการดังกล่าวถือว่าเป็นผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นผลบวกต่อดัชนีราคาผู้บริโภคที่จะเป็นการวัดความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ว่ามีการใช้จ่ายเงินอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้จะส่งผลให้ราคาสินค้าทรงตัวต่อไปได้ โดยเฉพาะมาตรการคุมราคาก๊าซหุงต้มที่จะทำให้ผู้ประกอบการไม่มีเหตุผลที่จะนำมาอ้างในการขอปรับขึ้นราคาสินค้าอีก
สำหรับ 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนที่รัฐบาลดำเนินการต่อเนื่องมานั้น เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีกำลังซื้อ และลดภาระค่าใช้จ่ายลง โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งขณะนี้เองก็คิดว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น จากทั้งภายในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การจะยกเลิกนั้นควรที่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรยกเลิกในทันที
ส่วนกรอบดัชนีราคาผู้บริโภค หรือเงินเฟ้อ กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดไว้ปีหน้าที่ 3-3.5% ซึ่งกรอบดังกล่าวนี้ได้รวม 5 มาตรการเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนไว้แล้ว ดังนั้นคาดการณ์เงินเฟ้อในปีหน้าน่าจะยังอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้