เขมรแถลงปิดคดี"สหายดุจ"ชี้ไม่ได้สำนึกผิดจริง

พนมเปญ - เขมรแถลงปิดคดีสหายดุจแล้ว ถูกรุมสับเละว่าไม่สำนึกจริง แต่แสร้งบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ

 ศาลพิเศษเพื่อพิจารณาคดีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชาได้ปิดการพิจารณาคดีนายคัง เก็ก เอียบ หรือ สหายดุจ อดีตผู้บัญชาการคุกตวลสเลง หรือ "เอส 21" อันอื้อฉาวของกลุ่มเขมรแดงแล้ว เมื่อวันจันทร์ (23 พ.ย.) ด้วยข้อสรุปว่า สหายดุจนั้นไม่มีความเห็นอกเห็นใจเหยื่อของตัวเองแม้แต่น้อย ทั้งยังแสดงความกังขาด้วยว่าท่าทีสำนึกผิดที่แสดงไปก่อนหน้านี้นั้น เป็นไปด้วยความจริงใจหรือไม่

 แม้ว่าตลอดการพิจารณาคดีที่กินเวลานานเกือบ 8 เดือน สหายดุจจะยอมรับความผิดที่ตัวเองเคยก่อ ทั้งยังร้องไห้แสดงความเสียใจออกมา แต่ทนายความของเหยื่อกล่าวว่า อดีตผู้บัญชาการคุกโหดแห่งนี้ทำไปเพื่อลดความรุนแรงของสิ่งที่ตัวเองเคยมีส่วนร่วมต่อ "ความจริงอันน่าสะพรึงกลัว" ที่เกิดขึ้นในคุกเอส-21 มากกว่า โดยทนายความคนหนึ่งกล่าวว่า สหายดุจนั้นหาทางหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบอย่างชาญฉลาด แล้วก็แสร้งบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจ

 รายงานข่าวแจ้งว่าสหายดุจไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาระหว่างที่ฟังการแถลงปิดคดี แม้ว่าทนายของเขาจะออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าสหายดุจค่อนข้างจะวิตกว่าจะพูดอะไรเป็นครั้งสุดท้ายดี

 ทั้งนี้ สหายดุจจะขึ้นให้การเป็นครั้งสุดท้ายในวันพุธ ก่อนที่ทางศาลจะสรุปคำตัดสินทั้งหมดอีกครั้งในวันศุกร์ และคาดว่าคณะผู้พิพากษาศาลพิเศษแห่งนี้จะประกาศคำตัดสิน ตลอดจนบทลงโทษสหายดุจในต้นปีหน้า

 ในการให้ปากคำก่อนหน้านี้ สหายดุจได้ยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป พร้อมขอให้ครอบครัวของเหยื่อให้อภัย ทั้งยังบอกกับศาลด้วยว่า พร้อมจะยอมรับโทษหนักจากการกระทำของตัวเอง แต่สหายดุจปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือฆ่าหรือทรมานนักโทษในคุกด้วยตัวเองเลย ทั้งยังบอกด้วยว่าสาเหตุที่ต้องทำตามคำสั่งของผู้นำเขมรแดงที่มียศสูงกว่าก็เพราะเป็นห่วงชีวิตของตัวเอง

 สหายดุจเป็นผู้บัญชาการคุก "เอส-21" ในกรุงพนมเปญ ซึ่งมีคนร่วม 1.6 หมื่นคนถูกทรมานก่อนจะนำตัวไปฆ่า ทำให้เขาถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ เป็นอาชญากรสงคราม ก่อการสังหารและทรมานเหยื่อ ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง สหายดุจจะถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเพราะกัมพูชาไม่มีโทษประหารชีวิต

 สหายดุจ วัย 67 ปี ถือเป็นอดีตผู้นำเขมรแดงคนแรกที่ถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีในศาลแห่งนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านอดีตนักโทษคุกตวลสเลงคนหนึ่งที่รอดชีวิตมาได้เผยว่าพอใจมากกับการแถลงปิดคดีของทนายฝ่ายโจทก์ในวันนี้

 ทั้งนี้ มีชาวกัมพูชา ตลอดจนนักการทูตและนักข่าวถึง 700 คนเข้าร่วมรับฟังการแถลงปิดคดีในวันนี้ ขณะที่สหายดุจนั้นนั่งอยู่หลังกระจกกันกระสุนเพื่อป้องกันถูกทำร้ายจากผู้ที่ยังโกรธแค้นในตัวเขาอยู่