บิ๊กบังหนุนรัฐใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯคุมม็อบเสื้อแดง

“ บิ๊กบัง ” หนุนรัฐใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ คุมม็อบเสื้อแดง ไม่ห่วงมือที่ 3 ป่วน เตือนระวังอาวุธเอ็ม 79 แนะแกนนำคิดให้ดีถ้าจะใช้วิธีดาวกระจายทั่วกรุงเทพฯ เผยเหตุลงเล่นการเมือง เพราะทนดูชาติล่มจมไม่ได้

 (22พ.ย.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ว่าที่หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 28 พ.ย.นี้ว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมาหลาย ๆ ครั้งดูแล้วยังไม่จุดประกายที่มีผลกระทบทั้งภาพของการเมือง และภาพของความมั่นคงเท่าไหร่ ถ้าถามว่าการชุมนุมในครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ตนตั้งสมมุติฐานไว้ 2 ประเด็น คือ ถ้ากลุ่มเสื้อแดงยังมีการเคลื่อนไหวในลักษณะเดิมก็แน่นอนว่าคงไม่สามารถที่จะทำอะไรที่มีผลกระทบต่อทางด้านการเมืองได้ และขณะเดียวกันคงไม่กระทบต่อความมั่นคง ฉะนั้นคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 พล.อ.สนธิ กล่าวว่า หากกลุ่มคนเสื้อแดงตัดสินใจใช้ลักษณะดาวกระจายหรือใช้ความรุนแรง แน่นอนว่าคราวนี้น่าจะมีผลเรื่องของความสงบเรียบร้อยภายใน ทำให้เกิดการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อันนี้จะเป็นตัวเปลี่ยนสถานการณ์ด้านการทหารและการเมือง ฉะนั้นเรื่องของความมั่นคงจะเปลี่ยน และถ้าความรุนแรงกระจายออกไปสถานการณ์การเมืองอาจจะเปลี่ยนได้ แต่ก็น้อยมาก แต่จะไปมีผลเรื่องของความมั่นคง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มีประเด็นสำคัญคือ ผู้ที่ร่วมในการก่อความไม่สงบจะมีมาตรการทางกฎหมายในการบังคับใช้ต่อผู้ที่ทำผิด มีผลต่อเสื้อแดงที่อาจจะขาดผู้นำไปในอนาคต

 เมื่อถามว่าเห็นด้วยที่จะให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ใช้ได้ในสองกรณีคือ เป็นมาตรการในการป้องปราม ก็สามารถป้องปรามการชุมนุมที่อยู่นอกกฎหมายให้อยู่ในกฎหมาย แต่ถ้าการชุมนุมใช้ความรุนแรง ตัวพ.ร.บ.ความมั่นคงฯก็สามารถนำไปใช้ในการบังคับทางกฎหมายได้อีกทางหนึ่ง ต่อข้อถามว่า แต่ทางคนเสื้อแดงก็บอกว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบและสันติ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า การชุมนุมโดยดาวกระจายมีผลกระทบต่อเรื่องของเศรษฐกิจ การจราจรที่ติดขัด รวมทั้งความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นการเคลื่อนไหวดาวกระจายต้องคิดให้ดี ตนคิดว่ากลุ่มเสื้อแดงต้องคิดให้หนักว่าทำไปแล้วคนในกรุงเทพจะมีความรู้สึกอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงเรื่องของมือที่ 3 เข้ามาป่วนหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า มือที่สามตนมองไม่เห็นว่าจะมีใครเข้ามาทำอะไรก็ได้ คงจะเป็นกลุ่มที่เคยปฏิบัติการอยู่คงมีไม่มาก แต่จริง ๆ แล้วเรื่องของการรบกวนด้วยการใช้ปืนเอ็ม 79 ยิงเข้ามา ตนคิดว่าถ้าจะมีก็คงจะมีอาวุธชนิดนี้แหล่ะ คงจะไม่ขว้างระเบิด เพราะมันสามารถจับได้ง่ายกว่า แต่เอ็ม 79 สามารถยิงจากระยะไกลได้ซึ่งไม่เกิน 400 เมตร และเมื่อยิงแล้วผู้ยิงสามารถหลบหนีได้ก็มีเอ็ม 79 อย่างเดียว ฉะนั้นถ้าจะป้องกันจริง ๆ ก็ต้องอยู่ในระยะ 400 เมตร ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องมองดูทิศทางให้ดีว่าคนร้ายจะตั้งยิงได้ตรงไหน

เผยเหตุลงเล่นการเมืองเพราะทนดูชาติล่มจมไม่ได้

 พล.อ.สนธิ กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงคัดค้านการเข้าม าเล่นการเมืองหลังจากเปิดตัวรับเป็นหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ว่า เข้าใจเรื่องของการเมือง เพราะใครที่ลงมาเล่นการเมือง แน่นอนว่าต้องถูกอีกฝ่ายหนึ่งโจมตีเป็นธรรมดา แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริงบ้างหรือไม่จริงบ้าง แต่ถ้าเรายืนอยู่บนความจริง ก็อย่าได้ท้อถอย และอย่าท้อแท้

 เมื่อถามว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ท่านเข้าสู่การเมือง ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกตลอดว่าไม่สนใจการเมือง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า หลังวันที่ 19 ก.ย. 2549 จะเห็นว่าตนได้มอบอำนาจการปกครองให้กับรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไปเรียบร้อย ฉะนั้นการแก้ปัญหา สิ่งที่ตนทำให้คิดว่าทางรัฐบาลต่อ ๆ มาจะต้องดำเนินการ แต่ในที่สุดสถานการณ์ไม่มีอะไรดีขึ้น เหตุการณ์บ้านเมืองมีปัญหามาตลอด ตนในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่มีส่วนรับรู้ตั้งแต่เริ่มต้น เห็นความทุกข์ของประชาชน เห็นปัญหาของบ้านเมือง ซึ่งเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่มากในเวลานี้

 “ ผมนั่งดูข่าวทุกวัน ๆ มีความรู้สึกว่า เหมือนบาปอยู่ในใจ ถามว่า ถ้าเป็นอย่างนี้คนไทยทุกคนจะปล่อยให้ผ่านไปโดยที่ตัวเองทำตัวเป็นธุระไม่ใช่อย่างนั้นหรือ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รู้สึกว่า เราจำเป็น และ ผมเป็นคนหนึ่งล่ะ ที่ต้องกลับเข้ามาหาหนทางช่วยแก้ปัญหาทุกวิถีทางทางการเมือง ” พล.อ.สนธิ กล่าว

 ต่อข้อถามว่า สาเหตุที่ต้องการเข้าสู่การเมืองเพื่อเข้ามาแสวงหาอำนาจหรือตำแหน่งทางการเมืองให้กับตัวเอง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เราต้องเข้าใจว่า อำนาจคืออะไร การที่เข้ามาเล่นการเมืองอย่าไปหวังว่าจะได้อำนาจอะไร ตนคิดว่าการที่เราเข้ามาสู่การเมือง เราสามารถกำกับดูแลบริหารบ้านเมืองอย่างถูกต้องเป็นประโยชน์ แต่ถ้าได้มีโอกาสเข้าไปบริหารบ้านเมืองเราก็ทำให้การบริหารบ้านเมืองนั้นอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ทำให้บ้านเมืองไปได้ ไม่ได้เข้ามาแสวงหาอำนาจ แต่ต้องการเข้ามาพัฒนาการเมือง เข้ามาสร้างสังคมทางการเมืองใหม่ ให้เป็นสังคมที่พึ่งของประชาชน เป็นที่รักของประชาชน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจได้อย่างไรว่าพรรคมาตุภูมิจะสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ เนื่องจากมีส.ส.เพียง 3 เสียงเท่านั้น ว่าที่หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวว่า พรรคมาตุภูมิเป็นพรรคที่เริ่มต้นใหม่ก็จริง แต่ไม่ได้หวังว่าจะอยู่แค่ปัจจุบัน เรามองไปสู่อนาคต จะทำพรรคนี้ให้เป็นสถาบัน เราเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ ทำให้คนมีความรักชาติ บ้านเมือง ต้องการเห็นความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน นี่คือเจตนาของพรรค และคิดว่า ความดีจะเป็นเกราะป้องกันตัวของมัน ความรัก ความศรัทธาจากประชาชนที่มองเห็นจะทำให้พรรคโตขึ้นไปเองโดยธรรมชาติ

 เมื่อถามว่า มีอดีตนายทหารออกมาทวงติงว่าหมดเวลาที่ท่านจะมาทำงานการเมือง เพราะช่วงที่มีอำนาจยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า แสดงว่าทุกคนยังไม่เข้าใจรัฐธรรมนูญฉบับปี 49 ชั่วคราว ซึ่งอำนาจของ คมช.หมดไปตั้งแต่ 14 วันแล้ว ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าให้ คปค.แปรสภาพเป็นคมช.มีอำนาจอย่างเดียวคือ ถ้านายกฯเป็นอะไรขึ้นมาก็แต่งตั้งคนใหม่ หรือปลดนายกฯ ส่วนอำนาจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความมั่นคง หรือการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือทำอะไรนั้นไม่มีอำนาจเลย ฉะนั้นปัญหาเรื่องของคมช.ที่จะไปแก้ปัญหาความมั่นคงหรือปัญหาอื่น ๆ มันไม่มี ไม่สามารถทำได้ ใครที่ไปศึกษารัฐธรรมนูญจะเข้าใจในเรื่องนี้

 “ถามว่าทำไมผมเข้ามาสู่การเมือง เพราะสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ จะปล่อยให้มันเกิดขึ้นแล้วเรานั่งดู ทั้งที่เราเกิดมาเป็นประชาชนคนหนึ่ง และยังมีเรียวมีแรง มีมันสมอง และมีประสบการณ์ คิดว่าช่วยอะไรได้ก็จะช่วย ” พล.อ.สนธิ กล่าว

 เมื่อถามย้ำว่า มีคนมองว่า พล.อ.สนธิ เป็นคนที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ในวันที่ 19 ก.ย. 2549 ที่ผ่านมา พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ถ้าศึกษาเรื่องของการเมือง การปกครอง ต้องเข้าใจว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นแบบไหน เมื่อเรารู้ตรงนั้น ฉะนั้นสถานการณ์ก่อนที่เราจะทำการปฏิรูปในวันนั้นเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ขอให้ทุกคนไปศึกษาการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ก่อนนั้นมันไม่ใช่ มันกำลังจะกลายเป็นเผด็จการด้วยอำนาจของรัฐสภา คงจะเห็นเรื่องของการคอรัปชั่น การเข้าไปควบคุมองค์กรอิสระต่าง ๆ ซึ่งมันไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการที่เราทำการปฏิรูปเพียงแต่เรากำลังขจัดเรื่องของการบริหารประเทศ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของประชาธิปไตยตรงนั้น เพื่อให้กลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตย เราต้องการรักษาระบอบประชาธิปไตยต่างหาก

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีทูตต่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์ว่า ประเทศไทยถอยหลัง 2 ปี ใช่ 2 ปีนับจากที่คมช.ทำการปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า นักการทูตเขาได้มาประเทศไทยได้เห็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง เรื่องของการท่องเที่ยว มันถอยหลังลง เขาไม่ได้มาสองปี มาเจอประเทศไทยเป็นแบบนี้ นี่คือความรู้สึกที่เขาเห็น เป็นช่วงที่มีการเลือกตั้งแล้ว

 เมื่อถามย้ำว่าไม่ใช่เป็นเพราะผลพ่วงมาจากการปฏิวัติหรือ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ต้องแยกให้ออกว่า ตนเป็นผู้ปกป้องระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยต้องสานต่อ เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบเรียบร้อย ให้มีความเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่มาปกครองไป สถานการณ์บ้านเมืองก็มีความรุนแรงขึ้น เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากของเก่า เพราะของเก่ามันเรียบร้อยไปแล้ว จำได้ว่าวันที่ 20 ก.ย. 2549 บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประชาชนมีสุข ผ่านมา 10 กว่าวันประชาชนก็มีความสุข ไปเปิดดูผลโพลได้ว่าช่วงนั้นประชาชนมีความสุขมาก ๆ

 อดีตคมช.อวยพร"บิ๊กบัง"เล่นการเมืองขอให้โชคดี

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงพล.อ.สนธิว่า การตัดสินใจเป็นวิธีคิดส่วนตัวของท่าน ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ แล้วแต่มุมมองของคน ตนไม่รู้เหตุผลของท่าน  ไม่อยากวิจารณ์เพราะเป็นอดีตผู้บังคับบัญชา พูดวิจารณ์คงไม่ดี ส่วนจะมองว่าถูกต้องหรือไม่คงต้องปล่อยให้คนอื่นวิจารณ์ ตนคงพูดได้อย่างเดียวคือขอให้ท่านโชดดี