เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา(อบจ.) ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมความพร้อมในการเตรียมการ “ โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ” ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา ภายในศาลากลางจังหวัดพังงา
โดยมีนางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.จังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ นำคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมประชุมพร้อมกับ นายเยี่ยมสุริยา พาลุสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพังงา ผู้บริหารธนาคารและองค์กรภาคประชาชน
โดยรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนในการปลดหนี้นอกระบบ ในชื่อ “ โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ” ภายใต้สโลแกน “ โอนหนี้เข้าสู่ระบบ... เพื่อพบชีวิตใหม่ ” เป็นความร่วมมือของ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพหลักดำเนินการ สำหรับโครงการดังกล่าวจะเปิดให้ลูกหนี้นอกระบบลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1-30 ธันวาคมนี้ จากนั้นกรมบัญชีกลางจะเป็นผู้คัดกรองประเภทลูกหนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อแปลงหนี้ ผ่านสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย - ธนาคารออมสิน - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธ.ก.ส. - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ - ธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม - ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย - ธนาคารกรุงไทย
โดยเบื้องต้น ธ.ก.ส.จะรับดูแลลูกหนี้นอกระบบที่เป็นเกษตรกรทั้งหมด , ธนาคารกรุงไทยรับดูแลกลุ่มลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการ และธนาคารอิสลาม รับดูแลลูกหนี้บัตรเครดิต หากเป็นร้านค้ารายย่อยก็ส่งให้กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ส่วนลูกหนี้บุคคลทั่วไปก็จะส่งให้กับธนาคารออมสิน
นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา กล่าวว่า “ โครงการดังกล่าวนับว่าเป็นโครงการที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่มีหนี้สิน และเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน โดยลูกหนี้นอกระบบที่จะเข้าโครงการนี้จะต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากการประกอบอาชีพเท่านั้น
โดยธนาคารมีเกณฑ์การพิจารณาปล่อยสินเชื่อไม่ให้กระทบความเสี่ยงในการบริหารสินเชื่อ การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยเหลือให้ประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบลืมตาอ้าปาก รวมทั้ง หลุดพ้นจากหนี้สิ้นที่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะ เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อไป จึงขอให้ประชาชนที่มีหนี้สินและต้องการเข้าโครงการดังกล่าวได้ติดตามข่าวสารและร่วมลงทะเบียนกับธนาคารที่ร่วมโครงการดังกล่าว ”