เปิดศูนย์พึ่งได้เพิ่ม154แห่งช่วยเด็ก-หญิงถูกทำร้าย

สธ.เตรียมเปิดศูนย์พึ่งได้เพิ่ม 154 แห่งในรพ.150 แห่ง สถานีอนามัย 4 แห่งในปีหน้า ช่วยดูแลเด็กและผู้หญิงถูกทำร้ายครบวงจร หลังปี 52 พบยอดพุ่งกว่า 2 หมื่นคน ชี้สังคมไทยยังเห็นเด็กเป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศ และเห็นผู้หญิงเป็นกระสอบทราย

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวการดำเนินงานศูนย์พึ่งได้เพื่อช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงถูกทำร้ายว่า จากการประเมินสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง ในรอบ 5 ปี พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ จากปี 2547 มีเด็ก ผู้หญิงถูกทำร้ายเข้ารับบริการ 6,971 คน เฉลี่ยวันละ 19 คน ในปี 2552 มีผู้เข้ารับบริการทั้งหมด 22,925 คน เฉลี่ยวันละ 63 คน หรือชั่วโมงละ 3 คน เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 12,031 คน และผู้หญิงอายุ 18 ปีขึ้นไป 10,894 คน โดยในกลุ่มเด็กพบมากที่สุดอายุ 11-18 ปี ร้อยละ 87 เป็นเด็กผู้หญิง ส่วนผู้หญิงอายุ 18-35 ปี เมื่อเปรียบเทียบแล้ว สถิติความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิงเพิ่มขึ้นจากปี 2547 ถึง 228 เปอร์เซ็นต์

 ทั้งนี้ ปัญหาความรุนแรงในเด็กและผู้หญิง ที่พบอันดับ 1 ร้อยละ 49 คือการถูกทำร้ายร่างกายเช่น ต่อยเตะ ทุบ ตี อันดับ 2 คือการถูกข่มขืน การละเมิดทางเพศ ร้อยละ 43 อันดับ 3 ได้แก่การทารุณทางจิตใจ ร้อยละ 6 ถูกทอดทิ้งร้อยละ 1 และล่อลวงแสวงหาผลประโยชน์ อีกร้อยละ 1 ผู้กระทำรุนแรงในเด็กส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับเด็ก เช่น คู่รัก เพื่อน บุคคลในครอบครัว คนร้ายหรือคนที่ไม่รู้จักมีน้อยมาก

  ส่วนการกระทำรุนแรงในผู้หญิง ผู้กระทำส่วนใหญ่เป็นคู่สมรส หรือคู่รัก จากสัมพันธภาพในครอบครัวไม่ดี ความหึงหวง ความเมา หากเปรียบเทียบประเภทการกระทำรุนแรงแล้ว ในเด็กจะพบการกระทำรุนแรงทางเพศมากกว่าในผู้หญิง และในผู้หญิงจะพบการกระทำรุนแรงทางร่างกาย เป็นส่วนมาก จากการเมาสุรา เมาสารเสพติด หึงหวง แสดงว่าสังคมไทยเห็นเด็กเป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศ และเห็นผู้หญิงเป็นกระสอบทราย

 รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน สธ.มีศูนย์พึ่งได้ 783 แห่งโดยในปีงบประมาณ 2553 สธ.จะเปิดศูนย์พึ่งได้เพิ่มอีก 154 แห่งแยกเป็นในโรงพยาบาลชุมชนอีก 150 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมขยายลงสู่ระดับสถานีอนามัยด้วยโดยจะนำร่องที่ 4 ตำบลก่อนได้แก่ ต.ปากตะโก อ.ท่าตะโก จ.ชุมพร ต.บ้านแฮด อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี และที่ ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และให้อสม.เฝ้าระวังปัญหาเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงอย่างจริงจัง โดยแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1669 ของสธ.

 นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดสธ. กล่าวว่า  องค์การอนามัยโลกได้จัดให้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นหนึ่งในหลายๆภาระโรคในทศวรรษนี้ เร่งรัดให้ประเทศสมาชิกเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ