และความลุ่มลึกวางหมากกลเหนือชั้น ต้อนหมากของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าจุดอับจนแทบไม่เหลือหมากให้เดินอีกแล้ว สุดท้ายต้องดึงหมากในมือของนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ซ่อนเป็นไม้ตายไว้มาช่วย หวังจะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายรุกบ้าง แม้จะถูกโห่ประท้วงว่าเล่นโกงก็ตาม
การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามพลิกบทผู้ร้ายและคนขายชาติมาเป็นพระเอก ด้วยการประโคมข่าวว่าตัวเองได้ต่อโทรศัพท์สายตรงถึง นายฮุน เซน ขอให้ปล่อยตัวหรือบรรเทาโทษ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทยที่ถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน แต่เพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นหลังจากนั้น 10 วัน ว่า พยายามได้มาซึ่งข้อมูลลับอันมีผลต่อความมั่นคงของประเทศ
มองในมุมมองของนักโทษหนีคุกแล้ว อาจคิดว่าตัวเองเป็น "พระเอก" เนื่องจากอาศัยความสนิทสนมส่วนตัวกับนายฮุน เซน ยื่นมือมาช่วย นายศิวรักษ์ ให้พ้นโทษได้ในเร็ววัน แถมยังเป็นการตบหน้ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่อืดเป็นเรือเกลือ เนื่องจากมัวแต่ทำผ่านช่องทางการทูต แม้กระทั่งในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือในเรื่องของกฎหมาย ข้อกล่าวหาพยานหลักฐาน และการจัดหาทนายความเข้าไปดูแลในเรื่องของการต่อสู้คดีภายใต้กระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา ซึ่งอาจไม่ทันใจทุกคน โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ของนายศิวรักษ์ ที่ต้องการให้ลูกชายได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด
แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะลืมคิดว่าคนไทยเกือบทุกคนไม่ได้กินหญ้า เหมือนกับนักการเมืองบางคนที่ถูกเงินก้อนใหญ่อัดสมองจนยุ่ยเปื่อย ต่างจึงรู้ทันว่า การยื่นมือเข้ามาช่วยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ หากแต่แผนสมคบคิดกับ นายฮุน เซน มาตั้งแต่ต้น หรือลืมคิดไปว่า การกระทำครั้งนี้ถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา ซึ่งเท่ากับกลืนน้ำลายตัวเองที่ได้กล่าวหากระบวนการยุติธรรมของไทยหลายครั้งว่าถูกแทรกแซง
เหนืออื่นใด จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม การโทรศัพท์สายตรงขอให้ นายฮุน เซน ปล่อยตัวนายศิวรักษ์ เท่ากับตอกย้ำพฤติการณ์ไม่เหมาะสมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ชอบใช้ความสัมพันธ์แนบแน่นส่วนตัวมาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวเอง ดังที่เคยทำสำเร็จมาแล้วคราวรอดตัวจากคดีซุกหุ้นภาค 1 หมากสกปรกของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงใช้ไม่ได้ผล หนำซ้ำยิ่งประจานตัวเองว่า ดีแต่เล่นโกงเพียงเพื่อจะเป็นผู้ชนะเท่านั้น