"ชวน”ไม่แปลกใจพัลลภสร้างข่าวเจตนาดิสเครดิต

"ชวน”ไม่แปลกใจ “ พัลลภ ” สร้างข่าวสับสนเจตนา “ดิสเครดิต” ไม่ให้ทำงานได้ ใช้ทุกวิถีทางล้ม “รบ.” ย้อนถาม ในอดีตใครวิ่งเต้นคดี โบ้ย ถาม “มาร์ค” ฟ้องกลับหรือไม่

 (17พ.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาแถลงเปิดตัว 2 พยานพรรคพัฒนาชาติไทย โดยระบุว่า แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ว่าจ้างให้ใส่ร้ายพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จนถูกศาลสั่งยุบพรรคไทยรักไทยว่า ส่วนตัวไม่ทราบข้อเท็จจริง ว่าหลักฐานต่าง ๆ ของคนที่ออกมาแถลงข่าวเป็นอย่างไร แต่ตนเป็นทนายว่าความต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาแถลงโดยระบุว่าที่ผ่านมาเป็นแผนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ตั้งใจบังคับพยานให้ยุบพรรคไทยรักไทย จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสื่อมเสียหรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ตอนนั้นแล้วจะรู้ดี เพราะคนที่ไม่ได้ติดตามเหตุการณ์ตอนนั้นจะสับสนว่า เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไร สมัยนั้นใครมีอำนาจ ใครเป็นรัฐบาลอยู่ก็รู้กันอยู่ การวิ่งเต้นคดี การจ่ายเงิน มีเรื่องตอนที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ออกมาเปิดเผยเองว่ามีการวิ่งเต้นคดีราว 30 ล้านบาท โดยนายตำรวจแต่ผู้พิพากษากับตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่รับ มาถึงวันนี้คดีดังกล่าวยังไม่จบ ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม หลายคนคงจะลืมไปแล้วว่า สมัยนั้นมีการวิ่งเต้นเพื่อล้มคดีแต่ไม่สำเร็จจึงกลายเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนกลุ่มนี้ด่าศาล เพราะวิ่งเต้นคดีไม่สำเร็จ แต่กรณีที่พล.อ.พัลลภนำพยานบุคคลออกมาแถลงข่าวส่วนตัวคิดว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคเป็นผู้รู้เรื้องดี ข้อเท็จจริงอยู่ที่นายสุเทพ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ หลักของพรรคคือเราไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อย่าลืมว่า ขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน เราสู้เพื่อรักษาความเป็นธรรมด้วยความยากลำบากมาก เพราะอิทธิพลของรัฐบาลยุคนั้น ครอบงำไปทุกองค์กร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะฟ้องกลับหรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ ต้องรอให้ถามหัวหน้าและเลขาธิการพรรคเป็นผู้ตอบจะดีกว่า และคงต้องรอให้คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พูด ตนไปพูดแทนเขาไม่ได้ แต่อะไรที่ไม่จริงคนที่ออกมาพูดก็ต้องรับผิดชอบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้ว คิดว่าเป็นการทำเพื่อการดิสเครดิสรัฐบาลนี้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตนเพิ่งจะได้อ่านข้อมูลที่เขาพูดวันนี้เอง ( 17 พ.ย.) ก็เห็นเจตนาของเขาชัดเจนว่า ทำเพื่ออะไร แต่ตนคิดว่าเขาคงต้องการทำทุกอย่าง ซึ่งไม่ใช่ของแปลกอะไรเพราะเป้าหมายเขาได้พูดชัดเจนในช่วงเวลาเกือบปีที่ผ่านมาว่า เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้รัฐบาลนี้อยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นในสภาหรือนอกสภา หรือด้วยวิธีใดก็ตาม คือ ไม่ให้บริหารงานได้ ไม่ให้ทำงานได้ ฉะนั้นรัฐบาลเองก็รู้อยู่และต้องติดตามดูต่อไป แต่ข้อกล่าวหาอะไรก็ตาม เมื่อมีการกล่าวหาเกิดขึ้นก็ต้องตั้งต้นเพื่อดูข้อเท็จจริงกันต่อไป เมื่อใครพูดเท็จก็ต้องรับผิดชอบ