กทม.จับมือบช.น.แก้อาชญากรรมในจุดเสี่ยง

กทม.จับมือ บช.น.ตั้งสายตรวจร่วม หวังแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในจุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพ

(16พ.ย.) เวลา 09.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.หารือกับ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อร่วมหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงภัยในพื้นที่ กทม.โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า หลังจากที่ บช.น.ได้สำรวจและพบพื้นที่เสี่ยงอันตรายใน กทม รวม 5,365 จุด ดังนั้นการหารือครั้งนี้จึงถือเป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งในส่วนของ กทม.จะนำข้อมูลที่ได้จาก บช.น.เพื่อไปติดตั้งไฟส่องสว่าง และกล้องวงจรปิด อย่างไรก็ตาม กทม.คงจะต้องขอให้ บช.น.เรียงลำดับความสำคัญก่อนหลัง เพราะ กทม.คงไม่สามารถเข้าไปติดตั้งทุกจุดได้ทันที รวมทั้งจะมีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เตือนอันตรายในจุดเสี่ยงต่างๆ ทั้งนี้ ยืนยันว่าปัญหานี้จะต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาด้วยกัน รวมถึงต้องประสานไปให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐด้วยอีกทาง

 ด้าน พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ข้อมูลจุดเสี่ยงดังกล่าวมาจากข้อมูลด้านอาชญากรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งในเรื่องการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงบางครั้งก็เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ที่จะดำเนินการ จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับ กทม.โดยสิ่งแรกที่จะได้เห็นในการแก้ไขปัญหาของสองหน่วยงานจากนี้ คือจัดตั้งสายตรวจร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่เทศกิจและตำรวจ ร่วมออกตรวจในพื้นที่จุดเสี่ยงต่างๆ ใน กทม.อาทิ ซอยเปลี่ยว ป้ายรถเมล์ พื้นที่รกร้าง เป็นต้น ซึ่งจะได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างเขต และ สน.ในท้องที่ทุกสัปดาห์ เพื่อสรุปหาทางแก้ไขพื้นที่จุดเสี่ยง ซึ่งตนมั่นใจว่าหลังจากนี้ 2 - 3 เดือนจุดเสี่ยงใน กทม.จะค่อยๆ ลดจำนวนลงไป โดยส่วนตัวตั้งเป้าลดปัญหาอาชญากรรมให้ได้ร้อยละ 10 ต่อเดือน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง รวมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่จาก บช.น.เร่งสำรวจพื้นที่จุดเสี่ยง เพื่อนำมาจัดอันดับ 10 พื้นที่อันตรายที่สุด เพื่อให้ประชาชนระมัดระวังตัว และเมื่อได้ผลสรุปแล้วจะนำมาข้อมูลมาแถลงร่วมกับผู้ว่าฯ กทม.อีกครั้ง

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวถึงเหตุระเบิดบริเวณด้านหลังเวทีชุมชุนมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริเวณท้องสนามหลวงเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า เมื่อเช้านี้เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน และพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง แต่สิ่งที่ต้องกำหนดออกมาให้ได้ตอนนี้ คือ วัตถุที่เกิดระเบิดเป็นวัตถุชนิดใด เป็นระเบิดหรือประทัด จากนั้นจึงจะได้สืบสวนหากลุ่มบุคคลที่ดำเนินการ ขณะนี้คงไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่ามาจากกลุ่มใด เชื่อว่าในช่วงบ่ายของวันนี้ที่เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง กองพิสูจน์หลักฐาน และพนักงานสอบสวน จะได้ประชุมร่วมกันซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าว่าผู้กระทำผิดเป็นกลุ่มใด