'เทือก'เมินปธน.อินโดฯเป็นกาวใจไทย-เขมร

“สุเทพ”เมินปธน.อินโดฯยื่นมือเป็นกาวใจขัดแย้งไทย-กัมพูชา ย้ำสองประเทศแก้ปัญหาเองไม่ยกระดับเป็นปัญหาอาเซียน-ยูเอ็น ซัดเขมร ตั้งข้อหาวิศวกรไทยจารกรรมข้อมูลไม่ถูกต้อง อ้อมแอ้ม ศรภ.ถูกรวบตัวกลางโรงแรมที่พัก “ทักษิณ” อ้างไม่มีชื่อในสารบบ

(16พ.ย.) เวลา 08.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือวิศวกรไทยที่ถูกจับกุมในกัมพูชาในข้อหาเป็นสายลับว่า การเข้าไปดูแลเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กงสุลไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกัมพูชา ซึ่งต้องเข้าไปดูว่าทางกัมพูชาตั้งข้อหาอย่างไร และมีการปฏิบัติอย่างไร คนของเราปลอดภัยเรียบร้อยดีหรือไม่ วันเดียวกันนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศคงมีความคืบหน้าและรายงานมาให้ตนทราบ แต่ในเบื้องต้นคงไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องความปลอดภัย เพราะรัฐบาลต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชนชาติอื่นที่อยู่กับเราแม้ว่ารัฐบาลจะมีปัญหากันและเราดูแลสถานทูตกัมพูชา รวมทั้งชาวกัมพูชาเป็นอย่างดี ดังนั้นทางกัมพูชาต้องดูแลประชาชนคนของเราดีเช่นกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตั้งนักกฎหมายไปช่วยว่าความทางคดีให้กับวิศวกรไทยที่ถูกจับกุมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ทางบริษัทต้นสังกัดของวิศวกรไทยที่ทำงานอยู่คงจะดูแลได้ เพราะเขารู้และทำงานอยู่ที่กัมพูชานานแล้ว ส่วนที่ทางบริษัทดังกล่าวระบุว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงานนั้นก็ต้องติดตามดูต่อไป ทั้งนี้ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงกรณีที่ระบุว่า วิศวกรคนดังกล่าวมีความสนิทสนมและนำข้อมูลไปให้กับเลขานุการเอกอัครราชทูต ไทย แต่ตนเชื่อว่า คนที่ไปอยู่ต่างประเทศด้วยกันก็ต้องรู้จักมักคุ้นกันและไปมาหาสู่คบค้าสมาคมกันเป็นปกติ อย่างไรก็ตามเมื่อต้องต่อสู้คดีวิศวกรไทยต้องมีทนายความอยู่แล้ว และเราพร้อมที่จะเอาเอกสารหลักฐานที่ฝ่ายเรามีอยู่มอบให้กับทนาย เพราะเครื่องบินลำที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยสารจากดูไบไปกัมพูชาได้มีการขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าไทยในวันที่ 9 พ.ย. เป็นไปตามหลักปฏิบัติตามปกติไม่ได้เป็นความลับอะไร ดังนั้นที่จะมากล่าวหาว่าเราไปทำจารกรรมข้อมูลจะต้องไปทำทำไม ในเมื่อมีข้อมูลในการบันทึกของวิทยุการบินอยู่ชัดเจนแล้ว ดังนั้นการที่รัฐบาลกัมพูชาตั้งข้อหาว่าเป็นการจารกรรมข้อมูลน่าจะไม่ใช่ข้อหาที่ถูกต้อง

 ต่อข้อถามถึงกรณีที่มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.)ได้ที่โรงแรมที่พักของ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีความคืบหน้า มันก็ยังเป็นเพียงแค่ข่าวลืออยู่ เราตรวจสอบแล้วทางฝ่ายศรภ.ยืนยันว่า คนที่มีข่าวว่ากัมพูชาจับกุมไปนั้นไม่มีชื่อในสารบบที่เป็นเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทย เมื่อถามว่า แม้ไม่มีชื่อแต่อาจใช้ชื่ออื่น แต่ศรภ.มีประวัตินำรถเข้าไปสืบหายาเสพติดถึงในฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็กของพม่า จนกระทั่งถูกจับกุมทั้งรถและคนซึ่งปัจจุบันบุคคลดังกล่าวได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศรภ. นายสุเทพ กล่าวอย่างอ้ำอึ้งว่า บังเอิญตนมาทีหลังเลยไม่ทราบ อย่างไรก็ตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

 ผู้สื่อข่าวถามว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้เครื่องบินส่วนตัวบินผ่านน่านฟ้าไทยรัฐบาลจะไม่อนุญาตใช่ หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ต้องคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะนั่งเครื่องบินผ่าน เอาง่ายๆว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณมาเดินอยู่ตามถนนหรือขับรถผ่านชายแดนไทยเพื่อผ่านไปยังฝั่งกัพูชา เราก็ต้องจับ เพราะเป็นบุคคลผิดกฎหมาย หนีคำพิพากษาของศาล

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชา จะเป็นการขยายผลให้อาเซียนเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ เพราะจุดยืนของประเทศไทยเราต้องการเป็นมิตรที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และเราต้องการให้ประชาคมอาเซียนแข็งแรง ฉะนั้นเราพร้อมที่จะร่วมในการแก้ไขปัญหา ซึ่งแน่นอนว่าสมาชิกประชาคมอาเซียนอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย ก็ต้องกังวลใจเมื่อประเทศในอาเซียนด้วยกันมีปัญหากัน มันก็ทำให้อาเซียนดูไม่แข็งแรง อย่างที่ตั้งใจกันเอาไว้ จึงต้องขอขอบคุณประธานาธิบดีอาเซียนที่แสดงความห่วงใยและแสดงท่าทีที่ชัดเจน ที่พร้อมจะมาช่วยสนับสนุนให้แก้ปัญหากัน แต่ปัญหาขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องเชิญมาเจรจาสามฝ่ายโดยมีประธานาธิบดีเป็นคนกลาง ยังต้องดูท่าทีรัฐบาลกัมพูชาก่อนว่าจะมีท่าทีผ่อนปรนลงมาอย่างไรบ้าง ฝ่ายไทยพร้อมเจรจาคลี่คลายปัญหากันอยู่แล้ว เพราะเราอยากมีไมตรีกับเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามเรื่องภายในประเทศไทยเป็นเรื่องของเราแน่นอนที่เราต้องแก้ไข ปัญหาของเราเอง แต่เรื่องความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็คุยหรือปรึกษาหารือกันได้ อาจจะมีคนอื่นอาสาช่วยเข้ามาพูดกับฝ่ายโน้น ฝ่ายนี้เพื่อให้เข้าใจกันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เพียงแต่เราไม่ยกระดับของปัญหานี้ไปเป็นปัญหาในที่ประชุมนานาชาติ ไม่ว่าระดับอาเซียนหรือสหประชาชาติ เราคิดว่าเป็นปัญหาของสองประเทศที่ไทย - กัมพูชาต้องหาทางคลี่คลายกัน

 ต่อข้อถามว่า หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากกัมพูชาไปแล้ว กัมพูชามีท่าทีเจรจาพร้อมปรับระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกลับคืนมาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่เห็นท่าทีอะไร ที่แสดงว่าจะมีการพัฒนาขึ้น เมื่อถามถึงกรณีที่เลขานุการรมว.ต่างประเทศออกมาระบุว่าฝ่ายไทยจะมีการใช้นโยบายการต่างประเทศที่รุนแรงหนักขึ้นในการตอบโต้ทางกัมพูชา ถือเป็นการพูดแทนรัฐบาลไทยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่ คนที่จะพูดแทนประเทศไทยได้คือนายกรัฐมนตรี แต่ทางเจ้าหน้าที่อาจพูดแสดงความเห็นไปเมื่อถูกสื่อมวลชนซักถาม ซึ่งเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายจะต้องระมัดระวัง โดยทางกระทรวงการต่างประเทศคงต้องดูแลกันเอง ว่าจะให้พูดจาไปในทิศทางใด นายกฯได้เน้นย้ำแล้ว รวมทั้งขอให้ประชาชนทุกฝ่ายใช้ความอดทน อดกลั้น เผชิญกับปัญหาโดยช่วยกันแก้ปัญหาไม่ทำให้ปัญหาขยายตัวรุนแรงออกไป เชื่อว่าสถานการณ์เดี๋ยวก็เย็นลงไปเอง ทางกระทรวงการต่างประเทศดูเหมือนเป็นคู่กรณีกันกับกัมพูชา เวลาตอบโต้กันเมื่อทางโน้นแรงมาเขาจึงอาจคิดว่าต้องตอบโต้ไปในระดับเดียวกัน แต่ที่สำคัญต้องเข้าใจจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการเป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน เมื่อถามว่า ต่างชาติอาจจะมองว่าฝ่ายไทยไม่มีวุฒิภาวะ ควรต้องใช้วิธีทางที่ถูกต้องไม่ใช่เด็กทะเลาะกัน นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องใช้วิธีการถูกต้องอยู่แล้ว การตอบโต้ทางการทูต มีระดับขั้นตอนอยู่ และไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประกาศในการชุมนุมจะรวมเงินตั้งค่าหัว พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นการกดดันให้รัฐบาลเร่งติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดีหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามอยู่แล้ว แต่ละประเทศก็มีอธิปไตยของตัวเอง ตนจะยกเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปจับในประเทศของเขาคงไม่ได้ เพราะเป็นการล่วงละเมิดอธิปไตยของประเทศอื่น ส่วนที่ยังไม่มีการยื่นร้องขอตัวต่อศาลกัมพูชาเหมือนกรณีร้องขอตัวนายราเกซ สักเสนา ต่อศาลแคนนาดานั้น เพราะเป็นกรณีที่แตกต่างกัน เพราะกรณี พ.ต.ท.ทักษิณหลบหนีไม่ได้อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน เมื่อเราทำหนังสือขอไปยังกัมพูชาเขาก็ปฏิเสธชัดเจนไม่ได้มีโอกาสไปต่อสู้กันในศาล

 เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า คดี พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคดีธรรมดา แค่คดีลหุโทษทำไมจึงมีการบี้กันจนจะให้ล้มหายตายจากแผ่นดิน นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้ทำอย่างนั้น เพราะไม่ใช่นิสัยคนไทย เราไม่ได้ตามไล่ล่าที่จะสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะให้ล้มหายตายไปจากโลก แต่เป็นหน้าที่ของทางราชการ เมื่อหลบหนีกฎหมายก็ต้องตามจับกุมตัวเป็นปกติ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ อยากให้เรื่องจบเร็วกลับมารับโทษเรื่องก็จบ ส่วนความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสากลทุกประเทศก็รับทราบแล้วว่า เป็นคนร้ายหลบหนีคดี

 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมากัมพูชาบ่อยๆ เพื่อให้คำปรึกษา กังวลหรือไม่ว่า จะมาป่วนประเทศไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่กังวล “คุณทักษิณยิ่งมาทำให้บ้านเมืองเราปั่นป่วนเท่าไหร่ ประชาชนคนไทยก็จะโกรธคุณทักษิณมากเท่านั้น ก็จะเสียหายกับคุณทักษิณเอง”