ศึกษาโลก ผ่าน ซากดึกดำบรรพ์

สืบเนื่องจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาธิคุณสนับสนุนการวิจัยและศึกษาการพัฒนาทรัพยากรในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางวิชาการทั้งในด้านงานสำรวจ ทำแผนที่ธรณีวิทยาพื้นฐาน ทรัพยากรธรณี และซากดึกดำบรรพ์ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้อยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติอย่างร่มเย็นและปลอดภัย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงจัดนิทรรศการ "ใต้ร่มพระบารมี ทรัพยากรธรณีก้าวไกล" เเละ "มหกรรมทรัพยากรธรณีเเละซากดึกดำบรรพ์" ภายใต้โครงการเทิดพระเกียรติ เหลือง-ฟ้า มหามงคล ภายในวันที่ 7-13 พฤศจิกายน ที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาญาณ และแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  พร้อมความมุ่งมั่นที่จะสืบสานและปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอย่างมุ่งมั่น

 สุวิทย์  คุณกิตติ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม  ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดนิทรรศการว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้มาศึกษาถึง พระราชดำริเเละพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเเละพระบรมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นห่วงพสกนิกรชาวไทย  รวมทั้งได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกจากอดีตถึงปัจจุบัน  ซึ่งจะเเสดงให้เห็นปัญหาของระบบนิเวศที่ไม่สมดุลอันเกิดมาจากการไม่ใส่ใจในการดูเเลสิ่งเเวดล้อมของมนุษย์ และเเสดงให้เห็นถึงอนาคตของโลกด้วยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

 ภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมหลากหลายในเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากรธรณี ซากดึกดำบรรพ์ และไดโนเสาร์ อีกทั้งผู้ที่เข้าเที่ยวชมกิจกรรมในงานยังตื่นตาตื่นใจไปกับสวนไดโนเสาร์ ซึ่งได้มีการแสดงโครงจำลองไดโนเสาร์จากสวนสิรินธร จ.กาฬสินธุ์ หลากหลายชนิดมากกว่า 10 ตัว รวมทั้งได้มีการจัดประกวดซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทซากดึกดำบรรพ์มีกระดูกสันหลัง  ซากดึกดำบรรพ์ไม่มีกระดูกสันหลัง และซากดึกดำบรรพ์พืช โดยจะมีเกณฑ์การตัดสินคะแนนจะดูจากความสมบูรณ์ ความสวยงาม และคุณค่าทางทรัพยากรธรณี
 
 ทั้งนี้ พระมหาโยธิน ฐานิสฺสโร พระจากวัดศรีโคมคำ จ.พะเยา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายวิชาการและบริหารงานทั่วไป ได้รับรางวัลชนะเลิศซากดึกดำบรรพ์ ฟันช้างงาจอบพันธุ์ไดโนเทอเรีย สมัยมิดเดล ไมโอซีน Middle Miocene (15 ล้านปี) ค้นพบที่เมืองเชียงม่วน อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ประเภทซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลัง อีกทั้งทางวัดศรีโคมคำยังได้มีการจัดพิพิธภัณฑ์หอวัฒนธรรมนิทัศน์ ซึ่งเคยได้รับรางวัล "กินรี" ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรณรงค์ด้านประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว  และยังเป็นศูยน์การเรียนรู้ประจำจังหวัด ให้แก่เด็กและเยาวชนได้เข้าไปศึกษาอีกด้วย

 "คุณค่าของซากดึกดำบรรพ์ที่นอกเหนือจากความเก่าเเก่ หากมองในหลักวิชาการ คือการที่ได้ค้นพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในยุคก่อน เเต่ในทางพระพุทธศาสนา คือการได้เห็นการเกิดเเก่เจ็บตาย ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เเค่ไหนก็มีวันย่อยสลายสุดท้ายก็เหลือเเต่ซากกระดูกเเละฟัน" พระมหาโยธิน กล่าวถึงความสำคัญของซากดึกดำบรรพ์

  ด้าน ธรรมรัตน์ นุตะธีระ อาจารย์ในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา โรงเรียนกำแพงวิทยา ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ซากดึกดำบรรพ์ นอติลอยด์ ประเภทซากดึกดำบรรพ์สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ได้ถูกค้นพบที่เขาแดง หมู่ 3 บ้านใส่ใหญ่ ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล

  "โดยนอติลอยด์นี้เป็นสัตว์น้ำทะเลประเภทปลาหมึกมีเปลือกแข็งคล้ายกับหอยส่วนใหญ่สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว เหลือเพียงหอยงวงช้างเพียงชนิดเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ในประเทศไทยได้พบซากดึกดำบรรพ์นอติลอยด์ในหินปูนหลายบริเวณ อาทิ ในกลุ่มหินปูนทุ่งสูง ยุคออร์โดวิเชียนที่แผ่กระจายกว้างขวางตั้งแต่จังหวัดสตูลขึ้นมาทางเหนือตามแนวเทือกเขาบรรทัด เทือกเขาหลวง จนถึงจังหวัด สุราษฎร์ธานี โดยทั่วไปชั้นหินประกอบด้วยหินปูนสีเทาถึงเทาดำ ชั้นหนาถึงหนามาก มักจะมีชั้นดินแทรกสลับ ในบางบริเวณหินปูนจะมีเนื้อเป็นเม็ดแบบไข่ปลา ในบางบริเวณก็มีเนื้อหินปูนโดโลไมต์ ส่วนบนของกลุ่มหินนี้จะเป็นหินปูนที่มีเนื้อดินปน และในบางบริเวณมีหินดินดานสีเทาดำแทรกสลับด้วย " ธรรมรัตน์กล่าว

 ส่วน แผนกานต์ เพิ่มสุข การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (แม่เมาะ) ได้คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัลอันดับ 2 ซากดึกดำบรรพ์ ใบไม้ของพืชใบเลี้ยงคู่ ประเภทซากดึกดำบรรพ์พืช

เรื่อง / ศิริรัตน์ จำรูญหิน / ณุวกา ฉัตรวรฤทธิ์

คมชึดลึก