วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2552

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

ปชช.มองทักษิณที่ปรึกษาเขมรผลเสียต่อไทย

คมชัดลึก : เอแบคโพลล์ เผยผลสำรวจเสียงสะท้อนของสาธารณชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ เห็น"ทักษิณ"เป็นที่ปรึกษาเขมรผลเสียต่อประเทศไทย มองการเคลื่อนไหวของ"บิ๊กจิ๋ว" ไม่เป็นประโยชน์ต่อชาติ ค้านตั้งนครปัตตานี

(8พ.ย.) ดร.นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ  เปิดเผยผลวิจัย “เอแบคเรียลไทม์โพลล์” ที่เป็นการสำรวจจากครัวเรือนที่สุ่มตัวอย่างได้ทั่วประเทศตามหลักสถิติแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น  และได้ติดตั้งโทรศัพท์ให้กับครัวเรือนที่เป็นตัวอย่างเพื่อทำการสัมภาษณ์ได้อย่างรวดเร็วฉับไว 

 จากนั้นประมวลผลด้วยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์ โดยครั้งนี้ได้ทำการสำรวจ  เรื่องเสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อบทบาททางการเมืองของบุคคลนัยสำคัญทางการเมืองของประเทศในปัจจุบัน กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี  พระนครศรีอยุธยา จันทบุรี  ชลบุรี   เชียงใหม่  พิจิตร เพชรบูรณ์  นครพนม ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา นครศรีธรรมราช สงขลา และยะลา  จำนวนทั้งสิ้น 1,127 ครัวเรือน ดำเนินการสำรวจในวันที่ 6 พฤศจิกายน  2552  ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เกือบร้อยละ 90 ติดตามข่าวสารเป็นประจำทุกสัปดาห์

 เมื่อสอบถามถึงบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.1 มองว่าเป็นผลเสียต่อประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 16.9 มองว่าเป็นผลดีต่อประเทศไทย นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.1 ยังมองว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ กำลังทำเพื่อประโยชน์ให้กับตนเอง แต่ร้อยละ 11.9 คิดว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับประเทศ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.6 ระบุไม่เคยได้รับประโยชน์อะไรโดยตรงจาก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ในขณะที่ร้อยละ 17.4 บอกว่าเคยได้รับผลประโยชน์โดยตรงจาก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

 และเมื่อถามถึงแนวคิดของ พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับนครปัตตานี ในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.7 ไม่เห็นด้วย แต่   ร้อยละ 19.3 เห็นด้วย ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.7 ระบุว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองของทั้ง พล.อ.ชวลิต และ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ครั้งล่าสุด ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย แต่ร้อยละ 15.1 ระบุทั้งสองคนกำลังทำเพื่อประเทศไทย ร้อยละ 7.5 ระบุ พล.อ.ชวลิตกำลังพยายามทำเพื่อประเทศชาติ และร้อยละ 6.7 มองว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ กำลังทำเพื่อประเทศชาติเช่นกัน

 ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.3 กังวลว่า การแต่งตั้ง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาผู้นำกัมพูชา จะกลายเป็นสาเหตุไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลายระหว่างประเทศ ในขณะที่ร้อยละ 28.7 ไม่คิดเช่นนั้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 เห็นด้วยกับรัฐบาลที่เรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ ในขณะที่ร้อยละ 35.3 ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.7 หวังว่าทั้งสองประเทศจะหันมาร่วมมือกันด้วยดี ในขณะที่ร้อยละ 41.3 ไม่ได้หวังเช่นนั้น

 เมื่อพิจารณาแนวโน้มความนิยมของสาธารณชนต่อนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ พบว่า อยู่ที่ร้อยละ 60.0 ในขณะที่ความนิยมของ        พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ยังคงไม่แตกต่างไปจากการสำรวจครั้งก่อนเท่าใดนักคือร้อยละ 21.0 ที่เหลือไม่มีความเห็น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.9 ยังคงให้โอกาสรัฐบาลชุดปัจจุบันทำงานต่อไป ในขณะที่ร้อยละ 14.5 ไม่ให้โอกาสแล้ว และร้อยละ 7.6 ไม่มีความเห็น

 ดร.นพดล กล่าวว่า บทบาททางการเมืองทั้งภายในและระหว่างประเทศของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ กำลังเพลี่ยงพล้ำจนส่งผลให้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณจะประสบความยากลำบากในการได้รับฐานสนับสนุนจากสาธารณชนมากขึ้น ถึงแม้กลุ่มคนที่ยังคงรัก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ จะเหนียวแน่นเหมือนเดิม แต่ยังมีจำนวนไม่มากพอที่จะทำให้เกิดกระแสคล้อยตามบทบาททางการเมืองทั้งของ พล.อ.ชวลิต และ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ในเวลานี้ แต่ถ้ามีการปรับเปลี่ยนการทำงานทางการเมือง เช่น เปิดศูนย์ข้อมูลรื้อฟื้นความทรงจำของประชาชนต่อผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรี และเน้นการทำงานเชิงสร้างสรรค์เสนอแนะเป็น “ที่ปรึกษาประเทศไทย”     น่าจะเป็นผลดีต่อฐานสนับสนุนทางการเมืองของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยมากกว่า แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ แนวคิดที่จะให้กลุ่มคนที่นิยมศรัทธาอย่างเหนียวแน่นเป็นเครื่องมือนำไปสู่การตัดสินใจใช้ความรุนแรงต่างๆ ห่ำหั่นกันเพื่อเดินเกมช่วงชิงอำนาจทางการเมืองกันโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อประเทศชาติ

 “ในขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดปัจจุบันน่าจะใช้โอกาสนี้รักษาฐานสนับสนุนไว้ให้ยั่งยืนโดยลดการตอบโต้ทางการเมืองเพือไม่ให้กระแสความเห็นใจฝ่ายที่ถูกโจมตีย้อนกลับเพราะธรรมชาติคนไทยมักจะเห็นใจผู้ที่เพลี่ยงพล้ำ  นอกจากนี้รัฐบาลต้องเร่งสร้างผลงาน แก้ไขปัญหาเดือดร้อนของประชาชนที่เห็นเป็นรูปธรรม เพราะฐานสนับสนุนที่ค้นพบเวลานี้อาจเป็นเพียงกระแสที่ขึ้นลงได้ง่าย จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนกระแสให้เป็นตะกอนที่เหนียวแน่นในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนไม่ใช่เพื่อคนใดหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” ผอ.เอแบคโพลล์กล่าว

"ทักษิณ"ยั่วยังไม่พูดเรื่องเขมร-เย้ยปล่อยรบ.บ้าไปก่อน

 พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสผ่าน ทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.นี้อีกว่า "ท่านคงสงสัยว่าทำไม ผมไม่พูดอะไรเรื่องกัมพูชา เอาเป็นว่าปล่อยรัฐบาลกับกระทรวงต่างประเทศบ้าให้สุดๆไปเลย แล้วผมจะพูดให้ฟังในรายการวิทยุอังคาร (10 พ.ย.)นี้"

"นพดล"เอ็มโอยูไทย-เขมรทำสมัยรัฐบาลปชป.

 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู ระหว่างไทยและกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน เมื่อปี 2544 มีการเจรจามาตั้งแต่ปี 2543 โดยพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากรัฐบาลจะยกเลิก เป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ควรคิดให้ดีก่อนว่าผลกระทบจะเสียหายมากน้อยเพียงใด

 อย่างไรก็ตาม นายนพดลยืนยันว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลกัมพูชานั้น เพื่อไปสร้างความเจริญให้ประเทศกัมพูชา โดยไม่มีแนวคิดนำความลับของประเทศไทยไปเปิดเผยแต่อย่างใด เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยคิดร้ายต่อประเทศไทย จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก