คิดได้อย่างนั้น เลยเดินฮัมเพลงอย่างย่ามใจให้ลมหนาวจากทะเลเหนือกรีดเฉือนเลือดเนื้อทิ่มแทงทะลุไปถึงกระดูก สู้อุตส่าห์บินจากกรุงเทพฯ มาเบอร์ลินด้วยกาตาร์ แอร์เวย์ (โทร.0-2259-2701-3) แถมนั่งรถไฟมาจากเบอร์ลินตั้งหลายชั่วโมง หนาวแค่ไหนก็อย่าได้แคร์ นั่นแหละที่พร่ำบอกตัวเอง
แต่ก็ไม่ได้เดินตากหนาวอย่างเหงาหงอย เพราะแถวท่าเรือฮัมบูร์ก มีนักท่องโลกมาเดินขวักไขว่เต็มไปหมด
ท่าเรือฮัมบูร์กตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเอลเบ มีเรือเดินสมุทร เรือขนสินค้า เรือสำราญ และเรือที่บริการนักท่องเที่ยวขนาดต่างๆ จอดอยู่เต็มไปหมด รวมถึงเรือที่ปลดระวางแล้ว สมกับที่เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีและใหญ่ติดอันดับโลก
หลังจากสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 12 ประวัติศาสตร์มากมายก็เกิดขึ้นที่นี่ ทุกเดือน พฤษภาคม จะมีการจัดงาน Harbour Birthday เกิดขึ้นที่นี่ มีพาเหรด จุดดอกไม้ไฟ แสดงดนตรี และขายของสารพัด
ดั้นด้นมาเดินแถวท่าเรือของฮัมบูร์ก ไม่มีใครยอมพลาดตลาดปลา (Fish Market) ฉันเดินเลาะเลียบตามทางเดินริมทะเล ไม่ไกลจากย่านท่าเรือ เจอตลาดปลาที่ทุกเช้าวันอาทิตย์ จะมีตลาดนัดกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยแผงขายปลาสารพัดสายพันธุ์ตั้งอยู่บริเวณนี้
ตลาดปลาแห่งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1703 ทุกวันนี้ไม่ได้มีเฉพาะแผงขายปลา แต่เป็นตลาดนัดกลางแจ้งขายเสื้อผ้าและอาหารการกินเยอะแยะไปหมด
บางวันจะมีดนตรีแจ๊ส คันทรี่ และนักดนตรีเร่มาเปิดการแสดงด้วย ตลาดเปิดตั้งแต่เวลา 05.00-09.30 น. เท่านั้น
ไหนๆ ก็ดั้นด้นมาถึงตลาดปลาทั้งที เดินถัดขึ้นไปอีกนิดก็เป็นย่านโคมแดงแห่งฮัมบูร์ก ที่ชื่อรีพเพอร์บาห์น (Reeperbahn)
รู้ว่าไม่ใช่ไพรม์ไทม์ของรีพเพอร์บาห์น แต่ก็ยังอยากเห็น แม้เป็นช่วงสาย แต่ดูเหมือนรีพเพอร์บาห์นยังไม่ตื่น รีพเพอร์บาห์นจะเบิกตาโพลงเมื่อราตรีเดินทางมาถึงเท่านั้น ร้านรวงจึงยังปิดกันเงียบ ไม่มีสาวนุ่งน้อยห่มน้อยมายืนสะกิดชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างที่ร่ำลือ
สำหรับคนที่อยากระเริงราตรี และวัดความร้อนแรงของไนท์ไลฟ์ในฮัมบูร์ก ต้องมาแถวรีพเพอร์บาห์นเท่านั้น
ผู้หญิงหลังตู้กระจก ดนตรี ผับ บาร์ ดิสโก้เธค ร้านอาหาร และร้านเซ็กส์ช็อป ทุกอย่างมีที่นี่ เรื่องราวความรักชั่วข้ามคืน มีไม่น้อยไปกว่าประวัติศาสตร์ของฮัมบูร์ก ก็ล้วนแต่เกิดขึ้นในย่านนี้
ถึงไม่ได้เห็นรีพเพอร์บาห์นตอนอาบแสงนีออน แต่คราบไคลของโลกีย์ยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามซอกมุมอย่างรู้สึกได้
ลมหนาวเสือกไสฉันให้มุดลงรถไฟใต้ดิน มาโผล่อีกทีตรงศาลาว่าการ (City Hall) อันเป็นห้องรับแขกของฮัมบูร์ก
ที่นี่คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องมา ศาลาว่าการสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1886 ด้วยหินทรายและออกแบบสไตล์นีโอ-เรอเนสซองซ์ มีหอคอยสูง 112 เมตร เป็นที่ทำการของรัฐบาลและรัฐสภา ด้านในมี 647 ห้อง
ด้านหลังของซิตี้ ฮอลล์ เป็นหอการค้า (Hamburg Chamber of Commerce) ส่วนด้านหน้าของซิตี้ ฮอลล์ เป็นจัตุรัสทาวน์ฮอลล์ (Rathausmarkt) ที่มีไว้จัดงานเทศกาลสำคัญต่างๆ ของเมือง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน มีหลายงานที่มาจัดบริเวณนี้
ด้านเหนือของจัตุรัสเป็นคลองที่เรียกว่าอัลสเตอร์อาร์คาเดน (Alsterarkaden) รายรอบบริเวณนี้เป็นแหล่งช็อปปิ้งประจำเมือง ถัดไปไม่ไกลเป็นทะเลสาบ ที่มีเรือลอยละล่องเต็มไปหมด
ละแวกถนนมองเคเบิร์ก (M?nckebergstrasse) ที่ทอดยาวไปหาสถานีรถไฟกลางของเมืองฮัมบูร์ก ตลอดเส้นทางไปย่านช็อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านรวง แต่ก็มีโบสถ์ 2 แห่งแทรกตัวอยู่ในย่านนี้ด้วย
นั่นคือโบสถ์เซนต์จาคอบ (St.Jacobi Church) และโบสถ์เซนต์เพตรี (St.Petri Church) ทั้งสองโบสถ์คือโบสถ์สำคัญของเมืองฮัมบูร์ก
อีกหนึ่งโบสถ์ที่สำคัญสำหรับฮัมบูร์ก คือ โบสถ์เซนต์นิโคไล (St.Nikolai Church) ที่นี่เป็น 1 ใน 5 โบสถ์สำคัญของเมือง ที่ถูกทำลายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่โบสถ์นี้เป็นแห่งเดียวที่ไม่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ เพราะต้องการให้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของสงคราม
ทั้งอากาศและอารมณ์ปรุงให้วันนั้นในฮัมบูร์กดูทึมเทาเหงาหงอย แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ฮัมบูร์กขี้เหร่ไปเสียทุกมุมเสียเมื่อไหร่ เพราะนอกจากฉันที่มีเสียงเพลงเบาๆ เปล่งจากลำคอ ในวันนั้นยังมีหลายคู่หลายคนที่เดินฮัมเพลงให้ฮัมบูร์กฟังอย่างไม่นึกแยแสดินฟ้าอากาศ
"กาญจนา หงษ์ทอง"