คมกฤช นภาลัย และพลชาติ เก่งระดมกิจ ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" รายงานการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บิลเลียดประเภทบุคคลชาย “รมย์ สุรินทร์” ประพฤติ ชัยธนสกุล นักสอยคิวจอมเก๋าของไทย ซึ่งเป็นแชมป์เก่า ลงเล่นรอบรองชนะเลิศ พบกับ อ่อง คยอ จากพม่า ก่อนเอาชนะไปได้ 3-0 เฟรม (100-86, 100-20, 100-57) เข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับ ปีเตอร์ กิลคริสท์ จากสิงคโปร์ ซึ่งช่วงต้นรมย์ออกสตาร์ทไม่ดี ถูกนำก่อนถึง 2-0 เฟรม แต่ก็อาศัยความเก๋าค่อยๆ เก็บทีละเฟรม กลับมาแซงชนะอย่างตื่นเต้น 3-2 เฟรม (39-100, 64-101, 100-77, 101-36, 100-69) โดยเฟรมสุดท้าย นักแทงลอดช่องขอจับมือยอมแพ้ ขณะที่รมย์แทงถึง 98 คะแนนเท่านั้น ทำให้นักสอยคิวไทยคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ และเป็นเหรียญทองแรกของไทยในกีฬาสอยคิวอีกด้วย
ฟุตซอลสาวเฉือนอิหร่านคว้าทองแดง
ศึกฟุตซอลหญิงนัดชิงที่ 3 ทีมไทยพบกับอิหร่าน ก่อนเป็นฝ่ายเฉือนชนะหวุดหวิด 5-4 คว้าเหรียญทองแดงได้สำเร็จ โดยทีมไทยได้ประตูจากอรทัย ศรีมะณี นาที 12, 18, 34, ดาริกา เพียรภายลุน นาที 21, ภาวิณี เนตรทิพย์ นาที 35 ส่วนอิหร่านได้จาก ซีวาร์ บาบาอี นาที 9, ฟาเมห์ ฮีเตดาดี้ นาที 13, ฟาฮิเมห์ ซาเรอี นาที 23, โซอิรา ทาราเซ นาที นาที 30 ขณะที่คู่ชิงชนะเลิศ ญี่ปุ่น ถล่ม จอร์แดน 5-0 คว้าเหรียญทองไปครอง
หลังเกม “แม่เลี้ยงติ๊ก” ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ผู้จัดการทีม กล่าวว่า เป็นผลที่น่าพอใจ แม้เป้าหมายจริงๆ ของเราคือเหรียญทอง แต่ต้องยอมรับว่า การที่เราตัวเล็ก และต้องมาเล่นกับผู้เล่นตัวใหญ่ทำให้เป็นปัญหา แต่อย่างไรจากนี้ไป ยืนยันจะยังทำงานฟุตซอล และฟุตบอลหญิงต่อไป เพื่อร่วมกันพัฒนาความสามารถของเด็กไทยให้ขึ้นมาทัดเทียมกับชาติอื่นๆ โดยเบื้องต้นคือ ต้องมีลีกฟุตซอลหญิงในปีหน้า
ด้าน “โค้ชแมว” คำรณ สำราญพันธ์ กุนซือใหญ่ กล่าวว่า ต้องยกเครดิตทั้งหมดให้นักเตะที่ทุ่มเทเกินร้อย นัดนี้เราเล่นได้ดี ทั้งเกมรับและรุก อาจมีพลาดไปบ้างแต่เป็นจังหวะของเกม หากจะว่าไปแล้วทัวร์นาเมนต์นี้ ความสามารถของนักเตะไม่ได้หนีกัน แต่อยู่ที่จังหวะวันนั้นเป็นของใครมากกว่า
ทีมชายอัดฉีดเงินแสนหวังล้มอิหร่าน
ด้านทีมชายที่มีโปรแกรมลงชิงเหรียญทองกับอิหร่าน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่อินดอร์สเตเดี้ยมฟูโถ เวลา 17.00 น.นั้น “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการทีม กล่าวว่า ตัวผู้เล่นไม่มีปัญหาทุกคนสมบูรณ์หมด และการจัดตัวน่าจะใช้ 2 ชุด พร้อมมีตัวสอดแทรกเหมือนเคย ซึ่งเชื่อว่า ปูลปิส จะมีแผนการเล่นที่หลากหลายรับมืออิหร่านชุดนี้
“ผลการแข่งขันจากนัดอุ่นเครื่องหนหลังสุดที่เราชนะ 6-1 ไม่อาจเอามาวัดได้ เพราะอิหร่านเปลี่ยนตัวไปเยอะเอาผู้เล่นจากชุดใหญ่มาเสริม 4 คน นัดนี้ถือว่าสำคัญ และหากเทียบกับทุกครั้งที่ผ่านมา หนนี้เป็นโอกาสที่เรามีลุ้นแย่งเหรียญทองมากที่สุด”
บิ๊กป๋อม กล่าวต่อไปว่า ความสำคัญของเกมนี้ เราต้องไม่เสียประตูเร็ว เพราะอาจทำให้เสียขวัญ ต้องพยายามยื้อเกมให้ได้ โดยเฉพาะเกมรับหากทำได้ดีเหมือนแมทช์เจอญี่ปุ่น และอุซเบกิสถาน มั่นใจเรามีลุ้น ซึ่งส่วนตัวเชื่อศักยภาพของเด็ก และการวางแผนของปูลปิส หากทำได้ตามแท็กติกเรามีโอกาสแน่นอน
นอกจากนี้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศอัดฉีดข้ามประเทศ หากได้เหรียญทองจะให้คนละ 100,000 บาท รวมกับที่รัฐบาลให้ผ่านกองทุนพัฒนากีฬาอีก 200,000 บาท เหรียญทองคราวนี้จึงมีมูลค่ารวม 300,000 บาททันที
สำหรับสถิติที่ผ่านของไทย กับอิหร่าน เจอกันมาทั้งสิ้น 12 แมทช์ ไทย ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 9 ยิงได้ 27 เสีย 59 และเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ มาทั้ง 2 ครั้ง ไทยแพ้ 0-3, 4-7 แต่ฟอร์มล่าสุดอุ่นเครื่องที่อาคารนิมิบุตร ไทย ถล่ม 6-1
ทีมโรบินฮู้ดเซ็งแค่ 2 เงิน
ยิงธนู ประเภทคันธนูทดกำลัง 18 เมตร ทีมชาย รอบชิงชนะเลิศ ทีมของไทย ประกอบด้วยชาคริต ทองวัฒนา, จิตติ เกี่ยนทองหลาง, พิสิษฐ์ สนั่นพานิชกุล, ประมุข สุวรรณประทีป แพ้ อิหร่าน 219-228 ได้แค่เหรียญเงิน ในขณะที่ ประเภทคันธนูทดกำลัง 18 เมตร ทีมหญิง สาวไทย ประกอบด้วย สุณีย์ เดชโชกุล, ชวนพิศ สำราญรื่น, นริศรา ทินบัว แพ้ อิหร่าน 219-226 ได้เหรียญเงินอีกเหรียญ
โบว์ลิ่งทีมชาย-หญิงยังฝืด
โบว์ลิ่งประเภททีมวันที่ 2 ทีมชาย ไทยประกอบด้วย สิทธิพล คุณอักษร, สมเจตน์ กุศลพิทักษ์, สุรศักดิ์ มานุวงศ์ และญาณพล ลาภอาภารัตน์ ทำ 5,137 คะแนน รั้งที่ 6 ส่วนทีมหญิงประกอบด้วย ญาณี แซ่เบ๊, อภิญญาตา จอนบำรุง, ทิพยกุศล คุณอักษร และ เบญจวรรณ พวงทอง ทำ 4,485 คะแนน รั้งที่ 9
"บิ๊กอ๊อด" ยกธงขาวไทยต่ำเป้า
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เป้าหมายที่สมาคมกีฬาตั้งไว้ 23 เหรียญทอง คงจะทำไม่ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเหลือโอกาสที่ไทยจะเข้าชิงเหรียญทองทุกกีฬาไม่ถึง 12 เหรียญ ต้องยอมรับว่า เราประเมินแต่นักกีฬาไทย แต่ไม่ได้ประเมินคู่แข่งขัน โดยเฉพาะชาติจากตะวันออกกลาง สามารถพัฒนาฝีมือดีกว่าที่ผ่านมา และทำผลงานได้ดีขึ้น
“เสธ.หนั่น” วิ่งหาเงินเข้ากองทุน
"เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลการกีฬาของชาติ เดินทางไปเชียร์นักกีฬาที่เมืองโฮจิมินห์ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า แม้เหรียญทองนักกีฬาจะทำไม่ถึงเป้า แต่ก็มีความภูมิใจแล้ว โดยเงินรางวัลอัดฉีดนักกีฬานั้น กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้เตรียมไว้แล้วทั้งในปีนี้และปีหน้า ส่วนในอนาคตนั้นตนมองว่า หากจะพึ่งแต่งบประมาณของรัฐบาลอย่างเดียวคงจะพัฒนากีฬาได้ไม่เต็มที่ ตนจึงมีแนวคิดจะเสนอไปยังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้มากๆ ขอปันเงินรายได้เข้ากองทุนจะเป็น 0.5-1 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อปีก็ได้ เพื่อจะนำเงินมาพัฒนากีฬาไทยได้อย่างเต็มที่ โดยจะต้องมีการร่างระเบียบอย่างชัดเจน ซึ่งจะได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการต่อไป
กองทุนแบะท่าฉีดทุกเหรียญ
นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า จากผลงานของทัพนักกีฬา ต้องยอมรับว่าทำได้ไม่ถึง 23 เหรียญทองที่ได้ตั้งเป้าไว้ ซึ่งมีการประเมินตามข้อมูลของสมาคมกีฬา ครั้งนี้ ถือว่าประเมินคู่แข่งต่ำเกินไป สำหรับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาตินั้น จะปฏิบัติตามระเบียบที่วางไว้ แต่กรณีกีฬาบางชนิดที่มีแข่งขันเพียง 3 ชาติ แล้วนักกีฬาไทยได้เหรียญทองแดง ก็พร้อมที่จะพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษ และภายหลังจากการแข่งขันจบลงก็จะได้มีการสรุปผลงาน ซึ่ง กกท.ในฐานะผู้สนับสนุนสมาคมกีฬาในการเตรียมนักกีฬา ก็จะต้องพิจารณาการร่วมแข่งขันรายการต่างๆ ทั้งระดับ โอลิมปิกเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ หรือกีฬาพื้นบ้านต่างๆ อย่างในเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ บางกีฬาต้องแข่งขันเพื่อหาประสบการณ์บ้าง เพื่อเข้าร่วมกับชาติเพื่อนบ้าน หรือเพื่อความเป็นเลิศ ต้องรักษาสมดุล และกำหนดสัดส่วนให้ดี
เมีย “ภาคิน” ยังไม่ดีขึ้น
ความคืบหน้ากรณีอาการป่วยของ นางศิริลักษณ์ ภู่คร้าม ภรรยาของ ร.ต.ภาคิน ภู่คร้าม นักกีฬาเปตองที่คว้าเหรียญทองบุคคลชาย นั้น ล่าสุด เรืออากาศตรีปรารภ ทองประเทศ ผู้จัดการทีมเปตองไทย กล่าวว่า นางศิริลักษณ์ยังอยู่ในห้องไอซียูและใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยสมาคมเปตอง หลังจากเดินทางกลับไทยในวันที่ 9 พฤศจิกายน นักกีฬาทีมชาติทุกคนจะไปให้กำลังใจนางศิริลักษณ์ด้วย
อินดอร์เกมส์ปิดฉากวันนี้
หลังจากชิงชัยกันมาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม กีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 จะมีพิธีปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่อินดอร์สเตเดี้ยม ภายในสนามกีฬาแห่งชาติมี ดิงห์ ด้วย แนวคิด “ลาก่อนเพื่อน” ประกอบด้วยการแสดง 2 ชุด คือ การแสดงขบวนพาเหรดสีสันแห่งกีฬา และการแสดงของศิลปินเวียดนาม ประกาศศักยภาพและพลังแห่งเอเชีย ก่อนที่จะส่งนักกีฬาทุกชาติกลับบ้าน สำหรับเจ้าภาพครั้งต่อไป จะเป็นการแข่งขันที่รวมกับศิลปะการต่อสู้ ในชื่อ “เอเชี่ยนอินดอร์แอนด์มาเชี่ยลอาร์ทเกมส์” ซึ่งยังไม่มีการกำหนดชาติเจ้าภาพอย่างเป็นทางการ โดย เวียดนาม จะส่งธงสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ให้โอซีเอ เก็บไว้ก่อน