(6พ.ย.)นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ ประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารหน้า พิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ฉบับปี 2544 เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลอ่าวไทย เพราะเห็นว่า การเจรจาจะไม่มีประโยชน์ โดย MOU ดังกล่าวทำขึ้นสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า หากมีการยกเลิกจริงทางรัฐบาลต้องระบุด้วยว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะเจรจาด้วยวิธีการใด ไม่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน
“ต้องไม่เป็นการดำเนินการตอบโต้ทางการทูต หรือแค่ต้องการเอาคืน โดยไม่ได้สนใจเรื่องของความสัมพันธ์ ดำเนินการแบบทารก หรือแค่อคติ แทนการหาข้อยุติ การดำเนินการต้องมีเหตุและผลกับคู่เจรจา ซึ่งทางกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร จะนำเรื่องนี้เป็นวาระด่วนการพิจารณาในสัปดาห์หน้า เพราะเรื่องของ MOU ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เป็นเรื่องที่มองค่อนข้างยาก โดยเฉพาะเรื่องของแนวสันปันน้ำ เพราะโดยหลักสากลแล้วเรื่องของเขตพื้นที่ทับซ้อน ในการเจรจาต้องหาข้อยุติทั้ง 2 ฝ่าย แหล่งก๊าซธรรมชาติก็ต้องมีการแบ่งปันกัน โดยเจรจาร่วมกันแบบสันติวิธี” ประธานกมธ.ต่างประเทศ สภาฯ กล่าว