วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

ภูมิภาค-ประชาคมท้องถิ่น

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

ยะลาประกาศ6อ.เขตภัยพิบัติ-ปิดรร.98แห่ง

คมชัดลึก :ยะลาประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน 6 อำเภอ หลังน้ำท่วมฉับพลัน ด้านโรงเรียน 2 เขตพื้นที่การศึกษา ปิดแล้ว 98 แห่ง ขณะที่นราธิวาส ประกาศปิดโรงเรียน 24 แห่ง ในพื้นที่ 3 อำเภอ หลังน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่

(6พ.ย.) เวลา 11.30 น. ที่โรงเรียนบ้านบาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าฯยะลา และนายเวโรช สายทองแท้ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดยะลา ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายของโรงเรียน หลังได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม โดยพบว่ารั้วโรงเรียนถูกน้ำพัดพาได้รับความเสียหาย เนื่องจากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวลงพื้นที่

 นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดยะลา ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดยะลา ประกอบด้วย อำเภอยะหา 6 ตำบล อำเภอกรงปินังจำนวน 3 ตำบล อำเภอธารโต 3 ตำบล อำเภอเมือง จำนวน 5 ตำบล อำภอรามันจำนวน 3 ตำบล และอำเภอบันนังสตา 1 ตำบล

 โดยขณะนี้ทางจงหวัดประกาศให้พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นเขตประสบภัยพิบัติทั้งหมดแล้ว เพื่อให้สามารถนำเงินที่จังหวัดอนุมัติอำเภอละ 1 ล้านบาท ไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ในส่วนของโรงเรียนในสังกัดพื้นที่การศึกษายะลาเขต 1 ได้ปิดรเรียนแล้ว 23 โรง ส่วนในพื้นที่เขตการศึกษายะลาเขต 2 ได้ปิดการเรียนจำนวน 75 โรง รวมทั้งหมด 98 โรง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณโรงเรียนมีน้ำท่วมขัง นักเรียนไม่สะดวกที่จะเดินทางมาเรียนตามปกติได้ ส่วนจะเปิดทำการเรียนการสอนเมื่อไหร่นั้น จะต้องรอจนกว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ

 ด้านประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุน้ำท่วมเวลากลางคืน โดยน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ที่โรงเรียนบ้านบาโงยซิแน และ สถานีอนามัย น้ำได้ทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วจนส่งผลให้รั้วโรงเรียนพัง และ ยาและเวชภัณฑ์ในสถานีอนามัยได้รับความเสียหาย ซึ่งในเบื้องต้นชาวบ้านได้ช่วยกันขนของเพื่อนำไปไว้ในที่สูงแล้ว

 สำหรับพื้นที่อำเภอยะหา ประกอบด้วย ตำบลปะแต ละแอ บาโร๊ะ และตำบลบาโงยซิแน ส่วนตำบลตาชีเกิดน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบ้านประชาชนหลายหลังคาเรือน ส่วนตามเส้นทางต่างๆถูกตัดขาด เนื่องจากน้ำท่วมถนนสายหลายไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ถนนสายยะหา-ปะแต ยะหา-บ้านบูเก๊ะ และสายยะหา-ยะลา ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เขตพื้นที่การศึกษายะลา เขต 2 สั่งปิดโรงเรียนทั้งหมด

 นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ นายอำเภอยะหา กล่าวว่า ทางอำเภอได้แจ้งเตือนประชาชนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และทางอำเภอต้องใช้เรือท้องแบนไปช่วยเหลือ อพยพชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะนักเรียนในสถานศึกษาปอเนาะ ที่ตำบลละแอ 80 คน ซึ่งติดอยู่โรงเรียนนั้น ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทหารได้นำรถเข้าไปขนย้ายออกจากโรงเรียนที่มาอยู่ในที่ศาลาประชาคม อำเภอยะหาแล้ว โดยผู้ปกครองสามารถไปเยี่ยมบุตรหลานได้

 นอกจากนี้ ทางอำเภอได้มีการเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอยะหา โดยเบื้องต้นทางอำเภอได้จัดข้าวกล่องออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว

 ด้านนายนิพัฒน์ มณี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 2 ประกาศปิดโรงเรียนชั่วคราว 24 แห่งพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.แว้ง อ.สุไหงปาดี และ อ.สุคิริน หลังฝนที่ตกอย่างหนักตลอดทั้งคืนได้เอ่อล้นท่วมเส้นทาง และบริเวณโรงเรียนจนไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามสำหรับโรงเรียนส่วนใหญ่ที่เปิดเรียนก็ไม่มีนักเรียนเดินทางไปเรียนแต่อย่างใดเนื่องจากฝนยังคงตกหนักในทุกพื้นที่ทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถเดินทางมาส่งนักเรียนได้ตามปกติ
 
 นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปขอความร่วมมือจากประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ตลอดแนวฝั่งริมแม่น้ำสุไหงโก-ลกเตรียมขนย้ายสัมภาระออกมาอยู่ที่ปลอดภัยเพราะน้ำในแม่น้ำเริ่มล้นตลิ่งออกมาท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว หลังประชาชนยังไม่ยอมเก็บสัมภาระและยืนยันที่จะพักอาศัยอยู่ที่บ้านต่อไป เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินที่มีอยู่

 ส่วนในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี โดยเฉพาะพื้นที่ 6หมู่บ้านใน ต.ปะลุรู และ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ น้ำท่วมเส้นทางเดินรถส่งผลให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ทุกพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และ อส.ต้องนำรถเข้าไปช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เร่งด่วนแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังจากน้ำทะเลหนุน ขณะที่นายดำริห์ บุญจริงผวจ.สุราษฎร์ธานี ประกาศให้พื้นที่ 4 อำเภอได้แก่ อ.ไชยา .ท่าชนะ , ดอนสักและ ชัยบุรีเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยพื้นที่รับความเสียหาย 18 ตำบล 144 หมู่บ้าน มูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นประมาณ 15 ล้านบาท

 ส่วนสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากที่ อ.ท่าชนะและ อ.ไชยาขณะนี้เริ่มคลี่คลาย หลังจากฝนทิ้งช่วงในเช้าวันนี้ ล่าสุดนายนิคม ปิ่นแก้ว นายอำเภอไชยา พร้อมคณะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในบางพื้นที่แล้ว พร้อมกับประกาศเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใน ต.ทุ่งและต.เลม็ด เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ เนื่องจากน้ำจากด้านบนเริ่มทยอยไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มข้างล่าง ซึ่งขณะนี้มีน้ำท่วมขังถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลทุ่งกับตำบลเลม็ด ระดับน้ำสูง 80-120 ซม. รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทางอำเภอได้เตรียมเรือท้องแบน 3 ลำให้ช่วยเหลือเบื้องต้น

 ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสุราษฎร์ธานี ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มรวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งทะเลติดตามรับฟังข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมข้าวสารอาหารแห้งเพื่อประทังชีวิตได้ 5-7 วันหากเกิดภาวะฉุกเฉินให้อพยพออกจากพื้นที่ไม่ต้องเป็นห่วงทรัพย์สิน

 รายงานข่าวจากพื้นที่ จ.นราธิวาส เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักและติดต่อกัน 3 วัน ส่งผลทำให้แม่น้ำ 3 สาย คือ แม่น้ำสุไหงโก-ลก บางนราและแม่น้ำสายบุรี มีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นต่อเนื่องจนล้นตลิ่ง เนื่องจนเกือบล้นตลิ่ง จากอิทธิพลของน้ำป่าซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่บนเทือกเขาสันกลาคีรีในพื้นที่ อ.สุคิริน ได้ไหลทะลักลงมาสมบทกับปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก ทำให้บ้านเรือนของราษฎรที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่งถูกภาวะน้ำท่วมขังกว่า 500 หลังคาเรือน มีระดับน้ำท่วมสูงโดยเฉลี่ย 50-60 เซนติเมตร จนราษฏรต้องอพยพข้าวของที่จำเป็นไปอยู่บนถนน

 นอกจากนี้แล้วผลกระทบของปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่ง ยังทำให้พื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม 8 อำเภอ คือ อำเภอรือเสาะ ระแงะ สุไหงโก-ลก แว้ง สุไหงปาดี จะแนะ ศรีสาครและอำเภอเมืองนราธิวาส มีภาวะน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฏรเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะที่ปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม มีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 60-80 เซนติเมตร โดยเฉพาะถนนหนทางสายหลักและสายรองยังถูกภาวะน้ำท่วมขัง กว่า 20 สาย และมี 4 สายหลักในพื้นที่อำเภอจะแนะ ระแงะ ศรีสาครและรือเสาะ ยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 80-100 เซนติเมตร ล่าสุดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่อำเภอ ได้ส่งผู้เกี่ยวข้อง ออกสำรวจและให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่ค่ำวันที่ 5พ.ย.จนถึงวันนี้(6 พ.ย.) ฝนยังกระหน่ำต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่หลายแห่งประสบน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน ต.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปริมาณน้ำท่ะวมสูง 20-30 เซนติเมตรจากภาวะดังกล่าวทำให้โรงเรียนหลายแห่งหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อหนีน้ำท่วม เช่นเดียวกับที่โรงเรียนบ้านนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ที่ต้องประกาศหยุดเรียนเพราะนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่รอบนอกไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้
 
 นายศุภสัณฑ์ หนูสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองนาทวี อ.นาทวี ประกาศผ่านเสียงตาม สายในชุมชนแจ้งให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน และเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงสูงที่น้ำป่าจะไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน เนื่องจากอาจมีน้ำ เหนือไหลเข้ามาสมทบปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง

 อย่างไรก็ตามมีรายงานแจ้งว่าที่โรงพยาบสมเด็จพระบรมราชินีนาถ (โรงพยาบาลนาทวี) อ.นาทวี น้ำไหลทะลักเข้าพื้นที่สำคัญ ทำให้แพทย์พยายาบาลต้องเตรียมความพร้อรับมือในการขนย้ายผู้ป่วยไปอยู่ที่ปลอดภัย พร้อมระดมเจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายสร้างเป็นกำแพงกั้นทางน้ำและ เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำป่าอย่างใกล้ชิด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก