วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552
ส่งต่อ
พิมพ์
ขนาดตัวอักษร
Reset
คมชัดลึก :สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ความสัมพันธ์ไทย -กัมพูชาตึงเครียด เพราะต่างเรียกฑูตกลับประเทศ ด้านนครบาล ส่งกำลังตำรวจคุมเข้มสถานทูตกัมพูชา หวั่นมือที่ 3 ฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวาย
(6พ.ย.) สำนักข่าวเอพีรายงานว่า การที่ไทยและกัมพูชาต่างเรียกตัวเอกอัครราชฑูตของตนกลับประเทศเมือวันพฤหัสบดี เพราะความขัดแย้งทางการฑูตจากกรณีที่กัมพูชาแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นนักโทษหลบหนีจากไทยเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา ได้ทวีความตึงเตรียดระหว่างสองชาติเพื่อนบ้าน ที่มีปัญหาขัดแย้งตามแนวชายแดนอยู่เป็นระยะๆอยู่แล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศไทยเรียกฑูตกลับเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี โดยให้เหตุผลว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย และไม่เคารพระบบยุติธรรมของไทย และว่าไทยจะพิจารณาทบทวนข้อตกลงทั้งหมดที่เคยทำไว้กับกัมพูชา
สำนักข่าวเอพีอ้างถ้อยแถลงของรองนายกรัฐมนตรีสก อันของกัมพูชาที่กรุงพนมเปญที่ว่ารัฐบาลกัมพูชา ได้เรียกเอกอัครราชฑูตในไทยกลับประเทศเพื่อตอบโต้แล้ว เมื่อไรไทยส่งฑูตมากัมพูชาอีกครั้ง กัมพูชาถึงจะส่งฑูตกลับไปที่ไทยเช่นกัน และเขากล่าวว่าความขัดแย้ง
นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนผู้อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนระหว่างกัน สอดคล้องกับถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีไทยที่กล่าวว่า เป็นการประท้วงในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล และรับประกันว่าจะไม่มีการปิดชายแดนเพื่อไม่ให้มีการค้าขายระหว่างกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.55 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรกัมพูชา (กรุงพนมเปญ) เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 0585 โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน เนื่องจากได้ประสานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขอให้รถเข้าไปรับในสนามบิน โดยนายประศาสน์ ถูกเรียกตัวกลับประเทศไทยทันที เพื่อเป็นการตอบโต้รัฐบาลกัมพูชา หลังจากสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา และที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฮุนเซน พร้อมประกาศไม่ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังรัฐบาลไทยเรียกเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรกัมพูชา (กรุงพนมเปญ)และรัฐบาลกัมพูชาเรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยกลับประเทศเช่นกัน ทำให้ตำรวจต้องวางกำลังคุมเข้มสถานทูตกัมพูชาประจำประ เทศไทย
ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล วางแผงเหล็กกั้น รักษาความปลอดภัยหน้าสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ถนนประชาอุทิศ โดยมีตำรวจปราบจลาจล 45 นาย รวมทั้งสายตรวจ 191 และตำรวจนอกเครื่องแบบ รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ป้องกันมือที่ 3 สร้างสถานการณ์
พ.ต.อ. อาณัติ เกล็ดมณี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (รองผบก.น.4) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำสั่งให้เพิ่มกำลัง แต่หลังเที่ยงคืนได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย หากมีประชาชนไปชุมนุมหน้าสถานทูตฯจะเพิ่มกำลังตำรวจอีก 150 นาย เข้ารักษาความปลอดภัย