ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะพื้นที่ริมชายหาด ม.7 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ น้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับคลื่นลมแรง ทำให้น้ำกัดเซาะมาถึงบ้านของชาวบ้านหลายหลัง ขณะที่บ้านพักของนางฉวี สากา อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 ม.7 ต.ท่าชนะ เป็นบ้านไม้ทั้งหลังซึ่งสร้างมากว่า 50 ปี ต้องระดมกำลังเพื่อนบ้านและ อพปร.ช่วยกันรื้อบ้านเพื่อเอาไม้ออกทั้งหลัง เพราะหากปล่อยไว้จะถูกแรงคลื่นซัดพัง
ส่วนพื้นที่บริเวณหาดสมบูรณ์ ม. 3 ต.วัง อ.ท่าชนะ มีสภาพที่ไม่แตกต่างกันโดยมีน้ำทะเลหนุนสูงรวมกับปริมาณฝนที่ตกหนักวานนี้ ( 4 ) ทำให้ น้ำท่วมบ้านเรือน ได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 ครัวเรือน โดยน้ำไหลเข้าท่วมเข้าไปในบ้านหลายหลัง ขณะที่บนถนนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ระดับน้ำสูงประมาณ 50-60 ซม. นายมนตรี เพชรขุ้ม นายก อบจ.สุราษฎร์ธานีพร้อมคณะได้เดินทางเข้าไปสำรวจสภาพความเสียหายและเดือดร้อนของชาวบ้าน เพื่อเตรียมการช่วยเหลือ เบื้องต้นได้มอบเรือท้องแบนสำหรับขนย้ายสิ่งของชาวบ้านจำนวน 4 ลำ ส่วนแผนระยะยาวต้องรอให้น้ำลดแล้วสำรวจอีกครั้ง
นายมนตรี เพชรขุ้ม นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่าขณะนี้ทาง อบจ.ได้สำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยทุกจุดเพื่อเตรียมช่วยเหลือเบื้องต้นไปก่อน โดยสำรองเรือท้องแบนไว้ในทุกอำเภอที่เสี่ยงได้แก่ อ.ท่าชนะ , ไชยา และท่าฉาง หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที
ส่วนที่อ.ไชยา บริเวณจากสี่แยกไชยาเข้าไปในตัวตลาดไชยา ระยะทางประมาณ 1 กม.น้ำท่วมถนนสูงประมาณ 30-40 ซม. รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้
ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โดยทั่วไปสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สุราษฎร์ธานียังไม่รุนแรงมากนัก ทั้งนี้ได้เตรียมมิสเตอร์เตือนภัยเพื่อแจ้งเหตุในพื้นที่เสี่ยงแล้วทั้งดินถล่มและคลื่นลมแรง โดยทุกอำเภอตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สภาพอากาศโดยทั่วไปของ จ.สุราษฎร์ธานี มีท้องฟ้ามืดครึ้มสลับกับฝนตกเป็นบางช่วง ส่วนท้องทะเลมีคลื่นลมแรง บางช่วงคลื่นสูง 3-4 เมตร และล่าสุดมีเรือสปีดโบ๊ท สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่าซึ่งจอดเทียบท่าไว้ ถูกคลื่นซัดมาขึ้นฝั่งที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับประกาศหยุดเดินเรือท่องเที่ยวระหว่างเกาะชั่วคราวไม่มีกำหนด