ไทยร่มเย็น ฉบับบิ๊กจิ๋ว

การเปิดนโยบาย “ไทยร่มเย็น เป็นมิตรเพื่อนบ้าน” ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย โดยมีข้อเสนอในการจัดตั้งนครปัตตานี ให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทย

 อันเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเป็นข้อเสนอของอดีตนายทหารที่มีบทบาทสำคัญในการตรานโยบาย 66/23 การเมืองนำหน้าการทหาร ในยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จนกระทั่งสามารถปิดฉากชีวิตพลพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้อย่างราบคาบ  อย่างไรก็ตาม การออกแบบนครปัตตานีไม่ให้กลายเป็นรัฐอิสระปกครองตัวเอง ตามความมุ่งหมายของผู้ก่อความไม่สงบก็จะต้องทำอย่างละเอียด รอบคอบ

    
     ประเด็นก็คือ เราจะเป็นเขตปกครองพิเศษในลักษณะคล้ายมณฑลหนึ่งในรัฐบาลกลาง หรือจะเป็นรัฐอิสระในนามของสาธารณรัฐอิสลามแห่งปัตตานี อันยืนยันด้วยธงสีแดงที่โบกสะบัดอยู่ในบางหมู่บ้านเขตจังหวัดภาคใต้วันนี้  ความหมายของนครย่อมเป็นความหมายเดียวกับ เมืองพัทยา หรือกรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจมีกฎหมายเฉพาะในการบริหารจัดการ โดยคำนึงถึงบริบททางสังคมที่มีความแตกต่างจากสังคมอื่น ในทางตรงกันข้ามหากเป็นรัฐปัตตานี นั่นคือติมอร์ตะวันออก ซึ่งอินโดนีเซียส่งกองทัพเข้าไปยึดครองตั้งแต่ปี 1975 เช่นเดียวกับนครรัฐปัตตานีที่ถูกสยามยึดครองปี พ.ศ. 2328 แน่นอนว่า ภาพเช่นนี้คงไม่มีคนไทยคนใดปรารถนา
    
     การที่รัฐไทย ไม่สามารถจัดการปัญหาภาคใต้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เนื่องจากรากของปัญหามาจากความขัดแย้งเชิงวัฒนธรรม ซึ่งมีความสลับซับซ้อนมากกว่าปัญหาการศึกษา และปากท้อง ที่คนต่างวัฒนธรรมปักใจเชื่อว่าเป็นยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาทั้งปวงได้  สังคมไทยอยู่ภายใต้วัฒนธรรมใหญ่ที่มีความหลากหลาย เป็นวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นในเรื่องสุขนิยม มีกฎแห่งศีลธรรมเป็นตัวเลือก จะปฏิบัติก็ได้ ไม่ปฏิบัติก็ได้ ในขณะที่มุสลิมในสังคมไทยอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมรองที่เข้มข้น มีกฎศีลธรรมเป็นหลักไมล์ของชีวิต ฉะนั้นคนที่ปฏิบัติเหมือนกัน พูดภาษาเดียวกัน เข้าใจความรู้สึกนึกคิดกันลึกซึ้ง ย่อมมีอิทธิพลมากกว่าคนอื่น
    
     อิสลามมิใช่ลัทธิความเชื่อ มิใช่ความคิดเชิงอุดมการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ภายใต้เงื่อนไขของกาลเวลา เราอาจจะคิดถึงนโยบาย 66/23 หรือการใช้การเมืองนำการทหาร ที่สามารถยุติสงครามชิงมวลชนระหว่างรัฐไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด  แต่ปัจจัยภายนอก คือความอ่อนแอของลัทธิคอมมิวนิสต์ระดับสากล ความเหนื่อยล้าของสมาชิก พคท. ที่ต้องต่อสู้ทั้งกับความขัดแย้งภายในพรรคและกองกำลังทหารไทย  นครปัตตานี หรือเขตปกครองพิเศษปัตตานี ต้องมิใช่รัฐเดี่ยวที่จะมาแบ่งแยกความเป็นรัฐออกเป็นส่วนๆ หากแต่เป็นการต่อสู้เชิงวัฒนธรรม ในการนำธงชาติไทยกลับไปโบกสะบัดบนพื้นที่สีแดงอีกครั้ง