ต่อมาในปี 1948 สหรัฐ และพันธมิตร ได้ดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจเยอรมันในเขตปกครองของตน เป็นเหตุให้ชาวเยอรมันในเขตของโซเวียต เรียกร้องให้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจบ้าง ทำให้โซเวียตไม่พอใจ จึงปิดกั้นกรุงเบอร์ลินที่อยู่ในเขตยึดครอง และตัดการติดต่อระหว่างกัน ทำให้ประชาชนเบอร์ลินในเขตของพันธมิตรเหมือนถูกปล่อยเกาะ ขาดแคลนเสบียงอาหาร และข้าวของเครื่องใช้ ทำให้สหรัฐต้องใช้เครื่องบินลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคไปบรรเทาความขาดแคลนของชาวเบอร์ลินที่อยู่ในเขตสัมพันธมิตร เป็นเวลานานถึง 11 เดือน เป็นเหตุให้สถานการณ์ยุโรปตึงเครียดขึ้น สหรัฐจึงได้จัดตั้งองค์การป้องกันแห่งแอตแลนติกเหนือ หรือนาโตขึ้น ในเดือนเมษายน 1949 เพื่อผนึกกำลังทหารของชาติต่างๆ ในยุโรป ทำให้โซเวียตต้องยกเลิกการปิดล้อมเบอร์ลิน และต่อมาในเดือนพฤษภาคม 1949 เยอรมนีก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ คือเยอรมนีตะวันตกซึ่งเป็นเขตของสัมพันธมิตรเดิม กับเยอรมนีตะวันออกซึ่งอยู่ในการยึดครองของโซเวียต และกรุงเบอร์ลินเองก็ถูกแบ่งเป็นเบอร์ลินตะวันตกและเบอร์ลินตะวันออกด้วยเช่นกัน
ในชั้นแรก โซเวียตได้สร้างรั้วลวดหนามเพื่อกั้นเขตระหว่างเบอร์ลินทั้งสองด้าน แต่สภาพเศรษฐกิจและการปกครองที่แตกต่างกันมาก ก็ทำให้มีชาวเยอรมันในเบอร์ลินตะวันออกหลบหนีข้ามมายังฝั่งตะวันตกเป็นประจำ ในคืนวันที่ 13 สิงหาคม 1961 รัฐบาลเยอรมันตะวันออกจึงได้สร้างกำแพงปิดช่องทางเข้าออก โดยมีลักษณะเป็นกำแพงคอนกรีตสูง 4.5 เมตร ยาว 46 กิโลเมตร ผ่ากลางกรุงเบอร์ลิน บนกำแพงมีป้อมยามรักษาการณ์เรียงรายเป็นระยะ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีการพยายามหลบหนีข้ามกำแพงไม่ต่ำกว่า 5,000 ครั้ง มีผู้ถูกสังหารระหว่างหลบหนี 190 คน และบาดเจ็บสาหัสอีกราว 200 คน และกำแพงเบอร์ลินได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์ กับประเทศในค่ายเสรีนิยม ในยุคของสงครามเย็น
ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 นายกุนเธอร์ ชาโบสกี้ รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาการของเยอรมนีตะวันออก ได้แถลงข่าวว่าทางการเยอรมนีตะวันออกได้อนุญาตให้ชาวเบอร์ลินตะวันออกผ่านเข้าไปในเขตตะวันตกได้โดยเสรี ทำให้ประชาชนพากันหลั่งไหลไปที่กำแพง โดยทหารยามก็ไม่ได้ขัดขวางเนื่องจากไม่ได้รับคำสั่งใดๆ เมื่อชาวเบอร์ลินตะวันออกข้ามกำแพงไปได้ก็พบกับชาวเบอร์ลินตะวันตกจำนวนมากที่รอต้อนรับอยู่ ชาวเยอรมันจึงถือว่าวันนั้นเป็นวันสิ้นสุดของกำแพงเบอร์ลิน และนำไปสู่การทลายกำแพงที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในวันที่ 13 มิถุนายน 1990 และการรวมชาติเยอรมนีในวันที่ 3 ตุลาคม 1990
ปีนี้ เป็นวาระครบรอบ 20 ปี แห่งการสิ้นสุดของกำแพงเบอร์ลิน ซึ่งก็ถือกันว่าเป็นการสิ้นสุดของสงครามเย็น และโลกยุคสองขั้วมหาอำนาจคือสหรัฐ และสหภาพโซเวียตด้วย แต่สำหรับชาวเยอรมันเองนั้น แม้ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกพอใจกับการที่ประเทศของตนไม่ต้องถูกแบ่งแยก แต่คนเยอรมันตะวันตกเดิมก็ต้องรับภาระเรื่องภาษีและการบูรณะดินแดนในเขตตะวันออกเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยปัญหาการว่างงาน เนื่องจากมีแรงงานจากเยอรมนีตะวันออกทะลักเข้ามาทำงานในเขตตะวันตก รวมไปถึงเรื่องคุณภาพชีวิต จริยธรรม และคุณภาพของสังคมที่ลดลงไปจากเดิม
แม้ว่ากำแพงเบอร์ลินจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ก็ยังมีกำแพงเศรษฐกิจและสังคมที่แบ่งแยกชาวเยอรมันอยู่ และยังไม่มีใครคาดคะเนได้ว่าอีกนานเท่าไหร่ กำแพงที่มองไม่เห็นนี้จะถูกทลายลง