( 3พ.ย.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.ได้เห็นชอบการรับรองร่างผลการประชุมผู้นำกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงที่ญี่ปุ่นจัดขึ้น โดยจะมีการแถลงปฏิญญาในการร่วมมือกันของบรรดาประเทศที่จะเข้าร่วมประชุมที่ประเทศญี่ปุ่นที่ประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย และญี่ปุ่น โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้าร่วมประชุมในวันที่ 5-7 พ.ย.
นายปณิธาน กล่าวว่า ปฏิญญาโตเกียวจะมีการจัดตั้งหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง โดยอยู่บนพื้นฐานสันติภาพ ภราดรภาพ ของอาเซียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นการประกาศหุ้นส่วนที่จะทำงานร่วมกันทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการพัฒนาโครงสร้าง หลักๆจะเป็นความร่วมมือภาคเอกชน จัดทำกฎระเบียบร่วมกับประเทศกลุ่มพันธมิตร อาทิ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ เป็นการกระชับความร่วมมือ ความเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรม สังคม เป็นต้น
โดยทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานด้านการบูรณาการควบคู่ไปกับสิทธิมนุษยชนและคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ องค์ประกอบการประชุมหลักๆมี 6 ประเทศคือ ประเทศญี่ปุ่น โดยนายกฯไทยพร้อมด้วยรมว.ต่างประเทศ รมว.พาณิชย์ และเจ้าหน้าที่จากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ จะเดินทางเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ยังพบปะกับสมาพันธ์นักธุรกิจญี่ปุ่น ประธานสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น ประธานวุฒิสภา และเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมารญี่ปุ่นพร้อมกับคณะผู้แทน ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ จะเปิดโอกาสให้รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่นเข้าพบหารือทวิภาคี
เตรียมแจงกรณีมาบตาพุดติดตามแลกเปลี่ยนนักการเมือง
นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า กรอบการเจรจาที่นายกรัฐมนตรีจะนำไปหารือนั้นจะมีเรื่องการรายงานสถานการภาพของการเมืองไทยให้ทางญี่ปุ่นทราบ รวมถึงขอบคุณที่ญี่ปุ่นเสนอให้มีการตั้งกลุ่มมิตรภาพที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นของนักการเมือง 2 ประเทศ ที่ขณะนี้ทางไทยจะดำเนินการให้เป็นรูปธรรม โดยมีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศเป็นผู้ประสานงาน เพราะเรื่องดังกล่าวนั้นทางญี่ปุ่นเองเป็นผู้เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนนักการเมืองของ 2 ประเทศ
ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคก็จะมีการพูดถึงเรื่อง อาเซียน เพราะไทยเป็นประธานอาเซียน โดยไทยจะรายงานเรื่องการจัดทำแผนต่าง ๆ ในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของอาเซียน ที่ทางญี่ปุ่นสนใจที่จะเข้ามาร่วมมือกับอาเซียนมากขึ้น ทางญี่ปุ่นอาจจะมีการถามเรื่องใหม่ๆอย่างเช่นเรื่องการรวมกลุ่ม EAC ( East Asia Community ) ที่ออสเตรเลียเสนอมานั้นก็จะมีการพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองนั้นท่านมีแนวคิด ว่าควรจะเป็นการร่วมมือแบบเปิด การร่วมมือที่ควรจะเดินไปด้วยกันประสานสอดคล้องกันได้ โดยที่ไม่ขัดแย้งกัน โดยในรายละเอียดจะมีการศึกษา
นายปณิธาน กล่าวว่า ไทยอาจจะมีการสอบถามเกี่ยวกับนโยบายใหม่หรือภราดรภาพ ของญี่ปุ่นที่ผลักดันให้มีการสมดุล คือหลังจากเกิดวิกฤตขึ้นกับหลายประเทศแล้ว ทุกคนพูดถึงเรื่องรูปแบบของพัฒนา ซึ่งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ต่างก็เสนอ ตรงนี้ทางไทยจะสอบถามว่า เรื่องที่ญี่ปุ่นเสนอนั้นเป็นรูปแบบ แบบไหน แต่เท่าที่ฟังดู เหมือนเป็นการพัฒนาแบบพอเพียง ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ญี่ปุ่นพยายามที่จะเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดการบริหารน้ำ บริการทรัพยากรในลุ่มน้ำโขง อย่างไรก็ตามประเทศอาจจะมีการเสนอเรื่องความเป็นหนึ่งในศูนย์กลางในเรื่อง การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและทักษะต่างๆในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) โดยใช้สถาบันการศึกษาของไทยที่เข้มแข็งช่วยประสาน และตรงนี้ต้องฟังทางญี่ปุ่นว่าจะตอบรับมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
นายกรัฐมนตรีจะรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการมาบตาพุด โดยจะบอกว่าทางไทยนั้นได้เดินหน้าแก้ไขปัญหา ในเรื่องของการวางแนวทางในการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรค 2 รวมถึงเรื่องการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเข้ามาช่วยดูใน 76 โครงการ ด้วย รวมถึงเรื่องการชักจูงนักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่นเข้ามาร่วมลงทุนในไทยอีก