ญาติเมียดอดเยี่ยมราเกซพร้อมเสื้อผ้าอาหาร

"ญาติเมียราเกซ" ดอดนำอาหารพร้อมเครื่องใช้ส่งให้พ่อมดการเงินหลังเรือนจำปิดเยี่ยมญาติประจำวัน ยุติธรรมจัดระบบดูแลความปลอดภัยให้ราเกซขั้นสูงสุด ส่งดีเอสไอเข้าประกบตลอด 24 ชั่วโมง เฝ้าระวังอาหาร ยา น้ำดื่ม

(3พ.ย.)  นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อตรวจตราการควบคุมตัวนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การจำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี และใช้เวลาพูดคุยกับนายราเกซ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนพยาบาลนานเกือบ 1 ชั่วโมง

 นายชาติชาย กล่าวว่า ตนและนายธาริต เข้าไปเยี่ยมนายราเกซ เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย และได้ตรวจความเรียบร้อยระบบรักษาความปลอดภัยภายในแดนพยาบาล มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายในเรือนจำ ซึ่งนายราเกซ เองก็พอใจต่อระบบรักษาความปลอดภัย ส่วนปัญหาด้านสุขภาพของนายราเกซ ไม่มีอาการน่าเป็นห่วง โรคอัมพกฤษ์มีแนวโน้มดีขึ้นมากกว่าวันแรกที่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ แต่นายราเกซ ยังรับประทานอาหารที่เรือนจำจัดให้ไม่ได้ และขอรับประทานอาหารอ่อนสำหรับผู้ป่วย หรือขนมปังแทนข้าวสวย

 ด้านนายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอ ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้ามาดูแลเพื่อเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยนายราเกซ ระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำ 24 ชั่วโมง และได้ซักซ้อมความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่ดีเอสไอกับผู้คุมในเรือนจำ โดยเน้นการดูแลความปลอดภัยในเรื่องอาหาร ยา และน้ำดื่ม รวมถึงบุคคลที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับนายราเกซ ทั้งในส่วนของผู้คุมและเพื่อนผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นระดับการดูแลความปลอดภัยสูงสุด สำหรับนายราเกซหลังถูกควบคุมตัวในเรือนจำนาน 3 วัน ได้พูดจาทักทายกับเจ้าหน้าที่ตามปกติ และไม่ร้องขออะไรเป็นพิเศษ โดยระบุว่าพอใจทั้งในเรื่องการดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยที่เรือนจำจัดให้

 นายธาริต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องรับคดีของนายราเกซเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากสำนวนในคดีหลักและคดีประกอบเกี่ยวกับการยักยอกทรัพย์ในบีบีซีนั้น ตำรวจได้ทำสำนวนไว้เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่นายราเกซ จะให้การซัดทอดถึงบุคคลใดเป็นพิเศษ คดีจึงถือว่ามีประเด็นใหม่ที่ต้องสอบสวนตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ดังนั้นในช่วงที่นายราเกซยังไม่ได้ให้การใดๆ จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ แต่ไม่สามารถให้การคุ้มครองดูแลในฐานะพยานได้ เพราะนายราเกซ ตกเป็นผู้ต้องหารายสำคัญในคดี

 แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลกลาง กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลได้เตรียมทีมแพทย์ด้านกายภาพบำบัดไว้รักษาอาการอัมพฤกษ์ของนายราเกซแล้ว ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาพอสมควรเนื่องจากนายราเกซป่วยมาเป็นเวลานาน แต่หากได้รับการรักษาตามขั้นตอนด้านกายภาพบำบัดเชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะกลับมาเดินได้ โดยปัจจุบันโรงพยาบาลได้ให้การบำบัดรักษานักโทษที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และอยู่ระหว่างการทำกายภาพฟื้นฟูรวม 10 ราย

รายงานเปิดเผยอีกว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา ภายหลังเรือนจำปิดการเยี่ยมญาติประจำวัน ญาติฝ่ายภรรยาของนายราเกซพร้อมกับญาติประมาณ 3-4 คน ได้เตรียมเสื้อผ้าและอาหารมาฝากไว้กับเจ้าที่เรือนจำ เพื่อนำไปให้นายราเกซ ใช้ระหว่างถูกควบคุมตัว เนื่องจากครอบครัวของนายราเกซไม่ต้องการเปิดเผยตัวต่อสื่อมวลชน ดังนั้นจึงพยายามหลบเลี่ยงด้วยการนำของใช้มาฝากไว้ให้ผู้ต้องขังในช่วงนอกเวลาเข้าเยี่ยม