ให้ตลท.รับผิดชอบหลักสยบข่าวลือป่วนหุ้น

คลังถกก.ล.ต.-ตลาดหุ้นกำหนดมาตรการป้องกันปล่อยข่าวทุบหุ้น ต่อไปหากเห็นหุ้นรูดลง4-5% ตลท.ต้องรายงานให้รับทราบเพื่อแก้ปัญหาได้ทันท่วงที พร้อมจี้ก.ล.ต.ตรวจสอบบัญชีซื้อขายหุ้นผู้ต้องหา 2 รายรวมคนนามสกุลเดียวกันและบัญชีลูกค้าที่ดูแลอีกครั้งหลังยังไม่พบการซื้อขายหุ้นผิดปกติในช่วงนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อหารือถึงการสรุปการหาต้นตอและผู้ปล่อยข่าวลือทุบหุ้นใน ตลท. หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัว น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน และนายคธา ปาจริยพงษ์ 2 ผู้ต้องหา โดยเบื้องต้นคาดว่า จะมีการหามาตรการการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการปล่อยข่าวลือเพื่อหวังผลกำไรจากภาวะตลาดหุ้นอีก

 ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ทาง ก.ล.ต.ได้ขอข้อมูลไปยังโบรกเกอร์ต่างชาติ 2 แห่ง ที่พบว่ามีการขายหลักทรัพย์เป็นจำนวนมากในวันที่เกิดเหตุการณ์หุ้นตกคือ 14-15 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังติดตามข้อมูลการซื้อขายย้อนหลัง 5 วัน ก่อนวันเกิดเหตุพบว่า มีบัญชีซื้อหุ้นนักลงทุนรายใหญ่ของประเทศที่มีการเทขายหุ้นออกมาก่อนล่วงหน้า เพราะเกรงว่าจะมีได้ผลประโยชน์จากข่าวลือทุบหุ้น

 ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังหารือกับก.ล.ต.และตลท.ถึงผลกระทบจากข่าวลืออัปมงคลที่สร้างความเสียหายต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ได้หารือร่วมกันถึงมาตรการป้องกันข่าวลือที่จะเกิดขึ้นในตลาดหุ้นต่อจากนี้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหา การชี้แจงข้อเท็จจริงต่อนักลงทุนและประชาชน เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวม จนนำไปสู่การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้น โดต่อไปหากหุ้นปรับลด 4-5% ตลท.ต้องชี้แจงให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ก.ล.ต.และรมว.คลัง รับราบโดยเร็ว จากนั้นต้องพิจารณาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด แต่ละฝ่ายก็จะรับเป็นเจ้าภาพชี้แจงต่อไป แต่ทั้งนี้การจะหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราวยังคงกรณีเดิมที่หุ้นปรับลด 10%  "มาตรการป้องกันปัญหาข่าวลือในตลาดหุ้นถือเป็นความพยายามเข้าถึงข้อเท็จจริงของข่าวลือ ต้องสอบสวนที่มาที่ไปให้ชัดเพื่อลดความตื่นตระหนก และรับผิดชอบต่อนักลงทุน ขณะที่การสืบสวนความคืบหน้าของกลุ่มนักลงทุนที่พบความผิดปกติในช่วงก่อนจะมีข่าวลืออัปมงคลนั้น พบว่าขณะนี้มีรายชื่อกองทุนต่างๆแล้วรวมถึงนักลงทุนคนไทยที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งก.ล.ต.และตลท.ส่งข้อมูลดิบให้ดีเอสไอแล้วทั้งหมด จากนั้นจะขยายผลเพิ่มเติมโดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์จากข่าวลือต่อไป"นายกรณ์กล่าว

 ส่วนการจับกุมนายคธา ปาจาจริยพงษ์ อายุ 35 ปีพนักงานบริษัท หลักทรัพย์ซิมิโก้ จำกัด และน.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน อายุ 43 ปี อดีตผู้บริหาร บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ยูบีเอส ในความผิด ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น นายกรณ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากก.ล.ต.ในเบื้องต้นแล้วว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลทั้งสองไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด จึงได้มอบหมายให้ตรวจสอบในวงกว้างมากขึ้น โดยให้ตรวจเพิ่มเติมถึงบัญชีการซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกับทั้งสองราย และบัญชีลูกค้าที่ผู้ต้องหาดังกล่าวรับผิดชอบดูแลด้วย

 นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลนั้น ที่ผ่านมามักจะมีบทบาทเผยแพร่ข้อมูลล่อแหลมทั้งต่อการเมืองและความมั่นคงของประเทศ และครั้งนี้ก็คงนำเสนอข้อมูลที่ผิดสังเกตจนนำไปสู่การจับกุมของตำรวจ ซึ่งน่าจะเป็นบทเรียนในอนาคต ส่วนจะถึงขั้นสั่งปิดเว็บหรือไม่ คงต้องขึ้นกับกระทรวงไอซีทีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 ต่อข้อถามว่า การจับกุมผู้ต้องหา 2 รายนี้เพียงเพราะแปลข้อความมาลงเว็บไซต์ ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศ(บลูมเบิร์ก)รายหนึ่งนำเสนอบทวิเคราะห์จนข่าวลือแพร่สะพัด กลับไม่มีการกล่าวถึง นายกรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำนักข่าวต่างประเทศทำเป็นแค่รายงานว่ามีข่าวลือก็เหมือนกับที่สื่อไทยก็รายงานว่ามีข่าวลือจนส่งผลทำให้หุ้นตก เรื่องเหล่านี้ต้องระมัดระวัง อย่างไรก็ตามตนไม่ได้เห็นข้อความที่มีการโพสต์ลงเว็บไซต์ว่ามีการเพิ่มเติมจากข้อความเดิมที่แปลหรือไม่ เพราะถูกถอดออกไปแล้วซึ่งก็อยู่ในมือตำรวจแล้วทั้งหมด

 นอกจากนั้น ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ จะเสนอแผนพัฒนาตลาดทุนและตลาดเงินต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจ ซึ่งมั่นใจว่าจะมีส่วนช่วยให้ตลาดทุนไทยเป็นที่พึ่งด้านแหล่งเงินแก่นักลงทุนมากขึ้นและต้นทุนต่ำลง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่คนจนก็จะเข้าถึงแหล่งเงินมากขึ้นด้วย

 ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า ขณะนี้ก.ล.ต.ได้มีหนังสือสั่งการตลท.เพื่อส่งข้อมูลบัญชีการซื้อขายหลักทรัพย์ของทั้งนายคธา และน.ส.ธีรนันต์ รวมถึงบัญชีซื้อขายของบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกัน และบัญชีอื่นที่ทั้งสองรายอาจได้รับมอบอำนาจให้ซื้อขายหุ้นได้ และเทปคำสั่งซื้อขายหุ้น เพื่อพิจารณาว่าได้รับประโยชน์จากข่าวลืออย่างไรบ้าง แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่าในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของทั้งสองรายมีความผิดปกติในช่วงข่าวลือถูกเผยแพร่แต่อย่างใด  นอกจากนี้เมื่อพิจารณาว่าผู้ต้องหา 2 รายเกี่ยวพันกับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ที่ก่อนหน้านี้ก.ล.ต.ตรวจพบความผิดปกติของการซื้อขายหุ้นในช่วงมีข่าวลือหรือไม่นั้น ก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด

เคที ซีมิโก้ แจงเหตุพนักงานทำผิด

 นายเชาว์ อรัญวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด ได้ชี้แจงว่าเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจาก นายคธา ปาจิริยพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทได้ทำการ Post ข้อมูลในลักษณะของการให้ข่าวสู่สาธารณะอันเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายการผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14  นั้น การกระทำของนายคธา ถือเป็นการกระทำส่วนตัวเพราะนายคธาไม่ได้มีหน้าที่ในบริษัทที่จะให้ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ อีกทั้งบริษัทมีระเบียบและนโยบายที่เข้มงวดในการไม่ให้พนักงานปล่อยข่าวลือหรือส่งต่อข่าวลือออกไปโดยเด็ดขาด นอกจากนี้บริษัทไม่สนับสนุนการกระทำที่ผิดต่อกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์และสำนักงาน กลต. และเมื่อบริษัททราบเรื่องก็ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านต่างๆ ทั้งด้านข้อมูล การสืบสวนและการดำเนินคดีความเป็นอย่างดี

คมชึดลึก